กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาผลของสารกำจัดวัชพืชอะลาคลอร์ต่อการแบ่งเซลล์บริเวณปลายรากหอมหัวใหญ่ที่ระดับ ความเข้มข้น 1.25, 25, 5, 10 และ 20 pm และแช่ในสารอะลาคลอร์นาน 12 ชั่วโมง พบว่าดัชนีการแบ่ง ซลล์ลดลงตามความเข้มข้นของสารกำจัดวัชพืชอะลาคลอร์ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเซลล์เข้าสู่ระยะไมโทดิก มีผล ทำให้การแบ่งซลล์ในระยะมีโพรเฟสเพิ่มขึ้น ในทงตรงกับข้าม ระยะเมทาเฟส แอนาเฟส และเทโลเฟส มีสัดส่วนลดลง มอกจากนี้ยังมีผลทำให้ขนาดของนิวคดี ไอลัสลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการควบคุม จากนั้นเมื่อนำรากหอมหัวใหญ่ที่แช่ในสารอะลาคลอร์นาน 12 ชั่วโมง ข้ขกลับมาแช่น้ำกลั่นเป็น เวลา 24 ชั่วโมง พบว่าค่ดัชนีการแบ่งเซลล์ลดลงตามความเข้มข้นของสาระลาคลอร์ที่เพิ่มขึ้น และเมื่อ ซลล์เข้าสู่ระชะไมโทติกมีผลทำให้การแบ่งซลล์ในระยะมี โพรเฟสเพิ่มขึ้น และสูงถึง 100.00 % ที่ระดับ ความเข้มขัน 20 Pm ส่วนระยะอื่น ๆ ในระยะไมโทติกมีค่าเท่ากับ 0.00 % ลักษณะความผิดปกติของ เซลล์ที่พบในทุกระดับความเข้มข้น คือ exposed cell to the herbicide solution, sticky anaphase, polyploid metaphase with supernumerary centrosomes, c-metaphase และ spindle prophase สำหรับผล ต่อนิวคลีโอลัสให้ผลเป็นไปในแนวทางเดียวกับเซลล์ที่ยังไม่ได้รับการฟื้นฟู เมื่อศึกษาผลของสารพิษที่ตกค้างในดินต่อการงอกและการเจริญเดิบโตของพืชปลูก คือข้าวโพด และวัชพืชาคสอบถือ หญ้าข้วนก และผักโขม หลังจากที่มีการฉีดพ่นสาร 0, 1, 2และ 3 เดือน ที่อัตรา 100, 200 และ 400 กรัมของสารออกฤทธิ์ต่อไร่ พบว่าการฉีดพ่นสารพร้อมปลูก (0 เดือน) มีผลขับยั้งการเจริญเดิบ โตของดันกล้ำข้าวโพดสูงสุด ซึ่งที่ 14 วันหลังปลูก ข้าวโพดมีเปอร์เซ็นต์การรอดเท่ากับ 40.00, 10:00 และ 0.00 เปอร์เซ็นต์ และการเจริญเติบโตของต้นด้านความสูงมีค่าเท่ากับ 11.02, 3.15 และ 0.00 เซนติมตร ตามลำดับ ซึ่งความสูงของต้นมีแนวไน้มลดลงตามดวามอัตราการใช้สารที่เพิ่มขึ้น และพบว่า ทั้งข้าวโพดที่ปลูกร่วมกับหญ้าข้าวนก และข้าวโพดที่ปลูกร่วมกับผักไขมให้ผลไปในแนวทางเดียวกัน นอกจากนี้สารกำจัดวัชพืชอะลาคลอร์ยังมีผลทำให้การเจริญเติบโตของหญ้าข้าวนกและผักไขมลดลง เมื่อ เปรียบเทียบกับกรรมวิธีการควบคุมในทุกระยะเวลาหลังฉีดพ่นสาร