การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้สูงอายุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพฤติกรรมการรับข้อมูล ข่าวสารจากสื่อประเภทต่างๆของผู้สูงอายุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ2) ศึกษาความต้องการการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้สูงอายุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและ 3) ศึกษาแนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้สูงอายุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ ผู้สูงอายุที่เป็นสมาชิกในชมรมผู้สูงอายุของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 8,560 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ ผู้สูงอายุที่เป็นสมาชิกชมรมผู้สูงอายุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การเลือกกลุ่มตัวอย่าง โดยการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างด้วยตารางสำเร็จรูปของ Krejcie & Morgan (1970) ใช้วิธีสุ่มอย่างง่าย ได้กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยนี้ทั้งสิ้น 270 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1. พฤติกรรมการรับข้อมูลข่าวสารของผู้สูงอายุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจากสื่อทั้ง 4 ประเภทได้แก่ สื่อมวลชน สื่อบุคคล สื่อเฉพาะกิจและสื่อออนไลน์ พบว่าโดยรวมมีการรับข้อมูล ข่าวสารจากสื่อประเภทต่างๆในระดับปานกลาง (X ?=3.09) เมื่อพิจารณาเป็นรายประเภทพบว่า มีการรับข้อมูลจากสื่อประเภทต่างๆในระดับปานกลางโดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดเรียงตามลำดับได้แก่ สื่อมวลชน (X ?=3.50) รองลงมาคือ สื่อเฉพาะกิจ (X ?= 3.28) และสื่อบุคคล (X ?=3.17) โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ สื่อออนไลน์ (X ?= 2.40) 2. การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตตามความต้องการของผู้สูงอายุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยรวมอยู่ในระดับมาก (X ?=4.01) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในระดับมากทั้ง 3 ด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านจิตใจ (X ?= 4.24) รองลงมาคือ ด้านสุขภาพกาย (X ?=4.22) และด้านเศรษฐกิจและรายได้ (X ?=3.55) ส่วนด้านที่อยู่ในระดับปานกลางคือ ด้านความสัมพันธ์ทางสังคม(X ?=3.55) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านสุขภาพกาย โดยรวมมีความต้องการการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในระดับมาก (X ?= 4.22) ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ผู้สูงอายุต้องการให้มีศูนย์บริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพผู้สูงอายุ (X ?=4.75) ด้านจิตใจ โดยรวมมีความต้องการการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในระดับมาก (X ?= 3.92) ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ผู้สูงอายุต้องการเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับศาสนา เช่น เข้าวัดทำบุญ (X ?=4.67) ด้านความสัมพันธ์ทางสังคม โดยรวมมีความต้องการการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในระดับมาก (X ?= 3.77) ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ผู้สูงอายุต้องการกิจกรรมการไปทัศนศึกษาในสถานที่ต่างๆ ด้านเศรษฐกิจและรายได้ โดยรวมมีความต้องการการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในระดับมาก (X ?= 4.04) ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ผู้สูงอายุต้องการกิจกรรมการให้ความรู้เกี่ยวกับการลดค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้สูงอายุ (X=4.67) 3. แนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้สูงอายุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยควรมีดังนี้ 1) ด้านสุขภาพกาย ควรส่งเสริมเรียนรู้จากการร่วมปฏิบัติงานกับทีมบุคลากรด้านสุขภาพ การเรียนรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพจากสื่อประเภทต่างๆโดยเฉพาะสื่อออนไลน์ การจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการดูแลสุขภาพตนเองแบบการแพทย์ทางเลือก 2) ด้านจิตใจ ควรจัดกิจกรรมการอบรมให้ความรู้ และทัศนศึกษาดูงานของผู้สูงอายุ จัดกิจกรรมการเรียนรู้มีลักษณะบูรณาการแบบสอดแทรกความบันเทิง ได้รับความรู้เพิ่มขึ้นด้วย จัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่เน้นหนักด้านวิชาการมากเกินไป ควรเน้นการพักผ่อนหย่อนใจ กิจกรรมที่ช่วยคลายความเหงา ความโดดเดี่ยว ความเบื่อ ควรต้องเน้นเรื่องจิตใจเป็นสำคัญผ่านทางการศึกษาตามอัธยาศัย 3) ด้านความสัมพันธ์ทางสังคม ควรจัดการเรียนรู้ที่ผสมผสานการจัดการศึกษาในระบบโรงเรียน การศึกษานอกระบบโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศัยแบบบูรณาการ จัดกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่มผู้สูงอายุ ส่งเสริมเรื่องการมีภาคีเครือข่ายเพื่อการเรียนรู้ระหว่างกลุ่มและส่งเสริมให้มีแกนนำผู้สูงอายุ เพื่อเป็นแกนนำในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การดำเนินงานโดยในการดำเนินงานด้านต่างๆควรใช้หลักการมีส่วนร่วมของสมาชิกทุกคนในชุมชนร่วมกันดูแลสมาชิกในชุมชนที่เป็นผู้สูงอายุ 4) ด้านเศรษฐกิจและรายได้ ควรจัดให้มีการเรียนรู้เรื่องสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ สิทธิพื้นฐานของผู้สูงอายุ กองทุนผู้สูงอายุและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุที่ผู้สูงอายุควรจะได้รับรู้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรจัดให้มีโครงการที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลคุณภาพชีวิตทางด้านเศรษฐกิจของผู้สูงอายุ จัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับผู้สูงอายุในลักษณะที่เป็นหลักสูตรประกอบอาชีพระยะสั้นหรือลักษณะที่เป็นการศึกษาเรียนรู้เพื่อเสริมรายได้อย่างอิสระตามความสนใจ โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ เพื่อเป็นช่องทางการเพิ่มพูนและเสริมรายได้ คำสำคัญ: ผู้สูงอายุ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การส่งเสริมการเรียนรู้