ประสิทธิภาพของสารสกัดสาบเสือเพื่อเป็นสารธรรมชาติกำจัดศัตรูพืช
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
สาบเสือ (Chromoleana odoratum L.) เป็นวัชพืชพบได้ทั่วไป เจริญเติบโตได้ทุกพื้นที่ พบว่ามีฤทธิ์ทางอัลลีโลพาธี จึงเกิดแนวคิดในการใช้ประโยชน์จากสาบเสือเป็นสารกำจัดวัชพืช การศึกษานี้มีเป้าหมายเพื่อหาส่วนและกลุ่มสารออกฤทธิ์สำคัญสูงสุดจากสาบเสือในระดับห้องปฏิบัติการ และเปรียบเทียบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์สารกำจัดวัชพืชจากสาบเสือ เพื่อควบคุมวัชพืชในระดับโรงเรือนทดลอง โดยทำการศึกษาเปรียบเทียบสารสกัดจากส่วน ใบ ลำต้น ราก และ ทั้งต้นของสาบเสือ ด้วยเอทานอล 70% ทดสอบที่ระดับความเข้มข้น 1000, 2000, 4000 และ 8000 ppm ต่อการงอกและการเจริญเติบโตของหญ้าข้าวนก (Echinochloa crus-galli (L.) Beauv.) และผักโขม (Amaranthus viridis L.) ผลปรากฏว่า สารสกัดจากส่วนใบ สามารถยับยั้งวัชพืชได้สูงสุด รองลงมา คือส่วนทั้งต้น ส่วนราก และส่วนลำต้น ตามลำดับ จากนั้นทำการศึกษาการสกัดแยกกลุ่มสารสำคัญจากสาบเสือ ด้วยวิธีสกัดตามลำดับความมีขั้วของตัวทำละลายอินทรีย์ ได้แก่ ชั้นเฮกเซน ชั้นเอทิลอะซิเตท และชั้นบิวทานอล ตามลำดับ ทดสอบกลุ่มสารที่ระดับความเข้มข้น 500, 1000, 2000 และ 4000 ppm ต่อการงอกและการเจริญเติบโตของหญ้าข้าวนก และผักโขม ผลปรากฏว่า สารสกัดหยาบชั้นเฮกเซน สามารถยับยั้งวัชพืชทดสอบได้สูงสุด รองลงมาคือ ชั้นเอทิลอะซิเตท และชั้นบิวทานอล ตามลำดับ และพบว่าสารสกัดหยาบจากสาบเสือ 1 กิโลกรัมแห้ง มีอัตราส่วนของกลุ่มสารที่ละลายน้ำต่อกลุ่มสารที่ไม่ละลายน้ำ คือ 75 : 25 จากนั้นทำการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากสารสกัดหยาบชั้นเฮกเซน และชั้นเอทิลอะซิเตท โดยทำการทดสอบผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดในวัชพืช 3 ระยะ ได้แก่ 1) pre-emergence 2) post-emergence 7 วัน และ 3) post-emergence 14 วัน ทดสอบที่ระดับความเข้มข้น 2%, 4% และ 6% a.i. ที่อัตราน้ำ 80 ลิตร/ไร่ ต่อวัชพืชทดสอบคือ หญ้าข้าวนก และผักโขม ผลปรากฏว่า การฉีดพ่นที่ระยะ post-emergence 7 วัน สามารถควบคุมวัชพืชได้สูงกว่า post-emergence 14 วัน ขณะที่ pre-emergence ไม่มีผลต่อการควบคุมวัชพืช เมื่อเพิ่มความเข้มข้นสูงขึ้น สามารถควบคุมวัชพืชสูงขึ้นตามไปด้วย และพบว่าสารกำจัดวัชพืชจากสาบเสือ เป็นสารประเภทชนิดเลือกทำลาย ซึ่งจะเป็นข้อมูลในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สารสกัดหยาบจากสาบเสือเพื่อประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับการควบคุมวัชพืชในสภาพแปลงทดลองต่อไป คำสำคัญ : สาบเสือ อัลลีโลพาธี การแยกกลุ่มสารออกฤทธิ์ สารสกัดหยาบ สารกำจัดวัชพืชธรรมชาติ