กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การจัยเรื่องนี้มีจุดมุ่งหมาย คือ 1) เพื่อศึกษาแนวทางและรูปแบบการรียนการตอนโดยสุดบรมรมา การฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทยกับการจัดการเรียนการสอน หลักสูตรครุศาสตร์การ ออกเบบ ฆทับอุตสศึกษา 2) เพื่อประมินตามพึงพอใจของใช้ถนอุปลอบการรียนกรรมกรธรมาร การฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทยกับการจัดการเรียนการสอน หลักสูตรครุศาสตร์การ ออกแบบ ระดับอุดมศึกษา การดำเนินการวิจัยได้พัฒนารูปแบการเรียนการสอนโดยบูรณาการฐานข้อมูล พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทยกับการจัดการเรียนการสอน หลักสูตรครุศาสตร์การออกแบบ ระดับอุดมศึกษา ขึ้น โดยผ่านการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ แล้วประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งานรูปแบบ การเรียนการสอนโดยบูรณาการฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทยกับการจัดการเรียนการสอน หลักสูตรครุศาสตร์การออกแบบ ระดับอุดมศึกษา ผลการวิจัยปรากฏดังนี้ 1.การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนโดยบูรณาการฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย กับการจัดการเรียนการสอน หลักสูตรครุศาสตร์การออกแบบ ระดับอุดมศึกษา ได้กระบวนการในรูปแบบ จำนวน 3 กระบวนการประกอบด้วย 1)กระบวนการเรียนรู้และการยอมรับ 2)กระบวนการพัฒนาโดย บูรณาการฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย และ 3 ) กระบวนการวัดและประเมินผล โดยผล การประเมินของผู้เชี่ยวชาญอยู่ในระดับดี โดยมีกำเฉลื่อความพึงพอใจที่ 4.22 2. อาจาร์และนักศึกษาที่ทดลองใช้รูปแบบการเรียนทรลอนโดยบูรรรมารฐานอัตพิพิพิมทัณที่มีที่มี ท้องถิ่นในประเทศไทยกับการจัดการเรียนการสอน หลักสูตรครุศาสตร์การออกแบบ ระดับอุดมศึกษา ที่ ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ ด้วยรูปแบบการเรียนการสอนโดยบูรณาการ ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทยกับการจัดการเรียนการสอน หลักสูตรครครุศาสตร์การออกแบบระดับอุดมศึกษา อยู่ในระดับดีโดยอาจารย์มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจที่ 4.20 และนักศึกษามีค่าเฉลี่ย ความพึงพอใจที่ 4.06 และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นหลังจากการจัดการเรียนการสอนโดยโดยบูรณา การฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทยกับการจัดการเรียนการสอน สรุปผลการวิจัยได้ดังนี้ รูปแบบการเรียนการสอนโดยบูรณาการฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทยกับการจัดการ เรียนการสอน หลักสูตรครุศาสตร์การออกแบบ ระดับอุดมศึกษา ที่ได้มีความเป็นระบบสามารถทำความ เข้าใจ และเรียนรู้ได้ง่าย และยังสามารถติดตามผลความก้าวหน้าในการเรียนรู้ และการออกแบบได้อย่างมี ประสิทธิภาพ อันจะทำให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนด้านการออกแบบ หรือการ บริหารจัดการงานด้านการออกแบบในองค์กรได้ต่อไป