การศึกษาเปปไทด์ต้านไวรัสจากซีรั่มของจระเข้น้ำจืดพันธ์ไทย (Crocodylus siamensis) และเหี้ย (Varanus salvator)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบความสามารถของเปปไทด์และโปรตีนไฮโดรไลเสตจากซีรั่มจระเข้น้ำจืดพันธุ์ไทย (Crocodylus siamensis) และเหี้ย (Varanus salvator) ในการยับยั้งการเจริญของไวรัสโรคอุบัติใหม่ เปปไทด์และโปรตีนไฮโดรไลเสตจากซีรั่มจระเข้น้ำจืด 20 ตัว และเหี้ย 20 ตัว ได้ถูกนำมาทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์เพาะเลี้ยง ชนิด vero และ MDCK โดยวิธี MTT assay ที่ระดับความเข้มข้นต่าง ๆ แล้วจึงนำไปทดสอบการออกฤทธิ์ในการยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID19; SARS-CoV-2) ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Human H1N1) และไวรัสไข้หวัดนก (Avian influenza virus) ทั้งชนิดก่อโรครุนแรง (HPAI H5N1) และ ชนิดก่อโรคไม่รุนแรง (LPAI H1N1) โดยวิธี Plaque assay พบว่าที่ระดับความอยู่รอดของเซลล์ร้อยละ 50 (CC50) เปปไทด์และโปรตีนไฮโดรไลเสตที่ได้จากซีรั่มจระเข้และเหี้ยมีความสามารถในการยับยั้งการเจริญของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้ แต่ไม่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ และไวรัสไข้หวัดนกทั้งสองสายพันธุ์ ซึ่งจากผลการทดลองที่ได้ทางห้องปฏิบัติการประกอบกับผลการทำนายประสิทธิภาพของเปปไทด์ในยับยั้งไวรัส โดยวิธี In silico model และการศึกษาทาง Bioinformatics บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่เปปไทด์และโปรตีนไฮโดรไลเสตจากซีรั่มจระเข้น้ำจืดและเหี้ยนั้นจะมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้ ซึ่งผลการทดลองนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการศึกษาวิจัยถึงเปปไทด์ที่ออกฤทธิ์เพื่อการต่อยอดที่เป็นประโยชน์เชิงพาณิชย์ต่อไปในอนาคต