Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

ผลของการเสริมกรดอินทรีย์ต่อสุขภาพทางเดินอาหารและสมรรถนะการผลิตของสูกสุกรหย่านม

สุทิศา เข็มผะกา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

สุกรระยะหย่านมเป็นช่วงที่วิกฤตที่สุดสำหรับลูกสุกร ซึ่งมักมีปัญหาการกินอาหารลดลง น้ำหนักตัวเพิ่มเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย การผลิตเอนไซม์ไม่เพียงพอ ลักษณะทางจุลภายวิภาคของลำไส้เปลี่ยนแปลง มีอาการท้องเสีย ป่วย และตาย โดยการเสริมกรดอินทรีย์พบว่าสามารถช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ ดังนั้นการทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการเสริมกรดฟอร์มิกในรูปโพแทสเซียม ไดฟอร์เมท (K-diformate) และกรดบิวไทริกในรูปโซเดียมบิวไทเรท (Na-butyrate) ต่อสุขภาพทางเดินอาหาร และสมรรถนะการผลิตของลูกสุกรหย่านม โดยใช้สุกรลูกผสม 3 สาย (ดูร็อค x แลนด์เรช x ลาร์จไวท์) หย่านมที่อายุ 21 วัน จำนวน 96 ตัว (เพศผู้ตอน 48 ตัว และเพศเมีย 48 ตัว) น้ำหนักตัวเฉลี่ย 8.11?1.31 กิโลกรัม ตามแผนการทดลองแบบสุ่มในบล็อคสมบูรณ์ (Randomized Completely Block Design; RCBD) แบ่งสุกรออกทั้งหมดออกเป็น 4 กลุ่มการทดลอง ๆ ละ 4 ซ้ำ (ซ้ำละ 6 ตัว) อาหารทดลองประกอบด้วย 1) อาหารสูตรพื้นฐาน (control) 2) กรดฟอร์มิก 0.3% 3) กรดบิวไทริก 0.1% และ 4) กรดฟอร์มิก 0.3% + กรดบิวไทริก 0.1% ให้อาหารและน้ำแบบเต็มที่ตลอดการทดลอง ผลการทดลองพบว่าลูกสุกรหย่านมที่ได้รับอาหารเสริมกรดอินทรีย์ทุกกลุ่มการทดลอง มีอัตราการเจริญเติบโต ประสิทธิภาพการใช้อาหาร และปริมาณการกินอาหารได้ไม่แตกต่างกับอาหารสูตรควบคุม แต่มีแนวโน้มว่าลูกสุกรหย่านมที่ได้รับอาหารเสริมกรดฟอร์มิกร่วมกับกรดบิวไทริก มีประสิทธิภาพการใช้อาหารดีกว่ากลุ่มอื่น ๆ การเสริมกรดบิวไทริก สามารถเพิ่มความสูงวิลไลในลำไส้เล็กส่วนกลาง (jejunum) และส่วนท้าย (ileum) ได้ (P<0.05) แต่อย่างไรก็ตามกรดอินทรีย์ไม่มีผลในการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรด-ด่าง ของสิ่งย่อย (digesta) ประชากรจุลินทรีย์ (Lactobacillus spp., Bifidobacterium spp. และ E. coli) ลักษณะมูล การผลิตกรดไขมันระเหยได้และแอมโมเนียในทางเดินอาหารส่วนต่าง ๆ โดยสรุปกรดฟอร์มิก (K-diformate) และกรดบิวไทริก (Na-butyrate) มีบทบาทเพียงเล็กน้อยต่อสุขภาพทางเดินอาหารและสมรรถนะการผลิตของลูกสุกรหย่านม

คำสำคัญ

growth performancediarrheaสมรรถนะการเจริญเติบโตformic acidButyric acidWeaning pigsกรดฟอร์มิคสุกรหย่านมกรดบิวไทริคท้องร่วง

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ผลของการเสริมผงถ่านร่วมกับน้ำส้มควันไม้ ต่อสมรรถภาพการเจริญเติบโต คุณภาพซาก สัณฐานวิทยาและจุลินทรีย์ในลำไส้ แอมโมเนียไนโตรเจนในมูล และการย่อยได้ของโภชนะในอาหารไก่เนื้อ

จันทร์จิรา สิทธิยะ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2561

ผลของระดับการเสริมแคลเซียมต่ออัตราการเกิดโรคท้องเสีย จำนวนจุลินทรีย์ในมูล ปริมาณการกินได้และค่าสัมประสิทธิ์การย่อยได้ของโภชนะของลูกโค

เฉลิมพล เยื้องกลาง คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร พ.ศ. 2553

การจัดการธาตุอาหารในข้าวเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

ชนากานต์ เทโบลต์ พรมอุทัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2559

โครงการ ผลของการเสริมเอนไซม์ย่อยเยื่อใยในอาหารผสมสำเร็จที่ใช้ชานอ้อยหมักยูเรียเป็นอาหารหยาบต่อสมรรถนะ การให้ผลผลิตของโคนม

รัชตาภรณ์ ลุนสิน มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2561

การเพิ่มปริมาณสารพฤกษเคมีที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพด้วยสารชักนำให้เกิดความเครียด ในต้นอ่อนทานตะวัน

อินทิรา ขูดแก้ว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2561

ศักยภาพทางโภชนาการอาหารพื้นบ้านเพื่อความมั่นคงทางอาหารและการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน

ชเนศ วรรณะ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2564

ผลของระดับการใช้กากกะทิตากแห้งเสริมด้วยเอนไซม์รวมต่อการใช้ประโยชน์ได้ของอาหารในสุกร

ประวิทย์ รอดจันทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย พ.ศ. 2557

ผลของสารสกัดจากเทียนกิ่งต่อสมรรถภาพการเจริญเติบโตและการเปลี่ยนแปลงชีวนิเวศในระบบทางเดินอาหารสุกรหย่านมที่เลี้ยงในระบบอุตสาหกรรม

พชรพร ตาดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2567

ผลของการเสริมเบต้ากลูแคนและแมนแนนโอลิโกแซคคาไรด์ในอาหารต่อสมรรถภาพ การเจริญเติบโต ประชากรแบคทีเรียในอุจจาระ และภูมิตอบสนองของสุกรหย่านม

กฤษ อังคนาพร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2559

ผลของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมซินไบโอติกต่อการส่งเสริมจุลินทรีย์ในลำไส้และหนูไตเสื่อมเรื้อรังซึ่งมีภาวะคั่งสารไนโตรเจน

ดร. กฤษดา แก้วยก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2562