การสร้างแผนภูมิควบคุมเชิงคุณลักษณะด้วยวิธีเอ็มพิริคัลเบส์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้นำเสนอการสร้างแผนภูมิควบคุมจำนวนรอยตำหนิ c-chart โดยใช้แนวความคิดเอ็มพิริคัลเบส์ และเปรียบเทียบประสิทธิภาพแผนภูมิควบคุมจำนวนรอยตำหนิ c-chart โดยใช้แนวความคิดเอ็มพิริคัลเบส์กับแผนภูมิควบคุมรอยตำหนิประเภทดั้งเดิมและวิธีเบส์ที่กำหนดการแจกแจงเบื้องต้นเป็นเจฟฟรีย์วิธีการดำเนินการวิจัยนี้แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน ประกอบด้วย 1) ศึกษาเอกสาร ตำรา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปสู่การพิสูจน์ทฤษฎีเพื่อนำไปสู่กรสร้างแผนภูมิควบคุมจำนวนรอยตำหนิ c-chart โดยใช้แนวความคิดเอ็มพิริคัลเบส์ และหลังจากพิสูจน์ทฤษฎีแล้ว 2) พัฒนาโปรแกรมเพื่อจำลองสถานการณ์ในการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแผนภูมิควบคุมจำนวนรอยคำหนิที่นำเสนอโดยแนวความคิดเอ็มพิริคัลเบส์และเปรียบเทียบกับแผนภูมิควบคุมจำนวนรอยตำหนิประเภทดั้งเดิมและวิธีเบส์ที่กำหนดการแจกแจงเบื้องต้นเป็นเจฟฟรีย์ผลการศึกษาพบว่า ส่วนใหญ่แผนภูมิควบคุมจำนวนรอยตำหนิ c-chart โดยใช้แนวความคิดเอ็มพิริคัลเบส์มีประสิทธิมากที่สุด โดยพิจารณาจากค่าความยาวรันเฉลี่ย (ARL) ซึ่งให้มากสูงที่สุดเกือบทุกกรณีที่ศึกษา นอกจากนี้ยังพบว่า วิธีเบส์กำหนดการแจกแจงเบื้องต้นเป็นเจฟฟรีย์ให้ค่าที่ใกล้เคียงกับวิธีที่นำเสนออีกด้วย ส่วนวิธีดั้งเดิมจะมีประสิทธิภาพในกรณีที่พารามิเตอร์ของการแจกแจงปัวซงมีค่ามาก