กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาประสิทธิภาพการผลิตของแม่สุกรลูกผสมสองสายพันธุ์ ระหว่างพันธุ์ลาร์จไวท์สาย พันธุ์แคนาดา และพันธุ์แลนด์เรซสายพันธุ์เยอรมัน-ไอร์แลนด์ (LW-C x LR-GI) ของศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์หนองกวาง จำนวน 20 ตัว กลุ่ม 1 เลี้ยงทดสอบในฟาร์มของสถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์สุพรรณบุรี และ กลุ่ม 2 เลี้ยงดูที่ฟาร์มเกษตรกรเครือข่าย จ.กาญจนบุรี กลุ่มละ 10 ตัว เก็บข้อมูลลักษณะทางเศรษฐกิจ การเจริญเติบโต และสมรรถภาพการสืบพันธุ์ ในระหว่างปี 2550-2552 วิเคราะห์ข้อมูลโดย Least Square analysis เพื่อเปรียบเทียบลักษณะทางเศรษฐกิจบางประการ มีปัจจัยคงที่คือ สถานที่เลี้ยง ปีที่ศึกษา และลำดับครอกที่คลอด ผลการศึกษาพบว่า อัตราการเจริญเติบโต (ADG) ของ กลุ่ม 1 มีค่ามากกว่ากลุ่ม 2 (P<0.05) เท่ากับ 753.81 และ 612.37 กรัม/วัน ขณะที่ลักษณะอื่น ๆ ที่ศึกษามีค่าไม่แตกต่างกัน (P>0.05) คือประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหาร (FCR) ของกลุ่ม 1 และกลุ่ม 2 เท่ากับ 2.24 และ 2.34 ความหนาไขมันสันหลัง (BF) เท่ากับ 0.83 และ 0.86 เซนติเมตร พื้นที่หน้าตัดเนื้อสัน (LEA) เท่ากับ 42.54 และ 43.11 ตารางเซนติเมตร และความยาวลำตัว เท่ากับ 114.60 และ 112.40 เซนติเมตร ตามลำดับ ด้านประสิทธิภาพการผลิตของแม่สุกรลูกผสมสองสายพันธุ์ พบว่า สถานที่เลี้ยง ปีที่ศึกษา และลำดับครอกที่คลอด ไม่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการผลิตในทุกลักษณะที่ศึกษา (P>0.05) โดยมีค่าเฉลี่ยของกลุ่ม 1 และกลุ่ม 2 ดังนี้ จำนวนลูกเกิด 9.86 และ 10.79 ตัว จำนวนลูกเกิดมีชีวิต 9.17 และ 10.42 ตัว น้ำหนักครอกเมื่อแรกเกิด 12.14 และ 15.55 กก. น้ำหนักแรกเกิดต่อตัว 1.30 และ 1.54 กก. น้ำหนักครอกเมื่อหย่านม 55.65 และ 63.75 กก. น้ำหนักหย่านมต่อตัว 6.66 และ 7.11 กก. จำนวนลูกหย่านม 9.21 และ 9.32 ตัว และจำนวนลูกหย่านมต่อแม่ต่อปี 20.83 และ 20.73 ตัว ตามลำดับ ดังนั้นสุกรที่มีพันธุกรรมจากสุกร กรมปศุสัตว์ สามารถปรับตัวและ นำไปใช้เพิ่มผลผลิตสุกร ให้กับฟาร์มเกษตรกรเครือข่ายได้เป็นอย่างดี จากลักษณะต่างๆ ที่ทำการศึกษามีค่าไม่แตกต่างกับที่เลี้ยงในสถานีวิจัย ฯ ทดสอบพันธุ์สัตว์สุพรรณบุรี