การประเมินความต้องการจำเป็น เพื่อพัฒนาบริการประเมินโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือด ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาเชิงพรรณนา (Descriptive study) โดยการสำรวจความต้องการจำเป็นต่อการใช้เครื่องมือประ เมินความ เสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD Risk) ของบุคลากรสาธารณสุข ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงกงานป้อง กันควบคุมโคที่ 6 จังหวัดชอนแก่น จำนวน 9 จังหวัด ซึ่งได้ประชากรตัวอย่างจากการสุ่มแบบ multi-stage cluster random sampling คือ stage ที่ 1 : สุ่มเลือกร้อยละ 50 ของจังหวัดในเขตสุขภาพที่รับผิดชอบ stage ที่ 2 : สุ่มเลือกอำเภอ ร้อยละ 50 อำเภอใน จังหวัดที่สุ่มได้จาก stage ที่ 1 และ stage ที่ 3 : สุ่มเลือกกลุ่มตัวอย่างจากอำเภอที่สุ่มได้จาก stage ที่ 2 ซึ่งเป็นผู้แทนจาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จังหวัดละ 1 คน ผู้แทนจากคลินิกโรคไม่ติด ต่อเรื้อของโรงพยาบาล 1 คน ผู้แทนจาก PCU ของโรงพยาบาล 1 คน และผู้แทนจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อำเภอละ 3 รพ.สต.สต. แห่งละ 1 คน รวมจำนวน 210 ตัวอย่าง ดำเนินการศึกษาตั้งแต่ เดือนมีนาคม 2558 - ตุลาคม 2558 เก็บรวบรวมข้อมูล ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ด้วย การจัดประชุมเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ ทำความเข้าใจกับกลุ่มตัวอย่าง แล้วให้กลุ่มตัวอย่างตอบแบบสอบถามซึ่งเป็นข้อมูลเชิง ปริมาณ และคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 8-10 คน เพื่อทำการสนทนากลุ่มสำหรับเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ การวิเคราะห์ ข้อมูลเชิงปริมาณ โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีจัดอันดับความต้องการ จำเป็นด้วย PN//modifed และข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยการวิเคราะห์เนื้อหา และจัดหมวดหมู่ของข้อมูล ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่าง 210 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 91.9 อายุเฉลี่ย 41 ปี จบการศึก ษาชั้น ปริญญาตรีมากที่สุด ร้อยละ 78.6 ปฏิบัติงานในตำแหน่งพยาบาล ร้อยละ 92.9 มีประสบการณ์การทำงานมากที่สุด 1.4 ปี กลุ่มตัวอย่างมีประสบการณ์ การใช้เครื่องมือประเมินโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ชนิดที่ 3 (WHISH Risk prediction chart) มาทที่สุด ร้อยละ 74.3 เนื่องจากเป็นนโยบาย และเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนจัดบริการ เพื่อป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ รองลงมาคือ การใช้เครื่องมือประเมิน โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือด สมอง ของกรมควบคุมโรค ร้อยละ 70.0 เพราะใช้มานาน รวมทั้งได้บรณาการกับแบบคัดกรองภาวะเบาหวานและละความตัม โลหิตสูง สำหรับเครื่องมือประเมินโอกาสเสียงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ (RAMA EGAT SCORE) พบว่ามีการใช้ ร้อย ละ 44.8 โดยมีการใช้ในจังหวัดของเขตสุขภาพที่ 8 เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสามารถคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและ หลอดเลือดได้จำนวนมาก ทำให้มีกลุ่มเสี่ยง ที่จะต้องจัดบริการลดเสี่ยงมากเกินไป หรือเกิดการให้ยาโดยไม่จำเป็น โดย เปอร์เซ็นต์โอกาสการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดค่อนข้างต่ำ (สูงสุด > 20 96) แต่เมื่อพิจารณาถึงผลรวมที่ได้และขัอจำกัด ต่างๆ ของเครื่องมือ พบว่ามีความแม่นยำมากกว่าแบบประเมินจากต่างประเทศ และสามารถใช้เป็นประโยชน์ในการวางแผน นโยบายป้องกัน การรักษาเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง และลดโอกาสการเกิดปัญหาทางโรคหลอดเลือดหัวใจที่อาจตามมาในอนาคต โดยให้ข้อเสนอเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายให้ใช้เครื่องมือประเมินโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดลอด ควรคำนึงถึงความต้องการจำเป็น ประกอบด้วย 1) การสื่อสารนโยบายการใช้เครื่องมือประเมินโอกาสเสี่ยงฯ ให้บุคลากรทุก ระดับให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือประเมินโอกาสเสียงในกลุ่มเป้าหมายในรูปแบบที่ง่ายและสะดวก 2) การ พัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องมือประเมินโอกาสเสี่ยงฯ ทุกระดับตั้งแต่ระดับโรงพยาล จังหวัด โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และครอบคลุมถึงทีมสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง 3) ควรมีการมีการ พัฒนาโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะหมาะสมสำหรับกลุ่มที่มีภาวะเสี่ยง และ 4) 4) รูปแบบการบริหารจัดการ กลุ่มที่มีภาวะเสี่ยง ได้แก่ การจัดการฐานข้อมูล การประมวลผลข้อมูล และการคืนข้อมูล