อาหารเสริมสารสกัดจากเปลือกแก้วมังกรเพื่อเร่งสีและระบบต้านอนุมูลอิสระในปลาแฟนซีคาร์ป
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาการใช้ประโยชน์ของสารเบตาเลนจากเปลือกผลแก้วมังกร (Hytocereus undatus Haw Brit. & Rose) ในปลาแฟนซีคาร์ป (Cyprinus carpio Linn) โดยแบ่งเป็น 2 การทคลอง การทดลอง ที่ 1 ศึกษาสภาวะการบรรจุ และอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเก็บรักษาสารเบตาเลนจากผงเปลือกผล แก้วมังกรอบแห้ง โดยเก็บสารเบตาเลนในสภาวะการบรรจุ 2 แบบ ได้แก่ การบรรจุแบบสุญญากาศ และแบบบรรยากาศปกติ ร่วมกับอุณหภูมิ 4 ระดับ ได้แก่ -20, 4, 15 และ 25 องศาเซลเซียส เป็น ระยะเวลา 10 เดือน พบว่าสารเบตาเลนที่เก็บในสภาวะการบรรแบบสุญญากาศร่วมกับอุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส มีความเสถียรมากที่สุด ซึ่งค่ามุมสี (Fue angle; :") เปลี่ยนแปลงเฉลี่ยน้อยที่สุด เท่ากับ 358.700#0.26 (P<0.05) ปริมาณสารเบตาเลนมากที่สุด เท่ากับ 85.920.11 มก./100 ก. น้ำหนักแห้งผงเปลือกแก้วมังกร (P<0.05) มีปริมาณสารประกอบโพลีฟีนอลมากที่สุด คือ 272.8*5.84 มก.กรดแกลลิก/กก. (P<0.05) และมีความสามารถในการทำลายสารอนุมูลอิสระ (radical scavenging activity ; 1,1-dipheny1-2-picry hydrazyl( DPPH) มากที่สุด เท่ากับ 46.76+0.62 เปอร์เซ็นต์ (P<0.05) การทดลองที่ 2 การศึกษระดับของสารเบตาเลนจากเปลือกผลแก้วมังกรที่เหมาะสมต่อ การเร่งสี การเปลี่ยนแปลงลักษณะของเนื้อเยื่อ ค่าโลหิตวิทยา และประสิทธิภาพของเอนไซม์ในการ ต้านสารอนุมูลอิสระในเลือดปลาแฟนซีการ์ป โดยมีปริมาณสารเบตาเลนที่ผสมในอาหารปลาที่ ต่างกัน ร ระดับได้แก่ 0 15 30 45 และ 60 มก./กก. เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ พบว่าอัตราการ เจริญเติบโต และค่าโลหิตวิทยา ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P>0.05) ส่วน การศึกษาค่าการเปลี่ยนแปลงความเข้มสีของผิวปลาแฟนซีคาร์ปที่เลี้ยงด้วยอาหารผสมสารเบตาเลน จากเปลือกผลแก้วมังกรอบแห้งที่ระดับความเข้มข้น ร ระดับ พบว่าปลาแฟนซีคาร์ปทุกชุดการ ทดลองที่ได้รับอาหารผสมสารเบตาเลนในระดับความเข้มข้นต่างๆ มีแนวโน้มของค่าความเข้มสี แดงเพิ่มมากขึ้น (Px0:05) ส่วนมีค่า TBARS ต่ำที่สุด คือ 0.960.02 (X10 Jimol MDA/มล.) (P<0.05) ค่ากิงกรรมของเอ็นไซม์ catalase ต่ำที่สุดเท่ากับ 1.1340.09 (X10* มล.H,0) (P-0.05) และเปอร์เซ็นต์การขับยั้งสารอนุมูลอิสระคือ 59.02:0.22 เปอร์เซ็นต์ (P-0.05) ส่วนลักษณะเนื้อเยื่อ ปลาแฟนซีการ์ป พบว่า เกล็ดปลาแฟนซีคาร์ปที่กินอาหารผสมสารเบตาเลนที่ระดับความเข้มข้น 60 มณ.กก. มีการสะสมของรงควัตสีส้มแดงมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับปลาแฟนซีคาร์ปที่ไม่ได้กิน อาหารผสมสารเบตาเลน เนื้อเยื่อตับไม่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อได้รับสารเบตาเลน นอกจากนี้ยังพบว่า ปลาแฟนซีคาร์ปที่กินอาหารผสมสารเบตาเลนที่ระดับความเข้มข้น 60 มก/กก. มีเปอร์เซ็นต์การ พัฒนาของเซลล์สืบพันธุ์ของปลามากที่สุด