กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านอารักขาพืชเพื่อการเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดย ผลการดำเนินงานในปี 2565 ซึ่งเป็นปีที่ 1 ของการดำเนินการ ดังนี้ โครงการวิจัยย่อย 1 วิจัยและพัฒนาการชักนำภูมิต้านทานของพืชต่อศัตรูพืชเพื่อประยุกต์ใช้ร่วมกับระบบการผลิตพืชปลอดภัย ได้ข้อมูลประสิทธิภาพของสารประกอบอินทรีย์ ในการชักนำภูมิต้านทานของพริกต่อไส้เดือนฝอยรากปม และได้ชนิดสารที่มีประสิทธิภาพ 4 ชนิด คือ ?-1,3 amino butyric acid (BABA), Oligochitosan, Hexanoic acid และ Thiamine ได้ชนิดสารประกอบอินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพในการชักนำภูมิต้านทานของคะน้าต่อเชื้อแบคทีเรีย X. campestris pv. campestris และมีประสิทธิภาพในการชักนำภูมิต้านทานของมะนาวต่อเชื้อแบคทีเรีย X. citri subsp. citri จำนวน 3 ชนิด คือ methionine, BABA และ thiamine ผลการคัดเลือกจุลินทรีย์ในการชักนำภูมิต้านทานของพืช สามารถคัดเลือกเชื้อแบคทีเรีย Bacillus spp. ที่มีแนวโน้มในการชักภูมิต้านทานของมันสำปะหลังต่อโรคพุ่มแจ้ได้จำนวน 3 ไอโซเลท เชื้อแบคทีเรีย Bacillus spp. ที่มีแนวโน้มในการชักภูมิต้านทานของถั่วลิสงต่อโรคยอดไหม้จำนวน 3 ไอโซเลท และเชื้อแบคทีเรีย Bacillus spp. ที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดในการชักนำชักภูมิต้านทานของพริกต่อไส้เดือนฝอยรากปมจำนวน 2 ไอโซเลท ผลการจำแนกชนิดของเชื้อ Bacillus spp. ที่มีศักยภาพทุกไอโซเลทพบว่าเป็นแบคทีเรีย Bacillus subtilis ผลการศึกษาวิจัยวิธีการผลิตสารสกัดจากพืช สาหร่าย และแบคทีเรีย และทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพ กลไกการออกฤทธิ์เพื่อประยุกต์ใช้ในการควบคุมโรคใบจุดและเพลี้ยอ่อนในคะน้า พบว่าได้วิธีการสกัดสารในรูปแบบสารสกัดหยาบจากยอ เคี่ยม สาหร่ายทุ่น สาหร่ายพุงชะโด และสารสกัดจากน้ำเลี้ยงเชื้อแบคทีเรีย Streptomyces spp. ได้ข้อมูลการวิเคราะห์ปริมาณสารที่เป็นองค์ประกอบหลักในสารสกัด และผลการทดสอบกลไกการชักนำภูมิต้านทานในคะน้า พบว่าสารสกัดที่ได้จากสาหร่ายพุงชะโดและสารสกัดจากน้ำเลี้ยงเชื้อแบคทีเรีย Streptomyces spp. สามารถกระตุ้นการสร้างสารชีวโมเลกุลในคะน้าได้ โครงการวิจัยย่อยที่ 2 การเพิ่มขีดความสามารถการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยลดการใช้สารเคมีเพื่อเกษตรดีที่เหมาะสมอย่างยั่งยืน ได้ข้อมูลเบื้องต้นของรูปแบบวิธีการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชร่วมกับสารธรรมชาติหรือสารชีวภัณฑ์ ที่มีประสิทธิภาพดีในการควบคุมประชากรแมลง สัตว์ศัตรูพืช และโรคพืชในผักกวางตุ้ง (ด้วงหมัดผัก) คะน้า (โรคใบจุด) ผักกาดขาว (โรคราน้ำค้าง) (กล้วยไม้ (บั่วกล้วยไม้) ข้าวโพด (หนู) ถั่วเหลือง (หนู) ข้อมูลเบื้องต้นของชนิด และอัตราการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช มีประสิทธิภาพดีในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช ในมะระ (เพลี้ยไฟ) หอมหัวใหญ่ (เพลี้ยไฟ) ถั่วฝักยาว (เพลี้ยอ่อน) มะเขือเทศ (แมลงหวี่ขาว) ทุเรียน (เพลี้ยจักจั่นฝอย) ข้าวโพด (เพลี้ยไฟ)มะม่วง (แอนแทรคโนส) ฝรั่ง (ผลเน่า) เงาะ (ราแป้ง) มะเขือเทศ (โรคเน่าคอดิน) ซึ่งต้องดำเนินการทดสอบซ้ำเพื่อยืนยันผลในปีถัดไป ข้อมูลความเป็นพิษของสารกำจัดวัชพืชแบบก่อนวัชพืชงอก และหลังวัชพืชงอกในกล้วยหอมโกโก้ มะละกอ มะนาว ฟักทอง แตงโมและแกลดิโอลัส ข้อมูลเบื้องต้นของเทคนิคการพ่นสารแบบต่าง ๆ ในการป้องกันกำจัดเพลี้ยจักจั่นฝ้ายในมะเขือเปราะ ข้อมูลเบื้องต้นของประสิทธิภาพของอากาศยานไร้คนขับในการป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟในมะม่วง การตกค้างของละอองสาร และประสิทธิภาพของสารกำจัดวัชพืชประเภทพ่นก่อนวัชพืชงอก (pre-emergence) ในข้าวนาหว่านน้ำตม อัตราการใช้น้ำและประสิทธิภาพของเครื่องพ่นสารแบบแรงลมในพื้นสวนทุเรียนที่ระดับความสูงของต้นทุเรียน น้อยกว่า 3 เมตร และ 3-5 เมตร และศักยภาพของวัสดุธรรมชาติในการดูดซับสารกำจัดศัตรูพืชในนาข้าว และ โครงการวิจัยย่อยที่ 3 เทคโนโลยีการอารักขาพืชเพื่อแก้ปัญหาศัตรูพืชต้านทานและการใช้สารกำจัดศัตรูพืชเกินความจำเป็นในระบบการทำเกษตรแปลงใหญ่ ได้ข้อมูลบางส่วนความต้านทานต่อสารฆ่าแมลงของเพลี้ยไฟในส้ม ส้มโอ มะเขือ แตงโม หนอนกระทู้หอมในหอม และหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดในพื้นที่ปลูกที่สำคัญ ข้อมูลเบื้องต้นของรูปแบบวิธีการใช้สารฆ่าแมลงแบบหมุนเวียนในข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สารฆ่าแมลงที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดหนอนกระทู้หอมในหอม เพลี้ยจักจั่นในกระเจี๊ยบเขียว ซึ่งจะนำไปออกแบบรูปแบบการหมุนเวียนกลุ่มสารตามกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์เพื่อทดสอบในสภาพแปลงต่อไป ข้อมูลความต้านทานต่อสารกำจัดวัชพืชต่อวัชพืชที่สำคัญในนาข้าว ได้แก่ กลุ่มยับยั้งการสร้างกรดอะมิโน (pyrazosulfuron-ethyl และ bensulfuron-methyl) ต่อผักปอด สารกำจัดวัชพืชกลุ่มยับยั้งการสร้างไขมัน (cyhalofop-butyl และ fenoxaprop-p-ethyl ) ต่อหญ้าดอกขาว สารกำจัดวัชพืชกลุ่มยับยั้งการสร้างกรดอะมิโน (metsulfuron-methyl และ pyrazosulfuron-ethy) ต่อหนวดปลาดุก และสารกำจัดวัชพืชกลุ่มยับยั้งการสร้างกรดอะมิโน (pyrazosulfuron-ethyl และ bensulfuron-methyl) ต่อกกขนาก
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. Final development version of the deliverable demonstrated in operational
ได้ชุดเทคโนโลยีการชักนำภูมิต้านทานของพืชต่อศัตรูพืช และเทคโนโลยีต้นแบบการผลิตและผลิตภัณฑ์ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน รวมทั้งได้ข้อมูลชนิด และอัตราการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชหลากหลายกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์ในพืชเศรษฐกิจทั้งพืชไร่ ไม้ผล ผัก ไม้ดอกไม้ประดับ เพื่อนำมาใช้สำหรับป้องกันศัตรูพืชและจัดทำคำแนะนำอย่างเป็นทางการของประเทศ (national pesticide recommendation) รวมถึงรูปแบบการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชร่วมกับการใช้ชีวภัณฑ์ หรือสารธรรมชาติ และเทคนิค อุปกรณ์ อัตราพ่นและวิธีการใช้สารเคมีและสารชีวภัณฑ์แบบใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความรวดเร็วและแม่นยำ ตลอดจนลดอันตรายและการปนเปื้อนจากการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ตลอดจนได้เทคโนโลยีต้นแบบในการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่เหมาะสมเพื่อแก้ปัญหาศัตรูพืชต้านทานในพืชไร่ พืชผัก ไม้ผล และในข้าว และได้ข้อมูลสถานการณ์ความต้านทานของศัตรูพืชเพื่อนำมาใช้ในการวางแผนการจัดการศัตรูพืชต้านทาน
ปัญหาศัตรูพืชส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่ออัตราผลิตภาพการผลิตของภาคเกษตร ดังนั้นการ ใช้ความรู้ การวิจัยและนวัตกรรม เพื่อจัดการกับปัญหาท้าทายเร่งด่วนสำคัญของประเทศนี้จึงเป็นสิ่งที่ท้าทาย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่กรมวิชาการเกษตรในฐานะหน่วยงานวิจัยหลักด้านการเกษตร ต้องทำงานค้นคว้าวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้ในการแก้ปัญหา ซึ่งได้แก่ งานวิจัยเรื่องการชักนำภูมิต้านทานศัตรูพืช งานวิจัยการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชทั้งสารเคมี ชีวภัณฑ์ สารธรรมชาติ และเทคโนโลยีการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่เหมาะสมเพื่อแก้ปัญหาศัตรูพืชต้านทานและลดการใช้สารเกินความจำเป็น โดยผลที่ได้จากการวิจัยสามารถนำมาทดแทนหรือลดการใช้สารเคมีทางการเกษตรและเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชให้มีประสิทธิภาพ ประหยัด และปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน และลดการปนเปื้อนในสภาพแวดล้อม รวมทั้งจัดทำคำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างเป็นทางการของประเทศ (national pesticide recommendation) ในการสนับสนุนการผลิตพืชปลอดภัย และจัดทำคู่มือการผลิตพืชแบบเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) สร้างคุณค่าให้กับผลผลิตพืชเพิ่มอำนาจการต่อรองทางการค้า และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 5 — 5. proposed solution(s) validated, now by relevant stakeholders in the area
เมื่อสิ้นสุดโครงการงานวิจัยโครงการนี้จะได้ได้เทคโนโลยีการใช้สารประกอบอินทรีย์ จุลินทรีย์ หรือสารสกัดจากธรรมชาติในการชักนำภูมิต้านทานของพืชต่อศัตรูพืช ทราบชนิด ประสิทธิภาพ อัตราและวิธีการใช้ และได้เทคโนโลยีต้นแบบการผลิตสารสกัดจากธรรมชาติ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ เป็นองค์ความรู้ที่พร้อมนำไปพัฒนาต่อยอดโดยการทดสอบในสภาพแปลงปลูกของเกษตรกร เพื่อให้ได้ผลการทดลองที่ชัดเจน เป็นที่ยอมรับของเกษตรกรในลำดับต่อไป เทคโนโลยีการผลิตสารสกัดจากธรรมชาติสามารถนำไปขยายผลในระดับชุมชนหรือโรงงานต้นแบบ นอกจากนี้เกษตรกรสามารถนำคำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชหลากหลายกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์ที่มีประสิทธิภาพ คำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชร่วมกับสารชีวภัณฑ์ สารสกัดจากพืชและสารน้ำมันซึ่งมีประสิทธิภาพและสามารถลดการใช้สารเคมีที่จะนำไปใช้ในสภาพแปลงปลูกในระบบเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน และเกษตรกรสามารถนำคำแนะนำเทคนิคการใช้สารฯ ไปใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช ตลอดจนลดการใช้และลดการปนเปื้อนสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้อย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ เกษตรกรสามารถลดทรัพยากรที่จะนำมาใช้ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช เช่น แรงงานคน น้ำ เป็นต้น เป็นการเพิ่มรายได้ทำให้เกษตรกร โดยผลผลิตมีคุณภาพ และปริมาณตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ทำให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ทางด้านเศรษฐกิจและมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น จากผลผลิตพืชปลอดภัยจากสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช รวมทั้งเกษตรกรสามารถนำวิธีการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบหมุนเวียนที่พัฒนาปรับปรุงให้เหมาะสมถูกต้องตามหลักวิชาการและได้ผ่านการทดสอบในแปลงเกษตรกรแล้วไปใช้ในการแก้ปัญหาศัตรูพืชต้านทานต่อสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชในระบบการทำเกษตรแบบแปลงใหญ่ของเกษตรกร
ปัจจุบันความตื่นตัวเกี่ยวกับความปลอดภัยของผลผลิตทางการเกษตรของผู้บริโภค ทำให้เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้อง (ผู้ส่งออก ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเกษตรต่อเนื่อง) ต้องการงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้ในการแก้ปัญหา ในการลดการใช้สารเคมีทางการเกษตรลง และมีระบบการผลิตที่ทำให้ผลผลิตมีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ ที่สามารถตอบโจทย์ดังกล่าว ได้แก่ การชักนำภูมิต้านทานของพืชต่อศัตรูพืช ซึ่งงานวิจัยนี้มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีการชักนำภูมิต้านทานของพืช มาใช้ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างจริงจัง ทำการทดสอบถึงศักยภาพและความเป็นไปได้เบื้องต้นในระดับห้องปฏิบัติการ และวางแผนสร้างงานวิจัยเพื่อผลักดันการนำเทคโนโลยีการชักนำภูมิต้านทานของพืชมาใช้ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้ รวมทั้งงานวิจัยเพื่อหาคำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชหลากหลายกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัด ในการนำไปใช้สลับกลุ่มหมุนเวียนเพื่อชะลอความต้านทาน รวมทั้งคำแนะนำการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชร่วมกับสารชีวภัณฑ์ สารธรรมชาติ สารน้ำมัน ซึ่งมีประสิทธิภาพและสามารถลดการใช้สารเคมีที่จะนำไปใช้ในสภาพแปลงปลูกในระบบเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เกษตรกรไม่มีอุปกรณ์และเทคนิคที่เหมาะสม รวมถึงข้อมูลปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพของการใช้สารเพื่อนำมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพและช่วยลดทรัพยากรต่าง ๆ ในการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ตลอดจนการใช้สารกำจัดศัตรูพืชแบบหมุนเวียนเพื่อแก้ปัญหาความต้านทานของศัตรูพืชและลดการใช้สารที่เกินความจำเป็น ในระบบการทำเกษตรแปลงใหญ่ และระบบการปลูกพืชทั่วไป