กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างนวัตกรรมการผลิตแคบหมูเพื่อเพิ่มผลผลิตแคบหมู วิสาหกิจชุมชนกรณีศึกษา กลุ่มสตรีทำแคบหมูพงสว่าง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี การผลิตแคบหมูประกอบด้วยกิจกรรมหลัก 11 กิจกรรม จากการศึกษาสภาพปัญหาเบื้องต้น โดยการศึกษาเวลาการทำงานแต่ละกิจกรรมเทียบกับแทคไทม์ พบว่า กิจกรรมตากแดด ใช้เวลา 16 ชั่วโมง/แบช ซึ่งสูงกว่าค่าแทคไทม์ และสามารถตากแดดได้เฉพาะในช่วงเวลากลางวัน รวมระยะเวลาในการตากแดดทั้งหมด 32 ชั่วโมง หรือ 2 วัน ทำให้ผลิตได้ไม่ทันตามยอดสั่งซื้อ ซึ่งถ้าหากเป็นฤดูฝน สภาพอากาศแปรปรวน ก็จะใช้เวลาตากแดด มากกว่า 2 วัน ดังนั้นวิเคราะห์ได้ว่า กิจกรรมตากแดด คือ คอขวดของสายการผลิต ทำให้เกิดความล่าช้าต้องใช้เวลาในการผลิตนาน การออกแบบแนวทางในการแก้ไขปัญหาโดยการประยุกต์ใช้เทคนิคการกระจายหน้าที่เชิงคุณภาพ และการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการแก้ปัญหาเชิงประดิษฐ์คิดค้นมาใช้ในการออกแบบเครื่องอบแคบหมู สรุปผล คือ 1) ผลผลิตเพิ่มขึ้นจาก 210 กิโลกรัม เป็น 588 กิโลกรัมต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 64.29 ของผลผลิต 2) อัตราผลิตภาพเพิ่มขึ้นจาก 3.13 กิโลกรัม/ชั่วโมง-เครื่อง เป็น 4.38 กิโลกรัม/ชั่วโมง-เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 39.94 ของอัตราผลิตภาพ และ 3) รายได้ต่อเดือนเพิ่มขึ้นจาก 58,800 บาท เป็น 164,640 บาทต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 64.29 ของรายได้ต่อเดือน ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจของวิสาหกิจชุมชนให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืนคำสำคัญ : นวัตกรรม แคบหมู เทคนิคการกระจายหน้าที่เชิงคุณภาพ การแก้ปัญหาเชิงประดิษฐ์คิดค้น
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. Concept demonstrated analytically or experimentally
นวัตกรรมเครื่องอบหนังหมูเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตแคบหมูโดยใช้หลักการให้ความร้อนด้วยหลอดอินฟราเรด ซึ่งคล้ายกับการให้พลังงานจากดวงอาทิตย์ สภาวะเรือนกระจก และการกระจายความร้อนด้วยพัดลม ซึ่งเครื่องอบต้นแบบจะนำไปทดลองที่กลุ่มสตรีแคบหมูพงสว่าง
กระบวนการผลิตแคบหมู กิจกรรมการตากแดดใช้เวลานานและมีข้อจำกัดเกี่ยวกับปัจจัยด้านสภาพอากาศและระยะเวลาในการผลิต ดังนั้นจึงมีแนวทางที่จะพัฒนาเครื่องอบแคบหมูเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตแคบหมู
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. initial testing of proposed solution(s) together with relevant stakeholders
นวัตกรรมการผลิตแคบหมูโดยการพัฒนาเครื่องอบจะถูกนำเสนอต่อกลุ่มสตรีทำแคบหมูพงสว่าง ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตแคบหมู ส่งผลให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน
ผู้วิจัยและกลุ่มสตรีแคบหมูพงสว่างได้ร่วมกันวิเคราะห์สภาพปัญหาการผลิตแคบหมู ที่มีผลกระทบต่อการผลิตไม่ทันตามยอดสั่งซื้อ ทำให้เสียโอกาสในการขาย ซึ่งจากการศึกษาเวลาการทำงานในกระบวนการผลิตพบว่า กิจกรรมการตากแดดใช้เวลานานและมีข้อจำกัดเกี่ยวกับปัจจัยด้านสภาพอากาศและระยะเวลาในการผลิต ดังนั้นจึงมีแนวทางที่จะพัฒนาเครื่องอบแคบหมูเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตแคบหมู