กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยแบ่งออกเป็นสามการทดลอง การทตลองที่หนึ่ง ศึกษากิจกรรม allelopathy ของใบ ไมยราบยักษ์โดยวิธี sandwich พบว่าไมยราบยักษ์มีการผลิตสารทุติยภูมิ alelochemicals และปลด ปล่อยออกมายับยั้งการเติบโตของพืชช้างเคียงได้ โดยไมยราบยักษ์ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติมีการผลิต สารกลุ่มนี้ได้มากกว่าไมยราบยักษ์ที่ปลูกขึ้นในเรือนทตลอง กรทตลองที่สอง ทดสอบสารสกัดจาก ไมยราบยักษ์ต่อการเติบโตของพืช โตยสกัดสารอกฤทธิ์ทางชีวภาพจากใบไมยราบยักษ์ที่เก็บมาจาก ธรรมชาติด้วยตัวทำละลาย 3 ชนิด ได้แก่ น้ำกลั่น เมทานอลความเช้มชั้น 80 เปอร์เซ็นต์ และเมทานอ ล ในช่วงความเข้มชัน 0, 0.01, 0.1, 1 และ 10 กรัมน้ำหนักแห้งต่อลิตร ทดสอบกับพืชปลูกทั้งสิ้น 16 ชนิด พบว่าสารสกัดมีผลยับยั้งการเติบโตของพืชปลูกทั้ง 16 ชนิด เมื่อความเข้มข้นสูงขึ้นส่ง งผลยับยั้ง การเติบโตมากขึ้น โดยตัวทำละลายที่เหมา าะสมที่สุดในการสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากไมยราบ ยักษ์คือมทานอลความข้มชัน 80 และเมทานล โดยสารสกัดความเข้มข้น 1 และ 10 กรัมน้ำหนัก แห้งต่อลิตร ยับยั้งการเติบโตของพืชทดสอบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผักกาดหอมและมะเขือเทศเป็น พืขที่ไวต่อสารสกัดมากที่สุด และข้าวโพดหวานเป็นพืชที่ทนทานต่อสารสกัดมากที่สุด การทตลองที่ สาม ศึกษา mode of action ของสารสกัดจากไมยราบยักษ์ โดยทตสอบสารสกัดไมยราบยักษ์ด้วยเม ทานอล ที่ความเข้มข้น 0, 2.5, 5.0, 7.5 และ 10.0 กรั่มน้ำหนักแห้งต่อลิตร ต่อการเติบโตของผักกาด หอมและ ะต้อยติ่ง และศึกษาผลต่อกระบวนการทางสรีรวิทยาได้แก่การแบ่งเซลล์แบบไมโทชิส ปริมาณคลอโรฟิลล์ การสูญเสียความมีชีวิตของเซลล์ และการเกิด ipid peroxidaion พบว่าสารสกัด มีผลยับยั้งการแบ่งเซลล์แบบไมโทชิสที่ปลายราก ซักนำให้เซลล์สูญเสียความมีชีวิต และส่งเสริมให้ เกิด lipid peroxidation ซึ่งส่งผลยับยั้งเดิบโตของพืชทั้งสองชนิด จากผลการศึกษา แสดงให้เห็นว่า ไมยราบยักษ์มีการผลิตสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่มีผลยับยั้งการเจริญเติบโตของพืชชนิดอื่น และมี ศักยภาพในการที่จะพัฒนาเป็นสารควบคุมวัชพืชทดแทนสารเคมีสังเคราะห์