Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

การเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับของกลุ่มเกษตรกรข้าวอินทรีย์ในจังหวัดสุรินทร์เพื่อเข้าสู่วิสาหกิจชุมชน

กิตติศักดิ์ ร่วมพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ชื่อเรื่องภาษาไทย : การเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับของกลุ่มเกษตรกรข้าวอินทรีย์ ในจังหวัดสุรินทร์เพื่อเข้าสู่วิสาหกิจชุมชนชื่อผู้วิจัย : กิตติศักดิ์ ร่วมพัฒนา, สายฝน ทดทะศรี, กฤตกนก พาบุ และวรพรภัฏ ปัดภัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ปีงบประมาณ 2563 จำนวน 196 หน้าบทคัดย่อการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สภาวการณ์และบริบทของกลุ่มเกษตรกรข้าวอินทรีย์จังหวัดสุรินทร์ 2) ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกรข้าวอินทรีย์ และ 3) แนวทางการพัฒนาเพื่อยกระดับเข้าสู่วิสาหกิจชุมชน โดยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยแบบผสม (Mixed Method Research) ประกอบด้วย การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ใช้การสอบถามเกษตรกรข้าวอินทรีย์ในจังหวัดสุรินทร์ จำนวน 354 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประเมินค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ซึ่งมีความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.96 และแบบสอบถามปลายเปิด วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ใช้การสนทนากลุ่ม (Focus group) ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มเกษตรกรข้าวอินทรีย์ในจังหวัดสุรินทร์ จำนวน 3 กลุ่ม รวมทั้งสิ้น 300 คน การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) ซึ่งประกอบด้วย ประธานกลุ่มเกษตรกรข้าวอินทรีย์ในจังหวัดสุรินทร์ จำนวน 25 คน และ การวิจัยเอกสาร (Documentary Research) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย ประเด็นคำถามสำหรับการสนทนากลุ่ม และแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาวการณ์และบริบทของกลุ่มเกษตรกรข้าวอินทรีย์จังหวัดสุรินทร์ 1.1 สภาวการณ์และบริบทของกลุ่มเกษตรกรข้าวอินทรีย์จังหวัดสุรินทร์ด้านปัจจัยภายนอกโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับมาก 2 ด้าน คือ พฤติกรรมผู้บริโภค และสภาพแวดล้อมทางสังคม ส่วนอีก 3 ด้านอยู่ในระดับปานกลาง ได้แก่ สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ รองลงมาคือ สภาพแวดล้อมทางการแข่งขัน และสภาพแวดล้อมทางการเมือง ตามลำดับ 1.2 สภาวการณ์และบริบทของกลุ่มเกษตรกรข้าวอินทรีย์จังหวัดสุรินทร์ด้านบริหารองค์กรโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับมาก 2 ด้าน คือ ปัจจัยด้านการผลิต และปัจจัยด้านผู้นำ ส่วนอึก 7 ด้านอยู่ในระดับปานกลาง ได้แก่ ปัจจัยด้านการมีส่วนร่วม รองลงมาคือ ปัจจัยด้านข้อมูลข่าวสาร ปัจจัยด้านการบริหารจัดการ ปัจจัยด้านปฏิสัมพันธ์กับภายนอก ปัจจัยด้านแรงงาน ปัจจัยด้านการตลาด และปัจจัยด้านการเงิน ตามลำดับ 2. ปัญหาและอุปสรรค์ในการดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกรข้าวอินทรีย์โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีปัญหาและอุปสรรคอยู่ในระดับมาก 2 ด้านคือ การบริหารจัดการกลุ่มเกษตรกรข้าวอินทรีย์ ได้แก่ การจัดการด้านตลาด บัญชีและการเงิน สมาชิกไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบกลุ่ม สมาชิกมีส่วนร่วมน้อย สมาชิกขาดทักษะและกระบวนการเรียนรู้ และปัจจัยการผลิตข้าวอินทรีย์ ได้แก่ ขาดแหล่งน้ำ ขาดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ ปัจจัยการผลิตมีราคาสูง พันธุ์ข้าวไม่บริสุทธิ์ ทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอ การเข้าถึงแหล่งทุนยากขึ้น ขาดแรงงานและค่าจ้างแรงงานค่อนข้างสูง 3. แนวทางการพัฒนาเพื่อยกระดับเข้าสู่วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกรข้าวอินทรีย์สุรินทร์มีศักยภาพเพียงพอที่จะยกระดับเป็นวิสาหกิจชุมชนที่เข้มแข็งและมั่นคงได้ เพราะมีประสบการณ์มากพอทั้งด้านการผลิต การจำหน่ายผลผลิต รวมทั้งผลผลิตมีอัตลักษณ์เฉพาะเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคและผ่านการรับรองมาตรฐานทั้งในและต่างประเทศซึ่งถือเป็นเครื่องหมายการค้าที่สำคัญ แนวทางการพัฒนาเพื่อยกระดับเข้าสู่วิสาหกิจชุมชนมีองค์ประกอบหลัก 2 ด้านคือ 3.1 ปัจจัยที่จำเป็นสำหรับการยกระดับเข้าสู่วิสาหกิจชุมขน ประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) ผู้นำที่มีศักยภาพ ความพร้อม และมีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง 2) การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และ 3) การใช้กระบวนการเรียนรู้เพื่อการสร้างองค์ความรู้สำหรับการพัฒนางานและองค์กร และปัจจัยเสริม ได้แก่ การสร้างเครือข่ายหรือพันธมิตร เพื่อการสนับสนุนและช่วยเหลือกัน 3.2 กระบวนการในลักษณะวงจรพัฒนา มีขั้นตอนประกอบด้วย 1) การระดมความคิดเห็นเพื่อการวิเคราะห์ชุมชน 2) การวางแผนการดำเนินงาน 3) การลงมือปฏิบัติที่เน้นกระบวนการกลุ่ม การเรียนรู้เพื่อการแก้ปัญหาและการพัฒนาองค์กร และ 4) การประเมินผลเพื่อการปรับปรุงและพัฒนา โดยหลังการประเมินทุกครั้งต้องนำข้อมูลและสารสนเทศที่ได้เข้าสู่กระบวนการทั้ง 4 ขั้นตอนในวงจรถัดไป

คำสำคัญ

วิสาหกิจชุมชนการเพิ่มประสิทธิภาพIncrease efficiencySmall and Micro Community EnterprisesOrganic Rice Groupsกลุ่มเกษตรกรข้าวอินทรีย์

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาการยอมรับของเกษตรกรในการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปการจัดการดิน น้ำ และพืชเศรษฐกิจสำหรับประเทศไทย ในพื้นที่นาข้าวจังหวัดลำปาง

สมจินต์ วานิชเสถียร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2557

การศึกษาและพัฒนาองค์กรกิจการเพื่อสังคมด้านเกษตรอินทรีย์ ในเขตภาคเหนือของประเทศไทย : กรณีศึกษาเรนโบว์ฟาร์ม

ปฐม มณีโรจน์ มหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ. 2558

การจัดเขตศักยภาพการผลิตข้าวของประเทศไทย

กรมการข้าว พ.ศ. 2553

ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของเกษตรอินทรีย์ในระดับชุมชนของประเทศไทย : กรณีศึกษา กลุ่มเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดอุบลราชธานีและศรีสะเกษ

พ.ศ. 2558

การเพิ่มประสิทธิภาพของกิจกรรมโลจิสติกส์ของเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ในเขตจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ และบุรีรัมย์

ปวีร์ ศิริรักษ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2556

การพัฒนาขีดความสามารถของผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรให้เป็นผลิตภัณฑ์พรีเมียม เพื่อเพิ่มมูลค่า ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

สุตาภัทร คงเกิด สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

กระบวนการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตร กรณีศึกษา ชุมชนบ้านโคกกุง ตำบลโนนแดง อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม

ภาณุพันธุ์ ประภาติกุล มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2558

แนวทางในการพัฒนาศักยภาพกลุ่มเกษตรชุมชน สู่วิสาหกิจชุมชนเกษตร จังหวัดเชียงใหม่*

ณกานต์ อนุกูลวรรธกะ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2562

การศึกษาแนวทางการพัฒนาการผลิตและแปรรูปข้าวสู่ระบบมาตรฐานข้าวอินทรีย์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปข้าวกล้องชีวภาพเครือข่ายเกษตรกร โคกผักกูด-โป่งแดง อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม

จิราวรรณ วงศ์ปัญญา สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2558

แนวทางการจัดการห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ของสินค้าเกษตรอินทรีย์ จังหวัดเชียงใหม่

จินดา จันที มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2558