กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาลักษณะของหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตในประเทศไทยเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 2558 โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการคือ 1. เพื่อศึกษาถึงโครงสร้างและลักษณะของหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย 2. เพื่อทบทวนพัฒนาการของหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย 3. เพื่อวิเคราะห์ลักษณะของหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตในประเทศไทยเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 2558 โดยใช้วิธีวิจัยแบบผสมทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ (Mixed-method) กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ประกอบการ จาแนกตามรูปแบบการจัดตั้งตามกฎหมาย และภาค รวม 4 ภาค ในภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ จานวน 500 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม และการสัมภาษณ์สัมภาษณ์เชิงลึก (in-depth interview) กับคณบดีคณะนิติศาสตร์ หัวหน้าโปรแกรมนิติศาสตร์ หรือประธานหลักสูตรนิติศาสตร์ จานวน 8 ท่าน โดยเกณฑ์ในการคัดเลือก จะให้เกณฑ์ที่ตั้งของมหาวิทยาลัยและประเภทของมหาวิทยาลัย อาทิ มหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยในกากับของรัฐ มหาวิทยาลัยราชภัฎ และ มหาวิทยาลัยเอกชน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) รวมถึงการดาเนินการสนทนากลุ่ม (Focus Group) จากอาจารย์ประจาคณะนิติศาสตร์ หรือ หลักสูตรนิติศาสตร์ ทนายความ ผู้พิพากษา พนักงานอัยการ โดยเป็นการเชิญผู้แทน จานวน 10 ท่าน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้ใช้แบบสอบถามและสัมภาษณ์ลักษณะของหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต ในประเทศไทยเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 2558 ซึ่งเป็นแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นเอง เพื่อใช้สารวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการต่อลักษณะของหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตในประเทศไทยเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 2558 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนาและสถิติอ้างอิง ผลการวิจัยที่สาคัญมี 1. ลักษณะของหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตที่คาดว่าจะได้รับจากการพัฒนาหลักสูตรในครั้งต่อไป โดยการพัฒนาหลักสูตรจะเน้นการปรับเปลี่ยนเนื้อหาสาระให้เป็นไปตามพัฒนาการด้านกฎหมายที่ทันต่อการความเปลี่ยนแปลงและความต้องการของสังคม รวมถึงมุ่งตอบสนองความต้องการของผู้เรียนเพื่อเป็นพื้นฐานการศึกษาต่อในระดับสูงขึ้น และรองรับมาตรฐานการประกอบวิชาชีพกฎหมายที่มีความหลากหลาย จึงควรปรับปรุงในส่วนของรายวิชาภาษาอังกฤษของนักกฎหมาย และกฎหมายอาเซียนที่ปรับจากวิชาเลือกเป็นรายวิชาบังคับ เพิ่มวิชาประชาคมอาเซียน และวิชาภาษาของประเทศอาเซียน 2. การเตรียมความพร้อมของหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตเพื่อรับรองการเข้าสู่อาเซียน มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มีหลักสูตรในปัจจุบันแตกต่างไปจากอดีต ในประเด็นสาคัญ คือ ด้านภาษาต่างประเทศที่เดิมจะเน้นเพียงรายวิชาภาษาอังกฤษสาหรับนักกฎหมายโดยส่งเสริมให้เรียนเป็นวิชาเลือก แต่ในปัจจุบันได้กาหนดรายวิชาภาษาอังกฤษสาหรับนักกฎหมายเป็นวิชาบังคับและเพิ่มรายวิชาเลือกเป็นภาษาสากลและภาษาอาเซียน เช่น ภาษาเขมร ภาษาอิสลาม เป็นต้น เพื่อให้มีความเป็นสากลและทันสมัย