นวัตกรรมการเลี้ยงกบในกระชังบกเพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรในสภาวะภัยแล้งของจังหวัดบุรีรัมย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องนวัตกรรมการเลี้ยงกบในกระชังบก เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรในสภาวะภัยแล้งของจังหวัดบุรีรัมย์ มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ข้อได้แก่ เพื่อศึกษารูปแบบการเลี้ยงกบในกระชังบกที่เหมาะสม และยกระดับรายได้ให้กับชุมชน ทำให้มีความสามารถในการพัฒนาพึ่งพาตนเองและจัดการตนเอง ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ประกอบด้วยการวางแผน การดำเนินการศึกษารูปแบบการเลี้ยงกบในกระชังบกที่เหมาะสม ขั้นสังเกตและบันทึกผลการวิจัย และขั้นการสะท้อนผล โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 50 คน ทำการเลี้ยงกบเป็นเวลา 4 เดือน และเก็บข้อมูลจากเกษตรกรจำนวน 20 คน เพื่อวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยรายได้จากการจำหน่ายกบ ผลพบว่าจากข้อมูลที่เก็บตัวอย่างเกษตรกรจำนวน 20 คน พบว่า มีค่าเฉลี่ยการจำหน่ายกบ คนละ 8.25?1.25 กิโลกรัม คิดเป็นเงินเฉลี่ย 660?100.27 บาท มีต้นทุนการผลิตเท่ากับ 700 บาท ต่อกระชัง ส่วนการเลี้ยงกบที่ใช้นวัตกรรมร่วมในครั้งนี้ มีค่าเฉลี่ยการจำหน่ายกบ คนละ 8.41?2.07 กิโลกรัม คิดเป็นเงินเฉลี่ย 672.44?165.94 บาท แต่มีต้นทุนการผลิตเท่ากับ 1,150 บาทต่อกระชังซึ่งนอกจากการจำหน่ายกบแล้ว เกษตรได้นำกบบางส่วนไปบริโภคในครัวเรือน และแจกจ่ายให้กับญาติเพื่อนำไปบริโภคด้วย การเลี้ยงกบในกระชังบกแบบพอเพียง เป็นรูปแบบที่เหมาะสมกับเกษตรกร เพราะมีการจัดการที่ง่าย สะดวก และต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า ส่วนการใช้นวัตกรรมการเลี้ยงกบมาช่วยเติมน้ำจะเหมะสำหรับระบบการเลี้ยงกบที่มีปริมาณมาก จะเป็นการประยัดเวลาในการเติมน้ำ และเป็นการลงทุนเบื้องต้นครั้งเดียง สามารถใช้งานระบบได้นาน การพัฒนาตนเองของเกษตรกร หลังจากเข้าร่วมอบรม พบว่า เกษตรได้พึ่งพาตนเองและละการจัดการตนเองได้อย่างถูกวิธีคำสำคัญ : นวัตกรรมการเลี้ยงกบ กระชังบก ภัยแล้ง