ฤทธิ์ของสารสกัดจากเห็ดและพืชสมุนไพรไทยต่อการยับยั้งไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก ส่งผลให้การศึกษาวิจัยและพัฒนายาที่สามารถยับยั้งไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เป็นเหตุจำเป็นเร่งด่วน โดยเป้าหมายการออกฤทธิ์ของยาหรือสารที่ใช้ในการยับยั้งไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ประกอบไปด้วย การยับยั้งไม่ให้ไวรัสบุกรุกเข้าสู่เซลล์ปอดโดยการยับยั้งส่วนของโปรตีน spike ของไวรัสไม่ให้จับกับตำแหน่ง ACE2 ของเซลล์ปอด และ การยับยั้งการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสโดยการยับยั้งเอนไซม์โปรตีเอสของเชื้อ มากไปกว่านั้นในผู้ป่วยโรคโควิด-19 มักจะมีการผลิตไซโตไคน์ที่มากเกินจำเป็น ทำให้เกิดการอักเสบรุนแรง และเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตได้ คณะผู้วิจัยจึงมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาฤทธิ์ของเห็ดหูหนูช้างและข่อยในการยับยั้งเชื้อไวรัสโคนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ต้านการอักเสบ และกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ผลการทดลองพบว่าสารสกัดเห็ดหูหนูช้างจากเฮกเซนมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์โปรตีเอสได้มากที่สุดคือ 85.69 ? 0.45% และยับยั้งโปรตีน spike ของไวรัสได้ 22.52 ? 14.25% ซึ่งจากการทำนายผลการจำลองภาพสามมิติในคอมพิวเตอร์พบว่าสารออกฤทธิ์สำคัญในเห็ด ได้แก่ Ergosterol ในขณะที่สารสกัดข่อยด้วยเฮกเซนที่ยับยั้งเอนไซม์โปรตีเอสได้มากที่สุดคือ 32.89 ? 7.36% โดยจากการทำนายพบสารออกฤทธิ์ที่ดีที่สุด คือ 5H-3,5a-Epoxynaphth[2,1-c]oxepin,dodecahydro-3,8,8,11a-tetramethyl- และสารสกัดข่อยจากเอทานอลให้ผลการยับยั้งโปรตีน spike ของไวรัส 25.23 ? 8.43% สารออกฤทธิ์ที่ดีที่สุด คือ Andrographolide นอกจากนี้การทดสอบฤทธิ์ต้านการอักเสบ และกระตุ้นภูมิคุ้มกันในเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดนิวเคลียสเดียวของมนุษย์ เซลล์ปอดเพาะเลี้ยงของมนุษย์ และเซลล์แมโครฝาจเพาะเลี้ยงจากปอดของหนู พบว่าสารสกัดเห็ดหูหนูช้างที่ความเข้มข้น 100 ?g/mL ไม่เป็นพิษต่อเซลล์ดังกล่าวและลดการแสดงออกของยีนไซโตไคน์ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ ได้แก่ IFN-? และ TNF-? ในเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดนิวเคลียสเดียวของมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ลดการแสดงออกของยีน TNF-? ในเซลล์แมโครฝาจของหนูอย่างมีนัยสำคัญ ที่น่าสนใจคือ APW เพิ่มการแสดงออกของยีนไซโตไคน์ที่ต้านการอักเสบ ได้แก่ IL-10 และ TGF-? อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่สารสกัดข่อยที่ความเข้มข้น 100 ?g/mL ลดการแสดงออกของยีน IL-1?, IL-6, IFN-? และ TNF-? ในเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดนิวเคลียสเดียวของมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่น่าสนใจคือ SAW เพิ่มการแสดงออกของยีนไซโตไคน์ต้านการอักเสบ ได้แก่ IL-10 และ TGF-? ในเซลล์เม็ดเลือดขาวของมนุษย์ และลดการแสดงออกของยีน TNF-? ในเซลล์ปอด และลดการแสดงออกของยีน IL-1? ในเซลล์แมโครฝาจของหนูอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สรุปได้ว่าสารสกัดจากเห็ดหูหนูช้างและข่อยมีฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์โปรตีเอสและโปรตีน spike ของไวรัสสอดคล้องกับการทำนายผลของสารออกฤทธิ์จากสารสกัดหยาบทางคอมพิวเตอร์และในหลอดทดลอง และมีฤทธิ์ยับยั้งการอักเสบโดยการยับยั้งการแสดงออกของไซโตไคน์กระตุ้นการอักเสบ เพิ่มการแสดงออกของไซโตไคน์ต้านการอักเสบในเซลล์ภูมิคุ้มกันและเซลล์ปอดของมนุษย์และหนู ผลจากการทดลองนี้สามารถนำไปต่อยอดและพัฒนาศักยภาพเห็ดและสมุนไพรในการรักษาและป้องกันเชื้อโรคโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มคุณค่าของเห็ดและข่อยเพื่อนำไปสู่การส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร การแปรรูปและเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรของชาติ