Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2552

การพัฒนาการผลิตสุกรร่วมกับการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพอย่างยั่งยืน (ระยะที่ 2)

สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2552

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การเลี้ยงสุกรบนวัสดุรองพื้นที่มีความสูง เ เมตร (หมูหลุม) มีจุดประสงค์เพื่อให้วัสดุรอง พื้นซึ่งเป็นวัสดุเศษเหลือทางการเกษตรชนิดด่างๆ ถูกย่อยสลายกลายเป็นปุ๊ขอินทรีย์ ได้แบ่ง ออกเป็น 2 การทดลอง (Exp) คือ Exp 1. ได้ศึกษาในสุกรสายพันธุ์ลูกผสม 3 สายเลือด (ดูรอก x ลาร์งไวท์- แลนด์เรซ) จำนวน 60 ตัว ไใดยมีเพศผู้ตอนและเพศเมียอย่างละตรึ่ง แบ่งสุกรออกเป็น 3 กลุ่มๆ ละ 4 ซ้ำคือ จำนวน 3, 5 และ 7 วคอก ในขนาดคอก 2x3 ารางหรือเท่ากับ 2.0, 1.2 และ 0.8 ตารางมตร/ตัว เลี้ยงตั้งแต่น้ำหนักตัว เร กก. ให้อาหารที่มีไปรตื่น 3 ระดับ คือ 18, 16 และ 14% ในช่วงสุกรมีน้ำหนักตัว 15-30, 31-60 และ 61-90 กก. ตามสำดับ ส่วนพลังงานให้เท่ากับ 3.2 kcal MEg เท่กันทุกกลุ่ม ผลปรากฏว่า การเลี้ยงแบบ ตัว (ใช้พื้นที่ต่อตัวน้อย) ให้สมรรถภาพการผลิต (อัตราการเจริญเติบใต อาหารที่กินได้ อัตราแลกน้ำหนัก และระซะเวลาที่ใช้เลี้ยง) ด้อยกว่าการเลี้ยง แบบ 3 และ 5 ตัวคอก อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) การเลี้ยงแบบ 3 ตัว/คอก ให้ผลดีที่สุด ส่วนวัสดุ รองพื้นที่ใช้ ซึ่งประกอบด้วยใบลำไขแห้ง ก้นยาสูบ และวัสดุเพาะเห็ดที่ผ่านการใช้แล้ว ไดยใส่ เป็นชั้นๆ ให้มีความหนาชั้นละ 30 ซม. ในแต่ละชั้นไรขด้วรำละเอียด และมูลวัวแห้งในอัตรา 1 และ 10% ของน้ำหนักวัสดุในแต่ละชั้น จากนั้นปิดคลุมหน้ด้วยแกลบ และจะใส่แกลบเพิ่มอีกเมื่อ วัสดุรองพื้นชุบตัวลง ผลปรากฏว่ ในแต่ละคอกใช้วัสดุรองพื้นรวมทั้งสิ้น 1,378 กก. เลี้ยง ปรากฎว่าได้ปุ๊ยหมัก (สุกรหลุม) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเพิ่มการเลี้ยงจาก 3 ตัว/ดอก เป็น ร และ 7 ตัว/คอก กล่าวคือ ได้ปุ๊ยจำนวน 2,100 Vร. 2350 และ 2,680 กก. หรือเท่ากับ 1,127 vs. 1,160 และ 1,286 กก.น้ำหนักแห้ง ตามสำดับ ซึ่งปัยหมักที่ได้ดังกล่าวมีความชื้นใบช่วง 46-52% Exp 2. ได้ศึกษาในสุกรที่มีสายพันธุ์ เพศ แ ละการให้อาหารใช้เช่นเดี่ยวกับการทดลองที่ 1 จำนวน 48 ตัว แบ่งออกเปืน 2 กลุ่มๆ 3 ซ้ำ ในระยะสุกรเล็ก(15-30 กก.) และรุ่น(31-60 ถก.) คือ 6 และ 10 ตัวคอก หรือเท่กับใช้พื้นที่เลี้ยง 10 และ 0.6 ดารางเมตร/ตัว จากนั้นในระยะขุบ(61-90 กก. เลี้ยงแบบปกติ (3 และ 5 ตัวคอก ตามลำดับ) โดยจะใช้วิธีข้าขคอกไปเลี้ยงบนกองวัสดุรองพื้น ชนิดใหม่หลังจากสุกรมีน้ำหนักตัว 60 กก. ผลปรากฎว่า ในช่วงระยะเสี่ก-รุ่น และระขะขุน การ เลี้ยงที่จำนวน 6 ตัว คอก แล้วลดลงเหลือ 3 ตัวคอก มีสมรรถภาพก การผลิตดีกว่า 10 ตัว/ตอก อย่างมี นัยสำคัญทั้ง 2 ระขะ สำหรับวัสดุรองพื้นที่ใช้รองกันหลุม ในระยะสุกรเล็ก รุ่นและขุน ได้ใช้ฟาง ข้าวและวัสดุเพาะเห็ดที่ผ่านการใช้แล้ว ไดขยังคงใส่รำละเอียด และมูลแห้งในอัตราส่วนเช่นเดิม ปรากฏว่า ในระซะแรก (สุกรเล็ก-รุ่น) มีการใช้วัสดุทั้งสิ้น 1.332 และ 1,457 กก. ในคอกที่เลี้ยงแบบ 6และ 10 ตัวคอก ส่วนในช่วงระชะขุนได้ใช้วัสดุรองพื้นเฉลี่ยจำนวน 1,235 และ 1,252 กก.ในคอก เพศผู้ตอนและเพศเมืย ตามลำดับ เมื่อเสร็จสิ้นการเลี้ยงในช่วงสุกรเสี่ด-รุ่น การเลี้ยงแบบ 10 ตัว . เมื่อสิ้นสุดการ คอก ได้ปุ๊ขอินทรีย์มากกว่า 6 ตัวคอก อย่างมีนัยสำคัญ (1,113 vรs. 900 กก. น้ำหนักแห้ง ดามลำคับ) ส่วนในระชะขุน เมื่อลดจำนวนสุกรต่อคอกลงครึ่งหนึ่ง การเลี้ยงแ แบบ s ตัว/ตอก จะได้ปุ๋ยมากกว่า แบบ 3 ตัวลอก อย่างมีนัยสำคัญทั้งสองเพศ กล่าวคือ ได้ปุ๊ยจำนวน 983 จร. 812 กก. น้ำหนักแห้ง ในคอกสุกรเพศผู้ตอน และ 1,068 งร. 791 กก. น้ำหนักแห้ง ในคอกเพศเมีย ตามลำดับ เมื่อนำปุ๋ยอินทรีย์สุกรหลุมจากทุกการทคลองไปหาคุณสมบัติทางเคมี ปรากฏว่า มีธาตุ อาหารหลัก (N, P และ K) สูงกว่าค่ามาตรฐานของปุ๊ยหมัก กล่าวคือ มีค่าเฉลี่ย N = 2.31 vs. 1.0%. P.O = 2.70 vs. 0.5% และ K.0 = 2.02 vs. 0.5% ตามลำดับ เมื่อนำไปทสอบกับการปลูกข้าวไพค ฝึกอ่อน จะได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างนำพอใจเมื่อไส่ปุ๋ยสุกรหลุมดังกล่าวลงไปในอัตรา 2 ตัน/ไร่ แต่ ถ้านำปุ๋ขสุกรหลุมไปปรับปรุงคุณภาพด้วยการเติมหินฟอสเฟต แร่เฟลด์สปาร์และกลุ่มหัว เชื้อจุลินทรีย์เพื่อตรึงในไตรเจน เพื่อสลายฟอสฟอรัสและ ไพแทสเซียม ซึ่งมีผลทำให้ปริมาณธาตุ อาหารหลัก กว้นฟอสฟอรัสลตลง ส่วนธาตุอาหารรอง (Ca และ Mg) และ ค่ดัชนีการงอก (Gemination index, G) มีสัดส่วมเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปุ๊ยก่อนทำการปรับปรุงคุณภาพ เมื่อนำปุ๋ยที่ ปรับปรุงคุณภาพตังกล่าวไปทดสอบกับการปลูกข้าวไพดฝักอ่อน ไดยใส่รองพื้นและ ใส่แต่งหน้าที่ อายุปลูก 30 วัน ในอัตรา 1:1 ปรากฏว่า การใส่ในระดับ 0.75-2.00 น/ไร่ ให้ผลผลิตฝักสดและแห้ง แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญ ซึ่งให้ผลดีกว่ากลุ่มควบคุม (ไม่ใส่ปุ๊ข) แต่ก็ยังด้อยกว่ากลุ่มที่ใช้ ปุ๊ขเคมือย่างมีนัยสำคัญ สำหรับการนำปุ๋ขสุกรหลุมไปทดสอบกับพืชที่ให้ผลผลิตสูง คือ องุ่น ซึ่ง ปลูกไดขมูลนิธิโครงการหลวงขุนวาง จ.เชียงไหม่ ปรากฏว่ สามารถใช้แทบปุ้ยคอกและปุ๋ยเคมื (ใช้มูลวัวร่วมกับปุ้ขคมี) ซึ่งเป็นสูตรปุ๊ปกติที่มูลนิธิไตรงการหลวงใช้ประจำได้ ไดยไม่ทำให้ผล ผลิตและความหวานขององุ่นลดลง (2.48 s. 2.39 กก. น้ำหนักผลสดต่อดั้น และ 19.08 งs. 19.75 Brix %)

คำสำคัญ

สุกรปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพสุกรหลุ่ม

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

นวัตกรรมการผลิตปุ๋ยชีวภาพจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ด้วยกระบวนการหมักแบบไร้อากาศ

นิรมล จันทรชาติ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

การปนเปื้อนแคมไพโลแบคเตอร์ในกระบวนการผลิตสุกรแบบอินทรีย์

สุทธิดล ปิยะเดชสุนทร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2556

การผลิตวัสดุพร้อมปลูกจากไบโอชาร์ที่ผลิตโดยใช้เศษวัสดุข้าวโพดในชุมชนเพื่อปรับปรุงดิน

พัชรี อินธนู มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2564

การประยุกต์ใช้ชีวมวลเหลือทิ้งจากแก่นตะวันเป็นสารกำจัดวัชพืช และสารลดแรงตึงผิวชีวภาพสำหรับส่งเสริมเกษตรอินทรีย์

รัชนี พุทธา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2566

การใช้น้ำหมักชีวภาพจากกากยีสต์ร่วมกับปุ๋ยชนิดต่างๆ เพื่อผลิตคะน้าอินทรีย์ในสภาพดินนา

สุวรรณภา บุญจงรักษ์ กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2556

ผลของการใช้ปุ๋ยชีวภาพและการไม่ไถพรวนร่วมกับพืชคลุมดินเพื่อการผลิตข้าวโพดหวานพันธุ์ไฮบริกซ์ 3 บนชุดดินที่ 4 จังหวัดพิจิตร

ธิปไตย ไตรโภค สานักงานพัฒนาที่ดินเขต 8 พ.ศ. 2556

การพัฒนาปุ๋ยชีวภาพจากแหนแดง

สุรางค์รัตน์ พันแสง มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2558

เปรียบเทียบการใช้ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดินชนิดต่างๆ เพื่อเพิ่มผลผลิตอ้อยอย่างยั่งยืน

ภัทรานิษฐ์ ช่วยสระน้อย กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2560

ผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการเลี้ยงสุกรแบบยั่งยืน

รศ.ดร. ณัฐพร จันทร์ฉาย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2551

ผลของวัสดุอินทรีย์ชนิดต่างๆ ต่อการเพิ่มประสิทธิภาพของปุ๋ยชีวภาพ พด.12 ในการปรับปรุงดินเค็มเพื่อปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1

สุวรรณภา บุญจงรักษ์ กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2559