โครงการวิจัยและพัฒนาการอารักขาพืชผัก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยและพัฒนาการอารักขาพืชผักมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบประสิทธิภาพและวิธีการใช้ของเชื้อจุลินทรีย์และสารสกัดจากพืชชนิดต่างๆ ในการควบคุมศัตรูพืชในระดับแปลงปลูก เพื่อลดการใช้สารเคมี และลดปัญหาการสร้างความต้านทานสารเคมีของศัตรูพืช โดยทำการศึกษาดังนี้ : 1.) การใช้เชื้อราปฏิปักษ์ Bs ในการป้องกันโรคใบจุดที่มีสาเหตุจากเชื้อรา Alternaria brassicicola 2.) การศึกษาการใช้เชื้อไวรัส NPV เพื่อการควบคุมหนอนคืบกะหล่ำ Trichoplusia ni Hubner และ 3.) การทดสอบประสิทธิภาพของจุลินทรีย์ในการควบคุมด้วงหมัดผักในคะน้า โดยใช้ไส้เดือนฝอย Steinernema riobrave โดยมีรายละเอียดดังนี้คือ การควบคุมโรคใบจุดคะน้าสาเหตุจากเชื้อรา Alternaria brassicicola พบว่าอัตราที่เหมาะสมของสารชีวภัณฑ์ Bs ไอโซเลท 20W1 อัตรา 20 30 40 50 และ 60 กรัม/น้ำ 20 ลิตร สามารถลดการเกิดโรคได้เมื่อเปรียบเทียบกับการไม่มีการพ่น Bs โดยอัตรา 20-30 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ให้ผลดีเทียบเท่ากับการพ่นด้วยสาร mancozeb 80% WP และอัตรา 40-50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ให้ผลดีกว่าการพ่นด้วยสาร mancozeb 80% WP อัตรา 40 กรัม/น้ำ 20 ลิตร การศึกษาการใช้เชื้อไวรัส NPV เพื่อการควบคุมหนอนคืบกะหล่ำ Trichoplusia ni Hubner โดยเลี้ยงขยายเพิ่มปริมาณหนอนคืบในห้องปฏิบัติการ ศึกษาวิจัยการผลิตสูตรสำเร็จไวรัส NPV ของหนอนคืบกะหล่ำได้สูตรสำเร็จ 2 สูตร คือ สูตรสำเร็จไวรัสรูปชนิดน้ำ และสูตรสำเร็จแบบแกรนูลละลายน้ำ ทำการทดสอบกับหนอนคืบกะหล่ำในห้องปฏิบัติการ พบมีหนอนตายจากการเชื้อราระหว่างการทดลอง ทำให้ไม่สามารถสรุปได้ว่าหนอนคืบกะหล่ำตายด้วยเชื้อไวรัสชนิดนี้จริง และได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างหนอนคืบกะหล่ำจากธรรมชาติ เพื่อนำมาขยายเพิ่มจำนวน เพื่อใช้ทำการทดสอบใหม่ แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ รวมทั้งการทดสอบในแปลงทดลอง เนื่องจากไม่พบการระบาดของหนอนคืบ การทดสอบประสิทธิภาพของจุลินทรีย์ในการควบคุมด้วงหมัดผักในคะน้า โดยใช้ไส้เดือนฝอย Steinernema riobrave อัตรา อัตรา 2x107 ตัว ต่อน้ำ 20 ลิตร, Steinernema carpocapsae อัตรา 2x107 ตัว ต่อน้ำ 20 ลิตร, Metarhizium anisopae อัตรา 1x103 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร, Bacillus thruringiensis subsp. tenebrionis อัตรา 80 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร เปรียบเทียบกับการพ่นสาร fipronil (แอสเซ็นด์) 5% SC อัตรา 40 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร และไม่พ่นสารป้องกันกำจัดแมลง (control) หลังจากการพ่นสารครั้งที่ 1 และ 2 พบว่าวิธีการใช้ไส้เดือน S. carpocapsae ให้ผลควบคุมด้วงได้ดีที่สุด หลังการพ่นสารครั้งที่ 3 พบว่าการใช้ไส้เดือนฝอย S. carpocapsae และ S. riobrave ให้ผลในการควบคุมด้วงหมัดผักดีที่สุด และการศึกษาหาระยะเวลาหรือความถี่ในการพ่นจุลินทรีย์เพื่อควบคุมด้วงหมัดผักในคะน้า โดยใช้ Steinernema carpocapsae อัตรา 2x107 ตัว ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 14 วัน, พ่น Bacillus thruringiensis subsp. tenebrionis อัตรา 80 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 7 วัน, พ่น fipronil (แอสเซ็นด์) 5% SC อัตรา 40 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 7 วัน เปรียบเทียบกับการไม่พ่นสารป้องกันกำจัดแมลง (control) หลังพ่นสารครั้งที่ 1 พบว่ากรรมวิธีการใช้ไส้เดือนฝอย S. carpocapsae ให้ผลในการควบคุมด้วงหมัดผักได้ดีที่สุด หลังพ่นสารครั้งที่ 2 พบว่ากรรมวิธีการใช้ไส้เดือนฝอย S. carpocapsae ทุก 7 วัน ให้ผลในการควบคุมด้วงหมัดผักได้ดีที่สุด