สายพันธุ์สุกรลูกผสมที่เหมาะสมกับระบบการเลี้ยงแบบเกษตรธรรมชาติ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาประสิทธิภาพการผลิตของสุกรสายพันธุ์ลูกผสม จำนวน 5 สายพันธุ์ สายพันธุ์ละ 10 ตัว ได้แก่ สุกรลูกผสม !) ดูรอก x ลาร์งไวท์ x แลนด์เรร 2) เพียเทรน x ลาร์งไวท์ x แลนด์เรช 3) ดูรอค x เหมยซาน 4) เพียเทรน x ไทยพื้นเมือง และ 5) สุกรไทยพื้นเมือง เลี้ยงในระบบเกษตรธรรมชาติ (หมู หลุม) ตั้งแต่น้ำหนักประมาณ 12.43 2.36 ถึง 100.10 + 16.87 กิโลกรัม ในช่วงน้ำหนัก 12 ถึง 30 กิโลกรัม พบว่าสุกรสายพันธุ์ดูรอค x เหมยซาน มีอัตราการเจริญเติบ โตสูงสุดเนื่องจากกินอาหารได้มาก ที่สุด อัตราการแลกน้ำหนักและประสิทธิภาพการใช้อาหารไม่มีความแดกต่างกันทางสถิติ ในช่วง น้ำหนัก 30-60 และ 60-100 กิไลกรัม สุกรดูรอค x เหมยซาน เป็นสายพันธุ์ที่มีอัตราการเจริญเดิบโตสูง ที่สุด (P-0.05) สุกรสายพันธุ์ดูรอค x เหมยซาน และไทยพื้นเมือง มีอัตราการแลกน้ำหนักศึกว่าและมี ประสิทธิภาพการใช้อาหารสูงกว่สุกรลูกผสมสายพันธุ์ยุโรป (p*0.05) แต่สุกรไทยฟื้นเมืองใช้เวลาใน การเลี้ยงนานที่สุด (167 วัน) สุกรดูรอก x เหมยซาน มีระยะในการเลี้ยงน้อยที่สุด (101 วัน) อัตราการ เจริญเดิบโตของสุกรลูกผสมสายพันธุ์ยุโรปไม่มีความแตกต่งกันทางสถิติ โดยสายพันธุ์ดูรอคx ลาร์ง ไวท์ xแลนด์เรซ มีแนวโน้มของการเจริญเติบโดต่อวันสูงเนื่องจากกินอาห ารได้มากกว่ และสาย พันธุ์เพียเทรน x ลาร์จไวท์ x แลนด์เรซ มีอัตราการแลกน้ำหนักและประสิทธิภาพการใช้อาหารในช่วง ขุนสูงกว่าสายพันธุ์อื่นๆ การเปรียบเทียบประสิทธิภาพการผลิตในการเลี้ยงสุกรสามสาย (ดูรอก x ลาร์ง ไวท์ * แลนด์เรซ) ที่เลี้ยงในระบบเกษตรธรรมชาติกับเลี้ยงในระบบโรงเรือนสุกรปกติ พบว่ไม่มีความ แตกต่างกันของประสิทธิภาพการผลิตในช่วงน้ำหนักเริ่มเลี้ยง ถึง 30 กิโลกรัม แต่ในช่วง 30-60 กิโลกรัม สุกรที่ลี้ยงในระบบโรงเรือนทางการค้ามีอัตราการเจริญเดิบโต อัตราการแลกน้ำหนักและประสิทธิภาพ การใช้อาหารดีกว่า (p*0.05) และประสิทธิภาพ ารผลิตในช่วงขุนไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ ทั้งนี้ การเลี้ยงในระบบโรงเรือนมีระยะเวลาในการเลี้ยงช่วงรุ่น-ชุนสั้นกว่าระบบโรงเรือนแบบเกษตร ธรรมชาติ 25 วัน โดยมีต้นทุนคำอาหาร ต่อการเพิ่มน้ำหนัก ! กิโลกรัม สำหรับการลี้ยงสุกรในระบบ โรงเรือนเกษตรธรรมชาติเท่ากับ 37.47 บาท และ 50.15 บาท สำหรับการเลี้ยงในระบบโรงเรือนปกติ ผลการวิเคราะห์คุณภาพซาก สุกรลูกผสมสายพันธุ์ต่งประเทศ (ดูรอค x ลารังไวท์ x แลนด์เรซ และ เพียเทรน x ลาร์งไวท์ x แลนด์เรซ) มีแนว นั้มของค่ความยาวซากมากกว่า และค่ความหนาของ ไขมันสันหลังน้อยกว่สุกรที่มีสายเลือดพื้นเมือง (เพียเทรน x ไทยฟื้นเมือง และดูรอค x เหมยซาน) เนื้อ สุกรลูกผสมสายเลือดพื้นเมืองมีคำสีแดง (#*) และสีเหลือง (๖*) สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ (p-0.05) เนื้อ ของสุกรลูกผสมดูรอค x ลาร์งไวท์ x แลนด์เรซ ที่เลี้ยงในระบบโรงเรือนการค้า มีคำความสว่าง (1๑) มากกว่าสุกรที่เลี้ยงในระบบเกษตรธรรมชาติ (3-0.05) และมีสีค่อนช้างเหลืองกว่า ส่วนสุกรที่เลี้ยงใน ระบบโรงเรือนเกษตรธรรมชาติมีสีค่อนไปทางแคงมากกว่า วัสดุรองพื้นคอกสุกรในระบบการเลี้ยงแบบเกษตรธรรมชาติหลังจากการเลี้ยง สามารถใช้เป็น ปุ๊ขหมักได้ โดยมีคำความเป็นกรดคำงลคลงอยู่ในช่งมาตรฐาน มีแนวโนัมของอัตราส่วนคาร์บอนต่อ ในโตรเจนแคบลง มีธาตุอาหารหลักใน โตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมสูงกว่พื้นคอกก่อนเลี้ยง อย่างมีนัยสำคัญ (p:0.05) ในอัตราส่วน N : P : K = 1:1:1 โดยปริมาณในโตรเจนของพื้นคอกสุกรสาย พันธุ์เพียเทรน x ไทยพื้นเมือง และดูรอค x เหมยซาน มีค่สูงสุด คำการนำไฟฟ้ของคิน มีค่าลดลงหลัง การเลี้ยงสุกรทุกสายพันธุ์ (p:0.05) แค่ชังคงเป็นคำที่สูงกวำมาตรฐาน