โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตส้มจี๊ด (Citrus mitis Blanco.) ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแก้วมังกร มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศัตรูพืชที่สาคัญของแก้วมังกรซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่สาคัญของภาคตะวันออก การศึกษานี้มุ่งเน้นที่จะหาวิธีการป้องกันกาจัดที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมเพื่อแนะนาให้เกษตรกรนาไปใช้ ประกอบด้วย 2 กิจกรรม ได้แก่ การป้องกันกาจัดแมลงศัตรูสาคัญในแก้วมังกร และ การป้องกันกาจัดโรคสาคัญในแก้วมังกร ดาเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2555 ถึงเดือนกันยายน 2558 ทั้งในห้องปฏิบัติการสานักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช และในสภาพไร่ของเกษตรกร การศึกษาปริมาณความหนาแน่นและช่วงฤดูการระบาดของแมลงวันผลไม้ในแก้วมังกร พบแมลงวันผลไม้ที่ดักจับได้ในแปลงปลูกแก้วมังกรทั้งหมด 5 ชนิด คือ Bactrocera dorsalis, Bactrocera correcta, Bactrocera cucurbitae, Bactrocera umbrosa และ Bactrocera tau ชนิดที่พบมากที่สุดคือ Bactrocera dorsalis ซึ่งเป็นชนิดเดียวที่เข้าทาลายผลแก้วมังกร การศึกษาวิธีป้องกันกาจัดแมลงวันผลไม้ ได้ทาการศึกษาเทคโนโลยีการห่อผลเพื่อป้องกันการทาลายของแมลงวันผลไม้ พบว่าถุงห่อผลที่ทาจากวัสดุชนิดต่าง ๆ ได้แก่ ถุงพลาสติก ถุงเคลือบสารเคมี ถุงใยสังเคราะห์ ถุงกระดาษสีน้าตาล ถุงผ้าไนล่อน และถุงห่อผลไม้สาเร็จรูป“ซุนฟง” ให้ผลในการป้องกันการเข้าทาลายของแมลงศัตรูผลแก้วมังกรได้ 100% และไม่มีผลต่อคุณภาพของผลแก้วมังกรทั้งขนาด น้าหนัก รูปทรง และสีของผล และพบว่าการห่อผลเพียงอย่างเดียวและร่วมกับการใช้สารฆ่าแมลงที่ 14 วัน ให้ผลในการป้องกันแมลงทาลายผลแก้วมังกร 100% เทคโนโลยีการป้องกันกาจัดแมลงศัตรูแก้วมังกรที่สาคัญ โดยการทดสอบประสิทธิภาพสารฆ่าแมลงเพื่อป้องกันกาจัดเพลี้ยแป้ง (Dysmiscoccus neobrevipes Beardsley) ซึ่งเป็นแมลงศัตรูที่สาคัญของแก้วมังกร พบว่า สารกาจัดแมลง thiamethoxam 25%WG อัตรา 4 กรัมต่อน้า 20 ลิตร dinotefuran 10%WP อัตรา 10 กรัมต่อน้า 20 ลิตร carbaryl 85%WP อัตรา 60 กรัมต่อน้า 20 ลิตร carbosulfan 20% EC อัตรา 50 มิลลิลิตรต่อน้า 20 ลิตร และ imidacloprid 70%WG 5 กรัมต่อน้า 20 ลิตร ให้ผลในการควบคุมเพลี้ยแป้งได้ดีไม่แตกต่างกัน และพบว่ามีพิษตกค้างในระดับที่ปลอดภัยต่อการบริโภค ยกเว้นสาร carbaryl 85%WP การศึกษาโรคของแก้วมังกร พบสาเหตุที่สาคัญ 3 ชนิด ได้แก่ โรคแอนแทรคโนส ราเข้าทาลายที่ลาต้นและที่ผล สาเหตุเกิดจากราสกุล Colletotrichum 2 ชนิด ได้แก่ Colletotrichum gloeosporioides และ C. truncatum โรคผลเน่าสาเหตุเกิดจากรา Bipolaris cactivora เข้าทาลายทั้งลาต้นและผล และโรคที่สาคัญอีกโรคหนึ่งและทาความเสียหายรุนแรงมาก ได้แก่ โรคจุดสีน้าตาล (Brown spot) หรือโรคลาต้นแคงเคอร์ (stem canker) สาเหตุเกิดจากรา Neoscytalidium dimidiatum ส่วนการทดลองประสิทธิภาพสารป้องกันกาจัดโรคพืชควบคุมโรคจุดสีน้าตาลของแก้วมังกร ดาเนินการทดลองในแปลงเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี ระหว่างปี 2555 – 2556 พบว่า สารป้องกันกาจัดโรคพืช prochoraz และ azoxystrobin+difenoconazole ให้ผลในการควบคุมโรคได้ดีที่สุด รองลงมาได้แก่ mancozeb carbendazim azoxystrobin และ benomyl ในปี 2557-2558 ผลการศึกษาประสิทธิภาพโรคผลเน่าของแก้วมังกร ที่แปลงเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี พบว่าเมื่อพ่นสารป้องกันกาจัดโรคพืช 7 ครั้ง พบว่าสารป้องกันกาจัดโรคพืช azoxystrobin+difenoconazole มีเปอร์เซ็นต์การเกิดโรคน้อยที่สุด รองลงมาได้แก่ propiconazole+difenoconazole, mancozeb และ procloraz สรุปการป้องกันกาจัดโรคลาต้นจุดสีน้าตาลและผลเน่าของแก้วมังกร หลังจากการเก็บผลผลิตและตัดแต่งกิ่งแล้ว ให้พ่นสารป้องกันกาจัดโรคพืช copper oxychloride จากนั้นให้พ่นสารป้องกันกาจัดโรคพืช azoxystrobin + difenoconazole หรือ propiconazole + difenoconazole หรือ procloraz หรือ mancozeb ทุก 7 วัน จานวน 4 ครั้ง และ พ่นอีก 3 ครั้งช่วงดอกบาน ห่างกัน 7 วัน