การใช้ประโยชน์จากแก้วมังกรขาว และแก้วมังกรแดง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ศึกษาการสกัดผงสีจากเปลือกแก้วมังกรเนื้อขาวและแดงบดละเอียด และเก็บแช่แข็ง วัดเป็นปริมาณเป็นเบตานินและนีโอเบตานิน โดยการเลือกปัจจัยที่เหมาะสมจากการจัดการทดลองโดยใช้ Plackett–Burman design และ Box –Benhagen ได้สภาวะที่เหมาะสม คือ พันธุ์เนื้อขาว อุณหภูมิ 70.0 ?C ปริมาณเอทานอล 90.0 % pH = 6.95 speed=0 และเวลา 5 นาที ส่วน พันธุ์เนื้อแดง คือ อุณหภูมิ 61.59 ?C ปริมาณเอทานอล 90.0 % pH=5.24 speed=0 และเวลา 0 นาที โดยใช้ปริมาณตัวอย่างต่อสารสกัด 4 ก. ต่อ 40 ม.ล. การทำผงสีแห้ง ได้จากการเติมมอลโตเด็กซ์ตริน (DE 10-12% ) 20% โดยน้ำหนัก ผงสีของเปลือกแก้วมังกรขาว จากการอบแห้งโดยตู้อบลมร้อน (50?C ) มีสีส้มใสกว่า freeze dry (-50?C ) ส่วนผงสีเปลือกแก้วมังกรแดง โดยตู้อบลมร้อน มีสีชมพูใสกว่าจาก freeze dry แต่การละลายน้ำของผงสีจากเครื่อง freeze dry เร็วกว่าผงสีจากตู้อบลมร้อน เนื้อรวมเมล็ดและเปลือกแก้วมังกรขาว และแดงไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ทั้งแบบชนิดตรงและชนิดอ้อม สูตรที่เหมาะสมของเครื่องดื่มแก้วมังกรเนื้อขาว คือ เนื้อแก้วมังกร 60% น้ำตาลทราย 7.2 % กรดซิตริก 0.12 % ปริมาณเปลือกบดกับน้ำ 5 เท่าของน้ำหนัก 32.68% สูตรที่เหมาะสมของเครื่องดื่มแก้วมังกรเนื้อแดงคือ เนื้อแก้วมังกร 49.23% น้ำตาลทราย 8.4 % กรดซิตริก 0.15 % ปริมาณเปลือกบดกับน้ำ 5 เท่าของน้ำหนัก 10.89% และน้ำ 21.79% ได้ความชอบจากผู้ชิมปานกลาง และผู้บริโภคทั่วไป (102 คน) อายุ 20-66 ปี เพศชาย 21.57 % เพศหญิง 78.43 % ชอบแก้วมังกรขาวเล็กน้อย 47.06 % ชอบปานกลาง 4.9 % ชอบมาก 26.47 % ไม่ชอบ 21.57% ส่วนเครื่องดื่มแก้วมังกรแดง ชอบเล็กน้อย 36.27 % ชอบปานกลาง 8.82 % ชอบมาก 44.11% ไม่ชอบ10.78 % ศึกษาการสกัดผงสีจากเปลือกแก้วมังกรเนื้อขาวและแดงบดละเอียด และเก็บแช่แข็ง วัดเป็นปริมาณเป็นเบตานินและนีโอเบตานิน โดยการเลือกปัจจัยที่เหมาะสมจากการจัดการทดลองโดยใช้ Plackett–Burman design และ Box –Benhagen ได้สภาวะที่เหมาะสม คือ พันธุ์เนื้อขาว อุณหภูมิ 70.0 ?C ปริมาณเอทานอล 90.0 % pH = 6.95 speed=0 และเวลา 5 นาที ส่วน พันธุ์เนื้อแดง คือ อุณหภูมิ 61.59 ?C ปริมาณเอทานอล 90.0 % pH=5.24 speed=0 และเวลา 0 นาที โดยใช้ปริมาณตัวอย่างต่อสารสกัด 4 ก. ต่อ 40 ม.ล. การทำผงสีแห้ง ได้จากการเติมมอลโตเด็กซ์ตริน (DE 10-12% ) 20% โดยน้ำหนัก ผงสีของเปลือกแก้วมังกรขาว จากการอบแห้งโดยตู้อบลมร้อน (50?C ) มีสีส้มใสกว่า freeze dry (-50?C ) ส่วนผงสีเปลือกแก้วมังกรแดง โดยตู้อบลมร้อน มีสีชมพูใสกว่าจาก freeze dry แต่การละลายน้ำของผงสีจากเครื่อง freeze dry เร็วกว่าผงสีจากตู้อบลมร้อน เนื้อรวมเมล็ดและเปลือกแก้วมังกรขาว และแดงไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ทั้งแบบชนิดตรงและชนิดอ้อม สูตรที่เหมาะสมของเครื่องดื่มแก้วมังกรเนื้อขาว คือ เนื้อแก้วมังกร 60% น้ำตาลทราย 7.2 % กรดซิตริก 0.12 % ปริมาณเปลือกบดกับน้ำ 5 เท่าของน้ำหนัก 32.68% สูตรที่เหมาะสมของเครื่องดื่มแก้วมังกรเนื้อแดงคือ เนื้อแก้วมังกร 49.23% น้ำตาลทราย 8.4 % กรดซิตริก 0.15 % ปริมาณเปลือกบดกับน้ำ 5 เท่าของน้ำหนัก 10.89% และน้ำ 21.79% ได้ความชอบจากผู้ชิมปานกลาง และผู้บริโภคทั่วไป (102 คน) อายุ 20-66 ปี เพศชาย 21.57 % เพศหญิง 78.43 % ชอบแก้วมังกรขาวเล็กน้อย 47.06 % ชอบปานกลาง 4.9 % ชอบมาก 26.47 % ไม่ชอบ 21.57% ส่วนเครื่องดื่มแก้วมังกรแดง ชอบเล็กน้อย 36.27 % ชอบปานกลาง 8.82 % ชอบมาก 44.11% ไม่ชอบ10.78 %