โครงการวิจัยนวัตกรรมการผลิตและเทคโนโลยีการใช้ชีวภัณฑ์และสารสกัดจากพืชเพื่อการอารักขาพืชอย่างยั่งยืน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยย่อย พัฒนาการผลิตและการใช้ตัวห้ำตัวเบียนเพื่อควบคุมศัตรูพืชในการผลิตพืชปลอดภัย ดำเนินการระหว่างเดือนตุลาคม 2564 ถึง ธันวาคม 2565 ณ สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตรประกอบด้วย 5 กิจกรรม (รวม 12 การทดลอง) ผลการทดลองสามารถสร้างกระบวนการใหม่ในการผลิตและการใช้ตัวห้ำตัวเบียนเพื่อควบคุมศัตรูพืช รวม 12 กระบวนการ ได้แก่ วิธีการเพาะเลี้ยงด้วงเต่าสีส้ม Micraspis discolor ด้วยอาหารเทียม การเลี้ยงด้วงเต่าลายหยัก Coccinella transversalis ด้วยอาหารเทียม ชนิดเพลี้ยแป้งที่เหมาะสมในการเลี้ยงด้วงเต่าตัวห้ำ Cryptolaemus montrouzieri ชนิดดักแด้ที่เหมาะสมสำหรับการเพาะเลี้ยงแตนเบียนดักแด้ Brachymeria nephantidis สารป้องกันกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดที่ไม่มีพิษต่อมวนพิฆาตและมวนเพชฌฆาต ประสิทธิภาพของมวนตัวห้ำและแตนเบียนในการทำลายแมลงหวี่ขาวในห้องปฏิบัติการ อัตราการใช้แมลงช้างปีกใสควบคุมเพลี้ยอ่อนในคะน้า และอัตราการใช้ไรตัวห้ำในการควบคุมไรสองจุดในราสเบอรี่ อัตราการกินหนอนเจาะฝักถั่วลายจุดของมวนเพชฌฆาต และอัตราการกินเพลี้ยอ่อนของแมลงหางหนีบขาวงแหวน โครงการวิจัยย่อย วิจัยพัฒนาการผลิตและการใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ในการควบคุมแมลงศัตรูพืช ประกอบด้วย 2 กิจกรรม กิจกรรมที่ 1 เทคโนโลยีการผลิตขยายไส้เดือนฝอยศัตรูแมลงและไวรัส NPV ในการควบคุมแมลงศัตรูพืช ประกอบด้วย 2 การทดลอง ผลการทดลองในห้องปฏิบัติการ พบว่า การทดลองที่ 1 สูตรอาหารเทียมแข็งกึ่งเหลว (semi-solid media) ที่เหมาะสมต่อการผลิตขยายไส้เดือนฝอยศัตรูแมลง Steinernema glaseri คือสูตรฟองน้ำสังเคราะห์ + Brewer’s yeast + ไข่แดงอบแห้ง + cornmeal + น้ำมันข้าวโพด + น้ำ โดยใช้ปริมาณ S. glaseri ตั้งต้นที่ 5,000 IJs ผสมแบคทีเรียร่วมอาศัย Xenorhabdus poinarii เข้มข้น 107-108 เซลล์ต่อมิลลิลิตร การทดลองที่ 2 ได้สูตรสำเร็จไวรัส NPV หนอนกระทู้หอมในรูปผงละลายน้ำที่สามารถป้องกันกำจัดหนอนกระทู้หอมวัย 3 ได้ดีที่สุด คือสูตรผสมไวรัส SeNPV + kaolin clay + Titanium dioxide + Carbon charcoal (อัตราส่วน 5: 1.66: 1.66: 1.66) กิจกรรมที่ 2 เทคโนโลยีการใช้เชื้อราสาเหตุโรคแมลงและไส้เดือนฝอยศัตรูแมลงในการควบคุมแมลงศัตรูผัก ประกอบด้วย 4 การทดลอง ผลการทดลองในห้องปฏิบัติการ 3 การทดลอง ได้ชนิดและอัตราการใช้เชื้อราสาเหตุโรคแมลงที่เหมาะสม ผลการทดลองพบว่า การทดลองที่ 1 ได้เชื้อราเขียวเมตาไรเซียม 3 ไอโซเลท ได้แก่ DOA-M3 (1,800-2,000 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร), DOA-M42 (3,200-4,000 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร) และ DOA-M115 (4,800-6,000 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร) เข้มข้น 109 โคนิเดีย/มล. มีความเหมาะสมในการควบคุมด้วงหมัดผักแถบลาย การทดลองที่ 2 ได้เชื้อราบิวเวอเรีย 2 ไอโซเลท ได้แก่ DOA-B4 (500-1,000 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร) และ DOA-B18 (800-1,000 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร) เข้มข้น 108 โคนิเดีย/มล. มีความเหมาะสมในการควบคุมแมลงหวี่ขาว และการทดลองที่ 3 ได้เชื้อราเขียวเมตาไรเซียม DOA-M8 (400-1,000 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร) และเชื้อราบิวเวอเรีย DOA-B4 (500-1,000 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร) เข้มข้น 108 โคนิเดีย/มล. มีความเหมาะสมในการควบคุมเพลี้ยอ่อนถั่ว ส่วนผลการทดลองในสภาพไร่ 1 การทดลอง พบว่า การใช้ไส้เดือนฝอยศัตรูแมลง S. carpocapsae สูตรผงละลายน้ำที่เหมาะสมในการควบคุมด้วงหมัดผักแถบลายในสภาพไร่ คือ อัตราพ่น 180 มิลลิลิตร/ตารางเมตร และอัตราราด 230 มิลลิลิตร/ตารางเมตร โครงการวิจัยย่อย วิจัยพัฒนาการผลิตและใช้ประโยชน์ชีวภัณฑ์ควบคุมโรคพืชเพื่อการผลิตพืชอย่างยั่งยืน มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวม คัดเลือก พัฒนาการผลิตและการใช้ประโยชน์ชีวภัณฑ์ควบคุมโรคพืช ผลการดำเนินงานได้แยกเชื้อแบคทีเรีย Bacillus sp. และเชื้อรา Trichoderma sp. จากตัวอย่างดินบริเวณรอบรากพืช ส่วนต่างๆ ของพืช และได้รวบรวมเชื้อจากแหล่งเก็บจุลินทรีย์ นำไปทดสอบศักยภาพการควบคุมเชื้อสาเหตุโรคพืชในห้องปฏิบัติการ พบว่าได้เชื้อแบคทีเรีย Bacillus sp. ที่มีศักยภาพยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรีย A. avenae subsp. citrulli สาเหตุโรคผลเน่าของพืชตระกูลแตง 5 ไอโซเลท และมีศักยภาพยับยั้งการเจริญของเชื้อรา R. solani สาเหตุโรคใบติดทุเรียน 5 ไอโซเลท การจำแนกชนิดของเชื้อพบว่าทั้ง 10 ไอโซเลทเ ป็นแบคทีเรีย B. subtilis การทดสอบศักยภาพของเชื้อรา Trichoderma spp. ได้เชื้อรา 10 ไอโซเลท ที่ยับยั้งการเจริญของเส้นใยเชื้อรา Sclerotium rolfsii สาเหตุโรครากและโคนเน่าของพริก ได้มากกว่า 60% ได้เชื้อรา Trichoderma spp. 10 ไอโซเลท ที่ยับยั้งการเจริญของเส้นใยเชื้อรา Pythium aphanidermatum สาเหตุโรคเน่าคอดินของพริกได้มากกว่า 50% และได้เชื้อรา Trichoderma spp. 14 ไอโซเลท ที่ยับยั้งการเจริญของเส้นใยเชื้อรา Alternaria porri สาเหตุโรคใบจุดสีม่วงของหอมได้ 75% ขึ้นไป นำไอโซเลตของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราไปทดสอบประสิทธิภาพการควบคุมโรคต่อในสภาพโรงเรือนปลูกพืชและแปลงปลูก นอกจากนี้การพัฒนาชีวภัณฑ์เป็นสูตรพร้อมใช้เป็นขั้นตอนที่สำคัญ จากผลการศึกษาพบว่าสามารถพัฒนาการผลิตชีวภัณฑ์แบคทีเรีย B. subtilis ให้เป็นสูตรพร้อมใช้สำหรับควบคุมโรคเน่าคอดิน รากปม เน่าดำคะน้า ราแป้งพืชตระกูลแตง แคงเคอร์มะนาว และแอนแทรคโนสมะม่วง ซึ่งจะนำไปทดสอบประสิทธิภาพและวิธีการใช้ที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมโรคในระดับแปลงต่อไป การทดสอบเทคโนโลยีการใช้เห็ดเรืองแสงสิรินรัศมีในการควบคุมโรครากเน่าและโคนเน่าของทุเรียน ได้วิธีการใช้ชีวภัณฑ์เห็ดเรืองแสงสิรินรัศมีในควบคุมโรครากเน่าและโคนเน่าในทุเรียนที่เหมาะสมกับพื้นที่ โดยผสมกับสีฝุ่น (iron oxide) อัตรา 1:1 ทาแผล 1 ครั้ง โครงการวิจัยย่อย วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่า สารสกัดพืช (Plant extract) ควบคุมศัตรูพืช เพื่อเกษตรปลอดภัย เป็นการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีนาโนอิมัลชันและเอนแคปซูเลชัน รวมทั้งการพัฒนาการผลิตสารสกัดและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจากกากเมล็ดชาน้ำมัน รวมถึงการวิเคราะห์คุณภาพและการทนสภาพหรือการคงตัวของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการทดสอบประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่อัตราความเข้มข้นต่างๆ ในการป้องกันกำจัดหนอนใยผัก Plutella xylostella (Linnaeus) เพื่อทดสอบความเป็นพิษ LC50 ทั้งในระดับห้องปฏิบัติการ และแปลงทดสอบในพืชตระกูลกะหล่ำ เพื่อได้อัตราการใช้ที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมสำหรับเป็นคำแนะนำแก่เกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้อง ผลการทดลองที่ได้จากโครงการวิจัยนี้จะทำให้ได้ข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ 1) ได้ค่าความเป็นพิษ (LC50) ของสารสกัดและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปสารสกัดกากเมล็ดชาน้ำมัน ต่อหนอนใยผักในระดับห้องปฏิบัติการ สำหรับนำไปทดสอบระดับแปลงทดลอง 2) นวัตกรรมการผลิตสารสกัดจากพืชที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมแมลงศัตรูพืช 5 ผลิตภัณฑ์ และ 3) เทคโนโลยีคำแนะนำการใช้สารสกัดจากพืชที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ 1 เทคโนโลยี เป็นผลิตภัณฑ์สารสกัดจากพืชที่ปลอดภัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำไปใช้เป็นสารทดแทนหรือผสมผสานกับการใช้สารเคมีทางการเกษตร เป็นองค์ความรู้ต่อยอดงานวิจัยพืชท้องถิ่นไทยชนิดอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัดศัตรูพืชจากสารธรรมชาติและนำไปทดสอบขยายผล เพื่อเป็นปัจจัยการผลิตทางเลือกในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม สามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคอุตสาหกรรม ส่งเสริมระบบการปลูกพืชเกษตรปลอดภัย ที่นำไปสู่ระบบการเกษตรแบบยั่งยืน โครงการวิจัยย่อย เทคโนโลยีการผลิตและใช้ประโยชน์ชีวินทรีย์ควบคุมหอยทากและหนูศัตรูพืช พบว่า หอยนักล่าสยาม Perrottetia siamensis และหอยนักล่าทูโทน Gulella bicolor มีพฤติกรรมเป็นหอยนักล่าที่สามารถกินหอยทากศัตรูพืชชนิดอื่นๆได้ มีศักยภาพในการกินหอยดักดานศัตรูพืชนาดเล็กได้ 1-1.5 ตัว/ วัน ใช้เวลาในการกินเหยื่อเฉลี่ย 3 - 5 นาที/ ตัว ในห้องปฏิบัติการ เมื่อนำไปทดสอบประสิทธิภาพในการกำจัดหอยทากศัตรูพืชในสวนกล้วยไม้ วางแผนการทดลองแบบ RCBD 5 กรรมวิธีๆละ 4 ซ้ำ พบว่ากรรมวิธีที่ปล่อยหอยนักล่าสยามตัวเต็มวัย จำนวน 3 ตัว/ plot เทียบเท่ากับกรรมวิธีวางเหยื่อ (ปลายข้าวแช่สารสกัดกากเมล็ดชา, Camellia sinensis L (อัตรา 1 กิโลกรัม/น้ำ 20 ลิตร ) ทำให้จำนวนหอยอำพันศัตรูพืชลดลง 45.83 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการทดสอบไส้เดือนฝอยวงศ์ Rhadbitidae ไอโซเลต I3P ในระดับกึ่งโรงเรือนพบว่าทำให้หอยหอยอำพันตาย 100 % ภายใน 72 ชั่วโมงที่ความเข้มข้น 2,000 ตัวต่อหอย 1 ตัว และทำให้หอยดักดานตาย 100 % ภายใน 96 ชั่วโมงที่ความเข้มข้น 20,000 ตัวต่อหอย 1 ตัว และการศึกษาเทคโนโลยีการผลิตเพิ่มปริมาณและประสิทธิภาพการก่อโรคในหนูทดลองของโปรโตซัวสกุล Eimeria สำหรับพัฒนาเป็นชีวภัณฑ์กำจัดหนูศัตรูพืช พบว่าโอโอซีสต์ของโปรโตซัวสกุล Eimeria 2 ไอโซเลท ได้แก่ E. ferrisi isolate UTN 02 และ E. nafuko isolate NKW05 สามารถให้ปริมาณโอโอซีสต์มากที่สุดในหนูทดลองสายพันธุ์ C3H/HeNJcl และ BALB/cAJcl