กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โรคของผักและผลไม้หลังเก็บเกี่ยว เป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้คุณภาพของผักและผลไม้ลดลง อายุการเก็บรักษาสั้น การควบคุมโรคในปัจจุบันยังคงใช้สารเคมีซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและมีปัญหาการส่งออกไปยังต่างประเทศ งานวิจัยนี้ได้ศึกษาการใช้สารปลอดภัย และจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ในการควบคุมโรค รวมถึงการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อยืดอายุการเก็บรักษา และลดการเน่าเสียของแก้วมังกร กล้วยหอม สะละ มะม่วง และขิง ผลแก้วมังกรพันธุ์เปลือกแดงเนื้อขาว (Hylocereus undatus (Haw.) Britt. & Rose) พบสาเหตุโรคผลเน่าหลังการเก็บเกี่ยวเกิดจากเชื้อรา 3 ชนิดดังนี้ Bipolaris cactivora , Colletotrichum gloeosporioides และ Fusarium semitectum ผลการวิจัยพบว่าสาร salicylic acid ความเข้มข้น 1000 mg/l สามารถลดความรุนแรงของโรคจากเชื้อรา F semitectum 62.70% และ C. gloeosporioides 26.29% ขณะที่สาร potassium sorbate ความเข้มข้น 1000 mg/l ลดความรุนแรงจากเชื้อรา B. cactivora ได้ 51.39% และควรเก็บรักษาผลแก้วมังกรโดยบรรจุในถุงซิป หรือถุง PE และเก็บที่อุณหภูมิ 7?C สามารถยืดอายุได้นาน 20-24 วัน โรคขั้วหวีเน่าของกล้วยหอม มีสาเหตุจากเชื้อราหลายชนิด Lasiodiplodia theobromae, Fusarium sp., Colletotrichum musae, Pestalotiopsis sp. และ Phomopsis sp. การควบคุมโรคขั้วหวีเน่าของกล้วยหอมโดยการจุ่มหวีกล้วยหอม ด้วยสารละลายสาร Potassium sorbate 250 mg/l สามารถลดการเกิดโรคที่ติดมาจากแปลงปลูกได้ 50.00 % การบรรจุผลสะละโดยการห่อด้วยกระดาษฟางแล้วเก็บในกล่องกระดาษเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง ผลสะละยังมีคุณภาพดี สามารถเก็บได้นานถึง 2 สัปดาห์ และเมื่อเก็บที่อุณหภูมิ 13 องศาเซลเซียส และบรรจุผลสะละในถุงพลาสติก LLDPE และถุงActive M4 เก็บได้นานถึง 4 สัปดาห์ การควบคุมโรคแอนแทรกโนสของมะม่วงที่เกิดจากเชื้อรา Colletotrichum gleosporioides พบว่าการรมด้วย 60 ppm Hexanal สามารถลดความรุนแรงของโรคได้โดยคุณภาพของมะม่วง เช่นเปอร์เซ็นต์การสูญเสียน้ำ ความแน่นเนื้อ ปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำได้ ปริมาณกรดที่ไตเตรทได้ วิตามินซี และคุณค่าทางประสาทสัมผัสไม่มีความแตกต่าง ในกรณีโรคแง่งเน่าของขิงระหว่างการเก็บรักษา ซึ่งเกิดจากเชื้อรา Fusarium oxysporum สามารถเข้าทำลายเฉพาะบริเวณที่ทำบาดแผลแต่ในส่วนที่เป็นผิวปกติไม่พบการเข้าทำลายของเชื้อ จากการแยกเชื้อราจากตัวอย่างดินจากแหล่งต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือจำนวน 20 ไอโซเลตมาทดสอบปฏิกิริยาการเป็นปฏิปักษ์ต่อเชื้อราก่อโรคพบว่ามี 3 ไอโซเลตที่แสดงปฏิกิริยาการเป็นปฏิปักษ์ โดยที่ 2 ไอโซเลตที่มีปฏิกิริยาการเป็นปฏิปักษ์แบบ Competitive และอีก 1 ไอโซเลตที่มีปฏิกิริยาการเป็นปฏิปักษ์แบบ Antibiosis