กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โครงการวิจัยย่อย พัฒนาการผลิตและการใช้ตัวห้ำตัวเบียนเพื่อควบคุมศัตรูพืชในการผลิตพืชปลอดภัย ดำเนินการระหว่างเดือนตุลาคม 2564 ถึง ธันวาคม 2565 ณ สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตรประกอบด้วย 5 กิจกรรม (รวม 12 การทดลอง) ผลการทดลองสามารถสร้างกระบวนการใหม่ในการผลิตและการใช้ตัวห้ำตัวเบียนเพื่อควบคุมศัตรูพืช รวม 12 กระบวนการ ได้แก่ วิธีการเพาะเลี้ยงด้วงเต่าสีส้ม Micraspis discolor ด้วยอาหารเทียม การเลี้ยงด้วงเต่าลายหยัก Coccinella transversalis ด้วยอาหารเทียม ชนิดเพลี้ยแป้งที่เหมาะสมในการเลี้ยงด้วงเต่าตัวห้ำ Cryptolaemus montrouzieri ชนิดดักแด้ที่เหมาะสมสำหรับการเพาะเลี้ยงแตนเบียนดักแด้ Brachymeria nephantidis สารป้องกันกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดที่ไม่มีพิษต่อมวนพิฆาตและมวนเพชฌฆาต ประสิทธิภาพของมวนตัวห้ำและแตนเบียนในการทำลายแมลงหวี่ขาวในห้องปฏิบัติการ อัตราการใช้แมลงช้างปีกใสควบคุมเพลี้ยอ่อนในคะน้า และอัตราการใช้ไรตัวห้ำในการควบคุมไรสองจุดในราสเบอรี่ อัตราการกินหนอนเจาะฝักถั่วลายจุดของมวนเพชฌฆาต และอัตราการกินเพลี้ยอ่อนของแมลงหางหนีบขาวงแหวน โครงการวิจัยย่อย วิจัยพัฒนาการผลิตและการใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ในการควบคุมแมลงศัตรูพืช ประกอบด้วย 2 กิจกรรม กิจกรรมที่ 1 เทคโนโลยีการผลิตขยายไส้เดือนฝอยศัตรูแมลงและไวรัส NPV ในการควบคุมแมลงศัตรูพืช ประกอบด้วย 2 การทดลอง ผลการทดลองในห้องปฏิบัติการ พบว่า การทดลองที่ 1 สูตรอาหารเทียมแข็งกึ่งเหลว (semi-solid media) ที่เหมาะสมต่อการผลิตขยายไส้เดือนฝอยศัตรูแมลง Steinernema glaseri คือสูตรฟองน้ำสังเคราะห์ + Brewer’s yeast + ไข่แดงอบแห้ง + cornmeal + น้ำมันข้าวโพด + น้ำ โดยใช้ปริมาณ S. glaseri ตั้งต้นที่ 5,000 IJs ผสมแบคทีเรียร่วมอาศัย Xenorhabdus poinarii เข้มข้น 107-108 เซลล์ต่อมิลลิลิตร การทดลองที่ 2 ได้สูตรสำเร็จไวรัส NPV หนอนกระทู้หอมในรูปผงละลายน้ำที่สามารถป้องกันกำจัดหนอนกระทู้หอมวัย 3 ได้ดีที่สุด คือสูตรผสมไวรัส SeNPV + kaolin clay + Titanium dioxide + Carbon charcoal (อัตราส่วน 5: 1.66: 1.66: 1.66) กิจกรรมที่ 2 เทคโนโลยีการใช้เชื้อราสาเหตุโรคแมลงและไส้เดือนฝอยศัตรูแมลงในการควบคุมแมลงศัตรูผัก ประกอบด้วย 4 การทดลอง ผลการทดลองในห้องปฏิบัติการ 3 การทดลอง ได้ชนิดและอัตราการใช้เชื้อราสาเหตุโรคแมลงที่เหมาะสม ผลการทดลองพบว่า การทดลองที่ 1 ได้เชื้อราเขียวเมตาไรเซียม 3 ไอโซเลท ได้แก่ DOA-M3 (1,800-2,000 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร), DOA-M42 (3,200-4,000 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร) และ DOA-M115 (4,800-6,000 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร) เข้มข้น 109 โคนิเดีย/มล. มีความเหมาะสมในการควบคุมด้วงหมัดผักแถบลาย การทดลองที่ 2 ได้เชื้อราบิวเวอเรีย 2 ไอโซเลท ได้แก่ DOA-B4 (500-1,000 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร) และ DOA-B18 (800-1,000 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร) เข้มข้น 108 โคนิเดีย/มล. มีความเหมาะสมในการควบคุมแมลงหวี่ขาว และการทดลองที่ 3 ได้เชื้อราเขียวเมตาไรเซียม DOA-M8 (400-1,000 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร) และเชื้อราบิวเวอเรีย DOA-B4 (500-1,000 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร) เข้มข้น 108 โคนิเดีย/มล. มีความเหมาะสมในการควบคุมเพลี้ยอ่อนถั่ว ส่วนผลการทดลองในสภาพไร่ 1 การทดลอง พบว่า การใช้ไส้เดือนฝอยศัตรูแมลง S. carpocapsae สูตรผงละลายน้ำที่เหมาะสมในการควบคุมด้วงหมัดผักแถบลายในสภาพไร่ คือ อัตราพ่น 180 มิลลิลิตร/ตารางเมตร และอัตราราด 230 มิลลิลิตร/ตารางเมตร โครงการวิจัยย่อย วิจัยพัฒนาการผลิตและใช้ประโยชน์ชีวภัณฑ์ควบคุมโรคพืชเพื่อการผลิตพืชอย่างยั่งยืน มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวม คัดเลือก พัฒนาการผลิตและการใช้ประโยชน์ชีวภัณฑ์ควบคุมโรคพืช ผลการดำเนินงานได้แยกเชื้อแบคทีเรีย Bacillus sp. และเชื้อรา Trichoderma sp. จากตัวอย่างดินบริเวณรอบรากพืช ส่วนต่างๆ ของพืช และได้รวบรวมเชื้อจากแหล่งเก็บจุลินทรีย์ นำไปทดสอบศักยภาพการควบคุมเชื้อสาเหตุโรคพืชในห้องปฏิบัติการ พบว่าได้เชื้อแบคทีเรีย Bacillus sp. ที่มีศักยภาพยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรีย A. avenae subsp. citrulli สาเหตุโรคผลเน่าของพืชตระกูลแตง 5 ไอโซเลท และมีศักยภาพยับยั้งการเจริญของเชื้อรา R. solani สาเหตุโรคใบติดทุเรียน 5 ไอโซเลท การจำแนกชนิดของเชื้อพบว่าทั้ง 10 ไอโซเลทเ ป็นแบคทีเรีย B. subtilis การทดสอบศักยภาพของเชื้อรา Trichoderma spp. ได้เชื้อรา 10 ไอโซเลท ที่ยับยั้งการเจริญของเส้นใยเชื้อรา Sclerotium rolfsii สาเหตุโรครากและโคนเน่าของพริก ได้มากกว่า 60% ได้เชื้อรา Trichoderma spp. 10 ไอโซเลท ที่ยับยั้งการเจริญของเส้นใยเชื้อรา Pythium aphanidermatum สาเหตุโรคเน่าคอดินของพริกได้มากกว่า 50% และได้เชื้อรา Trichoderma spp. 14 ไอโซเลท ที่ยับยั้งการเจริญของเส้นใยเชื้อรา Alternaria porri สาเหตุโรคใบจุดสีม่วงของหอมได้ 75% ขึ้นไป นำไอโซเลตของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราไปทดสอบประสิทธิภาพการควบคุมโรคต่อในสภาพโรงเรือนปลูกพืชและแปลงปลูก นอกจากนี้การพัฒนาชีวภัณฑ์เป็นสูตรพร้อมใช้เป็นขั้นตอนที่สำคัญ จากผลการศึกษาพบว่าสามารถพัฒนาการผลิตชีวภัณฑ์แบคทีเรีย B. subtilis ให้เป็นสูตรพร้อมใช้สำหรับควบคุมโรคเน่าคอดิน รากปม เน่าดำคะน้า ราแป้งพืชตระกูลแตง แคงเคอร์มะนาว และแอนแทรคโนสมะม่วง ซึ่งจะนำไปทดสอบประสิทธิภาพและวิธีการใช้ที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมโรคในระดับแปลงต่อไป การทดสอบเทคโนโลยีการใช้เห็ดเรืองแสงสิรินรัศมีในการควบคุมโรครากเน่าและโคนเน่าของทุเรียน ได้วิธีการใช้ชีวภัณฑ์เห็ดเรืองแสงสิรินรัศมีในควบคุมโรครากเน่าและโคนเน่าในทุเรียนที่เหมาะสมกับพื้นที่ โดยผสมกับสีฝุ่น (iron oxide) อัตรา 1:1 ทาแผล 1 ครั้ง โครงการวิจัยย่อย วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่า สารสกัดพืช (Plant extract) ควบคุมศัตรูพืช เพื่อเกษตรปลอดภัย เป็นการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีนาโนอิมัลชันและเอนแคปซูเลชัน รวมทั้งการพัฒนาการผลิตสารสกัดและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจากกากเมล็ดชาน้ำมัน รวมถึงการวิเคราะห์คุณภาพและการทนสภาพหรือการคงตัวของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการทดสอบประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่อัตราความเข้มข้นต่างๆ ในการป้องกันกำจัดหนอนใยผัก Plutella xylostella (Linnaeus) เพื่อทดสอบความเป็นพิษ LC50 ทั้งในระดับห้องปฏิบัติการ และแปลงทดสอบในพืชตระกูลกะหล่ำ เพื่อได้อัตราการใช้ที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมสำหรับเป็นคำแนะนำแก่เกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้อง ผลการทดลองที่ได้จากโครงการวิจัยนี้จะทำให้ได้ข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ 1) ได้ค่าความเป็นพิษ (LC50) ของสารสกัดและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปสารสกัดกากเมล็ดชาน้ำมัน ต่อหนอนใยผักในระดับห้องปฏิบัติการ สำหรับนำไปทดสอบระดับแปลงทดลอง 2) นวัตกรรมการผลิตสารสกัดจากพืชที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมแมลงศัตรูพืช 5 ผลิตภัณฑ์ และ 3) เทคโนโลยีคำแนะนำการใช้สารสกัดจากพืชที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ 1 เทคโนโลยี เป็นผลิตภัณฑ์สารสกัดจากพืชที่ปลอดภัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำไปใช้เป็นสารทดแทนหรือผสมผสานกับการใช้สารเคมีทางการเกษตร เป็นองค์ความรู้ต่อยอดงานวิจัยพืชท้องถิ่นไทยชนิดอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัดศัตรูพืชจากสารธรรมชาติและนำไปทดสอบขยายผล เพื่อเป็นปัจจัยการผลิตทางเลือกในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม สามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคอุตสาหกรรม ส่งเสริมระบบการปลูกพืชเกษตรปลอดภัย ที่นำไปสู่ระบบการเกษตรแบบยั่งยืน โครงการวิจัยย่อย เทคโนโลยีการผลิตและใช้ประโยชน์ชีวินทรีย์ควบคุมหอยทากและหนูศัตรูพืช พบว่า หอยนักล่าสยาม Perrottetia siamensis และหอยนักล่าทูโทน Gulella bicolor มีพฤติกรรมเป็นหอยนักล่าที่สามารถกินหอยทากศัตรูพืชชนิดอื่นๆได้ มีศักยภาพในการกินหอยดักดานศัตรูพืชนาดเล็กได้ 1-1.5 ตัว/ วัน ใช้เวลาในการกินเหยื่อเฉลี่ย 3 - 5 นาที/ ตัว ในห้องปฏิบัติการ เมื่อนำไปทดสอบประสิทธิภาพในการกำจัดหอยทากศัตรูพืชในสวนกล้วยไม้ วางแผนการทดลองแบบ RCBD 5 กรรมวิธีๆละ 4 ซ้ำ พบว่ากรรมวิธีที่ปล่อยหอยนักล่าสยามตัวเต็มวัย จำนวน 3 ตัว/ plot เทียบเท่ากับกรรมวิธีวางเหยื่อ (ปลายข้าวแช่สารสกัดกากเมล็ดชา, Camellia sinensis L (อัตรา 1 กิโลกรัม/น้ำ 20 ลิตร ) ทำให้จำนวนหอยอำพันศัตรูพืชลดลง 45.83 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการทดสอบไส้เดือนฝอยวงศ์ Rhadbitidae ไอโซเลต I3P ในระดับกึ่งโรงเรือนพบว่าทำให้หอยหอยอำพันตาย 100 % ภายใน 72 ชั่วโมงที่ความเข้มข้น 2,000 ตัวต่อหอย 1 ตัว และทำให้หอยดักดานตาย 100 % ภายใน 96 ชั่วโมงที่ความเข้มข้น 20,000 ตัวต่อหอย 1 ตัว และการศึกษาเทคโนโลยีการผลิตเพิ่มปริมาณและประสิทธิภาพการก่อโรคในหนูทดลองของโปรโตซัวสกุล Eimeria สำหรับพัฒนาเป็นชีวภัณฑ์กำจัดหนูศัตรูพืช พบว่าโอโอซีสต์ของโปรโตซัวสกุล Eimeria 2 ไอโซเลท ได้แก่ E. ferrisi isolate UTN 02 และ E. nafuko isolate NKW05 สามารถให้ปริมาณโอโอซีสต์มากที่สุดในหนูทดลองสายพันธุ์ C3H/HeNJcl และ BALB/cAJcl
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. Final development version of the deliverable demonstrated in operational
1. ได้คำแนะนำการใช้ตัวห้ำตัวเบียนเพื่อใช้ควบคุมแมลงศัตรูพืชที่สำคัญทางเศรษฐกิจ ได้อย่างมีประสิทธิภาพให้แก่เกษตรกร สามารถใช้เพื่อการผลิตพืชปลอดภัย ในระบบเกษตรอินทรีย์ โดยช่วยลดการใช้สารเคมีในการควบคุมศัตรูพืช 5 -100% 2. ถ่ายทอดต้นแบบวิธีการผลิตขยายและสูตรสำเร็จของจุลินทรีย์ รวมถึงเทคโนโลยีการใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมในสภาพไร่ให้นักวิชาการ หรือเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อใช้ลด/หรือทดแทนการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชในระบบปลูกพืชปลอดภัย 3. ได้นวัตกรรมการผลิตและเทคโนโลยีการใช้ชีวภัณฑ์ B. subtilis รา Trichoderma spp. และเห็ดเรืองแสงสิรินรัศมี ควบคุมโรคพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับสภาพพื้นที่เป็นที่ยอมรับของนักวิชาการและเกษตรกร สามารถถ่ายทอดชุดเทคโนโลยีสู่หน่วยงานภูมิภาคเพื่อขยายผลการทดสอบในระดับพื้นที่ และส่งเสริมการใช้ให้แก่เกษตรกได้อย่างกว้างขวาง 4. ได้แบคทีเรีย B. subtilis และรา Trichoderma spp. สายพันธุ์ใหม่ที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมโรค เพื่อนำไปวิจัยพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีการใช้ชีวภัณฑ์ สนับสนุนการผลิตพืชปลอดภัยอย่างยั่งยืน 5. ได้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิต ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจากสารธรรมชาติสูตรผสม ของสะเดา+ว่านน้ำ และสะเดา+น้อยหน่า นาโนอิมัลชัน ที่มีประสิทธิภาพ ผลิตภัณฑ์สารสกัดสะเดาเอนแคปซูเลชัน และผลิตภัณฑ์สารสกัดว่านน้ำเอนแคปซูเลชัน ที่มีคุณภาพ มีความเสถียรต่ออุณหภูมิและแสงแดด สามารถปลดปล่อยสารออกฤทธิ์ได้ในระยะเวลานาน สารสกัดและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจากกากเมล็ดชาน้ำมัน ที่มีประสิทธิภาพ ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช ได้เทคโนโลยีการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยการใช้ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจากสารสกัดพืชและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจากสารธรรมชาติในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่เหมาะสมซึ่งเกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้
ความพร้อมทีมงาน นักวิจัย องค์ความรู้ ประสบการณ์ สำหรับการวิจัย เป็นงานวิจัยขั้นพื้นฐานนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยการใช้ชีวภัณฑ์และสารสกัดพืชที่เหมาะสม เพื่อแก้ปัญหาศัตรูพืชอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ลดการใช้สารเคมี
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 5 — 5. proposed solution(s) validated, now by relevant stakeholders in the area
นวัตกรรมการผลิตและเทคโนโลยีการใช้ชีวภัณฑ์และสารสกัดจากพืช ที่ผ่านการทดสอบในระดับห้องปฏิบัติการ โรงเรือน แปลงทดสอบ และแปลงเกษตรกร จนได้วิธีการที่เหมาะสม และพร้อมถ่ายทอดให้เกษตรกรยอมรับและส่งเสริมให้เกษตรกรนำใช้ต่อไป
นักวิจัยในส่วนภูมิภาค ต้องการทราบประสิทธิภาพ นวัตกรรมการผลิตและเทคโนโลยีการใช้ชีวภัณฑ์และสารสักดจากพืช ในการควบคุมโรคพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อขยายผลในพื้นที่และแนะนำส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปใช้ในระบบการผลิตพืชปลอดภัยและสร้างความยั่งยืนในการทำการเกษตร แลพตอบสนองความต้องการของเกษตรกรและผู้บริโภค ที่ต้องลดการใช้สารเคมี ลดต้นทุนการผลิต ผลผลิตปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม