กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของสัดส่วนน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันปลาทูน่าในอาหารที่มีข้าวโพดและกากถั่วเหลืองเป็นส่วนประกอบหลัก ต่อสมรรถนะการผลิตของไก่ไข่ และอัตราส่วนระหว่างกรดไขมันชนิดโอเมก้า-6 และโอเมก้า-3 ในไข่แดง โดยใช้ไก่ไข่สายพันธุ์ทางการค้า (Isa Brown) อายุ 30 สัปดาห์ จำนวน 300 ตัว สุ่มไก่เข้ากลุ่มทดลองที่มีการเสริมน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันปลาทูน่าในสัดส่วน 100:0, 75:25, 50:50, 25:75 และ 0:100 ตามลำดับ โดยในแต่ละกลุ่มการทดลองแบ่งออกเป็น 4 ซ้ำๆ ละ 15 ตัว รวมระยะเวลาในการทดลอง 12 สัปดาห์ ผลการทดลองพบว่าผลผลิตไข่ลดลง (P<0.05) ในไก่กลุ่มที่กินอาหารที่มีสัดส่วนระหว่างน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันปลาทูน่า 0:100 เมื่อเทียบกับกลุ่มที่กินอาหารที่มีน้ำมันในสัดส่วน 100:0, 75:25, 50:50 และ 25:75 โดยสัดส่วนของน้ำมันทั้งสองชนิดไม่มีผลต่อน้ำหนักไข่ (P>0.05) ด้านคุณภาพไข่พบว่าน้ำหนักไข่แดงลดลง (P<0.05) ในไก่กลุ่มที่กินอาหารที่มีสัดส่วนระหว่างน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันปลาทูน่า 0:100 เมื่อเทียบกับกลุ่มที่กินอาหารที่มีน้ำมันในสัดส่วน 100:0, 75:25 และ 25:75 โดยสัดส่วนของน้ำมันทั้งสองชนิดไม่มีผลต่อน้ำหนักไข่ขาว ความหนาเปลือกไข่ และสีของไข่แดง (P>0.05) อีกทั้งสัดส่วนของกรดไขมันชนิดโอเมก้า-3 ในไข่แดงสูงกว่า ในขณะที่อัตราส่วนระหว่างกรดไขมันชนิดโอเมก้า-6 และโอเมก้า-3 ในไข่แดงต่ำกว่า (P<0.01) ในไก่กลุ่มที่กินอาหารที่มีอัตราส่วนระหว่างน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันปลาทูน่า 0:100 เมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น ผลการศึกษานี้พบว่าการให้อาหารที่มีสัดส่วนระหว่างน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันปลาทูน่า 25:75 มีผลช่วยเพิ่มสัดส่วนของกรดไขมันชนิดโอเมก้า-3 ในอาหาร และช่วยลดอัตราส่วนระหว่างกรดไขมันชนิดโอเมก้า-6 และโอเมก้า-3 ในไข่แดง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสมรรถนะการให้ไข่ และองค์ประกอบของไข่ไก่