การบูรณาการการออกแบบสื่อวัฒนธรรมทางทัศน์ประกอบพิพิธภัณฑสถานพื้นบ้านภาคใต้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้บนฐานชุมชน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อการบูรณาการการออกแบบสื่อวัฒนธรรมทางทัศน์ประกอบพิพิธภัณฑสถานพื้นบ้านภาคใต้ เพื่อสร้างต้นแบบการบูรณาการการออกแบบฯ และเพื่อประเมินผลต้นแบบการบูรณาการการออกแบบฯ ด้วยวิธีวิจัยเชิงสร้างสรรค์ทัศนศิลป์ โดยแบบแผนการวิจัยผสมผสานวิธี ด้วยวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ และเชิงปริมาณ พื้นที่เป้าหมายตามเกณฑ์คือ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเมืองไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีความพร้อมด้านอาคารและสถานที่ รวมทั้งมีสิ่งของที่ใช้ในการจัดแสดง และวัตถุที่ใช้ในการจัดแสดงเหมาะสมใช้ประกอบการออกแบบ ผลการวิจัยสรุปได้ว่า 1.อัตลักษณ์ร่วมพื้นถิ่นภาคใต้ คือ มโนราห์ หนังตะลุง ประเพณีชักพระ/ลากพระ ประเพณีสารทเดือนสิบ และผักเหนาะ และอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นเมืองไชยา ได้แก่ พระบรมธาตุไชยา ผ้าไหมพุมเรียง ไข่เค็มไชยา พระพุทธรูปนาคปรก พระอวโลกิเตศวร พระพุทธทาสภิกขุ สวนโมกขพลาราม และมวยไชยา โดยวิธีการถอดอัตลักษณ์ คือ 1. การเปลี่ยนภาพลายเส้นสู่ภาพเงาอัตลักษณ์ที่มีรูปร่าง 2 มิติ 2. การจัดรูปร่างเพื่อให้เกิดรูปร่างใหม่จากการหมุน การพลิก การบิด การรวมการแยกย่อย 3. การเรียง การทำซ้ำรูปร่าง ให้เกิดลวดลายหรือลวดลายใหม่4. รูปร่างใหม่ที่เกิดขึ้นจากการตัดกันของรูปร่าง และ5. วนซ้ำ สู่การเรียงลวดลายและการตัดกันของรูปร่าง จนกลับมาที่รูปร่างเดิมหรือได้ฐานข้อมูลรูปร่างที่เพียงพอต่อการใช้ในการออกแบบ 2. การบูรณาการการออกแบบสื่อวัฒนธรรมทางทัศน์ประกอบพิพิธภัณฑสถานพื้นบ้านภาคใต้ มีแนวคิดในการออกแบบ จากการนำวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย และมีความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมโดยรอบที่เป็นเอกลักษณ์ นำเสนอแก่นเรื่องราวแทนการเน้นแต่วัตถุ ประกอบด้วย ส่วนนิทรรศการและงานตกแต่ง ได้แก่ ระบบสัญจรในส่วนจัดแสดง การจัดวางและเนื้อหาการจัดแสดงที่มีการนำเสนอเรื่องราวที่ถูกจัดเรียงลำดับเนื้อหาที่เชื่อมโยงกัน งานตกแต่งประกอบนิทรรศการ (วัสดุกราฟิก และวัสดุ 3 มิติ) และระบบป้ายและสัญลักษณ์ ได้มีการใช้เทคโนโลยี QR CODE และเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (AR) มาประกอบ ดังนั้นรูปแบบจึงมีความเหมาะสม ความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติและการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง มีรูปแบบที่เหมาะสมในการใช้งาน และสามารถเป็นสื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชนที่จะนำไปสู่การเรียนรู้อย่างยั่งยืนในชุมชน และสามารถนำไปเป็นต้นแบบในประยุกต์ใช้ในพื้นที่ภาคใต้ได้ต่อไป