การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการตลาดสำหรับผู้สูงวัยกลุ่มชาติพันธุ์ในภาคเหนือตอนบน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการตลาดสำหรับผู้สูงวัยกลุ่มชาติพันธุ์ในภาคเหนือตอนบน มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษาองค์ความรู้ผลิตภัณฑ์ชุมชนและสร้างโมเดลธุรกิจตลาดดิจิทัลของผู้สูงวัยกลุ่มชาติพันธุ์ในภาคเหนือตอนบน 2) พัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการตลาดสำหรับผู้สูงวัยกลุ่มชาติพันธุ์ในภาคเหนือตอนบน ผู้วิจัยได้ดำเนินการสำรวจความต้องการในการอบรมจากผู้ประกอบการ จำนวน 25 คน พบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 20-40 ปี จบการศึกษาในระดับประถมศึกษาปีที่ 3 และมีอาชีพค้าเกษตร พฤติกรรมการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ ส่วนใหญ่ใช้สมาร์ทโฟน นิยมใช้โปรแกรมเฟซบุ๊ค ไลน์ และเว็บไซต์ในการอ่านข่าวสาร ไม่นิยมใช้งานโปรแกรมแมสเซสเจอร์ อินสตราแกรม ทวิสเตอร์ ยูทูป ส่งอีเมล และกูเกิ้ล ส่วนใหญ่มีความถี่ในการใช้งานทุกวัน ใช้ในการติดตามข่าวสาร ส่วนใหญ่ไม่มีอีเมลมาก่อน ทักษะของผู้ตอบแบบสำรวจ ดังนี้ 1) ทักษะการใช้งานอุปกรณ์ ผู้ตอบแบบสำรวจมีความชำนาญในการใช้งานอุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับน้อย 2) ทักษะการใช้งานสื่อออนไลน์ มีความชำนาญในการใช้อยู่ในระดับมาก 3) ความต้องการใช้งานสื่อออนไลน์เพื่อการตลาดดิจิทัล อยู่ในระดับมาก ความต้องการให้จัดอบรมเรียงลำดับความต้องการในระดับมากไปน้อย คือ การประยุกต์ด้านการตลาดออนไลน์ รองลงมา คือ การใช้เทคโนโลยีสื่อสังคมออนไลน์ และการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำวัน จากผลสำรวจผู้วิจัยได้จัดการอบรม จำนวน 3 เรื่อง คือ 1) อบรมถ่ายทอดความรู้ทางการตลาดพบว่า ผลการวิเคราะห์ มีค่าเฉลี่ย 3.50 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.55 และผลการทำแบบสอบถามความพึงพอใจสรุปถือว่าเป็นความพึงพอใจมาก 2) อบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและวัดผลสัมฤทธิ์ความต้องการอบรมโปรแกรม พบว่า ผลการวิเคราะห์ มีค่าเฉลี่ย 3.73 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.79 และผลการทำแบบสอบถามความพึงพอใจสรุปถือว่าเป็นความพึงพอใจมาก และ 3) ความต้องการอบรมโปรแกรม (ความต้องการใช้งานสื่อออนไลน์เพื่อการตลาดดิจิทัล) และวัดผลสัมฤทธิ์วามต้องการอบรมโปรแกรม พบว่า ผลการวิเคราะห์ มีค่าเฉลี่ย 4.50 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.40 และผลการทำแบบสอบถามความพึงพอใจสรุปถือว่าเป็นความพึงพอใจมาก แสดงให้เห็นว่า วิทยากรมีความสามารถในการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการ OTOP ในพื้นที่สูง จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้อย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพ ผู้วิจัยได้ดำเนินการประเมินความพึงพอใจในการอบรมเชิงปฏิบัติการ ทดสอบ ติดตั้ง การนำไปใช้งานของระบบดิจิทัล คอมเมิร์ซ จากผู้เข้าร่วมอบรม 24 คน พบว่า ค่าเฉลี่ยในภาพรวมของการอบรมเชิงปฏิบัติการของโครงการนี้ 4.04 จัดอยู่ในระดับความพึงพอใจในระดับมาก