การพัฒนารูปแบบการจัดการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างอัตลักษณ์และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในจังหวัดพรรณบุรี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบการจัดการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างอัตลักษณ์และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในจังหวัดสุพรรณบุรี มีวัตถุประสงค์ของการศึกษาเพื่อ 1) ศึกษาทรัพยากรทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดสุพรรณบุรี 2) เพื่อศึกษาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดสุพรรณบุรี 3) เพื่อศึกษาศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดสุพรรณบุรี 4) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการจัดการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างอัตลักษณ์และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในจังหวัดสุพรรณบุรี และ 5) เพื่อหาข้อเสนอเชิงนโยบายในการจัดการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างอัตลักษณ์และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในจังหวัดสุพรรณบุรี มีพื้นที่ศึกษา 3 พื้นที่คือ วัดพระรูปและวัดพระพุทธบาทไม้ วัดหน่อพุทธางกูร และหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย จังหวัดสุพรรณบุรี ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการลงสำรวจพื้นที่ศึกษา ศึกษาทรัพยากรธรรมชาติของแหล่งท่องเที่ยวโดยใช้แบบสำรวจรายการทรัพยากรทางการท่องเที่ยว สำรวจเส้นทางท่องเที่ยว ศึกษาศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวโดยการศึกษาพื้นที่และตรวจสอบรายการสิ่งอำนวยความสะดวก สร้างและพัฒนารูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างอัตลักษณ์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน เก็บรวบรวมข้อมูลจากประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ศึกษาจำนวน 390 คนโดยใช้แบบสอบถาม และจัดสนทนากลุ่มเพื่อประเมินรูปแบบการจัดการการท่องเที่ยว รวมทั้งหาข้อเสนอเชิงนโยบายในการจัดการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างอัตลักษณ์และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในจังหวัดสุพรรณบุรีจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวน 12 คน เก็บรวบรวมข้อมูลในเดือนมิถุนายน-ตุลาคม 2557 วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณที่ได้จากแบบสอบถามโดยการหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพจากสำรวจ การสนทนากลุ่มใช้และการวิเคราะห์เนื้อหาแล้วนำเสนอเป็นความเรียง พร้อมภาพประกอบ ผลจากการศึกษา สรุปได้ดังนี้ 1. ทรัพยากรทางการท่องเที่ยว พบว่า แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดสุพรรณบุรี ทั้ง 3 แห่งคือ วัดพระรูปและพระพุทธบาทไม้ วัดหน่อพุทธางกูร และหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย มีทรัพยากรทางการท่องเที่ยวที่หลากหลาย และมีที่ตั้งใกล้กับแหล่งทรัพยากรธรรมชาติสำคัญคือ แม่น้ำท่าจีนและคลองธรรมชาติ 2. เส้นทางท่องเที่ยว พบว่า เส้นทางท่องเที่ยวที่สำคัญได้แก่ 1) เส้นทางท่องเที่ยวหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย-วัดพระรูปฯ -วัดหน่อพุทธางกูร เป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางจากหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทยในตอนเช้า ใช้เวลาท่องเที่ยวประมาณครึ่งวัน แล้วเดินทางต่อไปยังวัดหน่อพุทธางกูรในตอนบ่าย ซึ่งวัดนี้อยู่ ณ จุดกึ่งกลางของเส้นทางท่องเที่ยว 9 วัด ใช้เวลาท่องเที่ยวนมัสการวัดหน่อพุทธางกูร หรือสามารถแวะไหว้พระวัดอื่น ๆ บนเส้นทางนั้น เช่น วัดพระศรีมหาธาตุ วัดแค วัดสารภี วัดพระลอย และวัดหน่อพุทธางกูร 2) เส้นทางท่องเที่ยววัดพระรูปและพระพุทธบาทไม้-วัดหน่อพุทธางกูร-ตลาดสามชุก เป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มเดินทางจากวัดวัดพระรูปและพระพุทธบาทไม้ แล้วเดินทางต่อไปยังวัดหน่อพุทธางกูร ซึ่งอยู่บนเส้นทางท่องเที่ยว 9 วัด ใช้เวลาท่องเที่ยวประมาณครึ่งวัน แล้วเดินทางต่อไปยังตลาดสามชุกหรือตลาดเก้าห้อง ใช้เวลาในการท่องเที่ยวอีกประมาณครึ่งวัน และ 3) เส้นทางดอนเจดีย์–ด่านช้าง เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่เริ่มจากพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ แล้วเดินทางไปเที่ยวชมธรรมชาติที่เขื่อนกระเสียว อุทยานแห่งชาติ พุเตย ดูป่าสนสองใบที่มีแห่งเดียวในภาคกลาง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินป่าศึกษาธรรมชาติ หรือ ปั่นจักรยานเสือภูเขาได้ 3. ศักยภาพของศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยว จากการตรวจสอบสิ่งอำนวยความสะดวกใน แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พบว่า แหล่งท่องเที่ยวทั้ง 3 แห่งมีความพร้อมทางด้านศักยภาพการท่องเที่ยว 4. รูปแบบการการจัดการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างอัตลักษณ์ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในจังหวัดสุพรรณบุรีที่พัฒนาขึ้นคือ “SUPANNIKA Model” ประกอบด้วยองค์ประกอบ 9 ด้านคือ 1) S: Sustainability (ความยั่งยืน) 2) U: Unilisation (การเกิดประโยชน์) 3) P: Participation (การมีส่วนร่วม) 4) A: Attendance (การเข้าร่วมกิจกรรม) 5) N: Nature of Life (ธรรมชาติการดำรงชีวิต) 6) N: Neatness (ความประณีตบรรจง) 7) I: Identity (อัตลักษณ์) 8) K: Knowledge (ความรู้) และ 9) A: Awareness (ความตระหนัก) ผลการประเมินความเหมาะสมจากผู้ทรงคุณวุฒิ ประชาชนและนักท่องเที่ยว พบว่า รูปแบบการการจัดการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างอัตลักษณ์และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในจังหวัดสุพรรณบุรีที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาสมในระดับมากที่สุด 5. ข้อเสนอเชิงนโยบายในการพัฒนารูปแบบการการจัดการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ มุ่งเน้นการเสริมสร้างอัตลักษณ์และการพัฒนาอย่างยั่งยืนของจังหวัดสุพรรณบุรีคือ 1) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับกระทรวงและระดับจังท่องเที่ยวควรเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดเป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้มากขึ้น เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก 2) ควรส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องศิลปวัฒนธรรมในแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นของตนให้กับประชาชนและเยาวชน 3) ควรให้ประชาชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวให้มีความชัดเจนมากขึ้น และ 4) ส่งเสริมสนับสนุนให้ชุมชนและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มุ่งเน้นการเสริมสร้าง อัตลักษณ์และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในจังหวัดสุพรรณบุรีให้เพิ่มมากขึ้น คำสำคัญ: การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม/ รูปแบบการจัดการ/ อัตลักษณ์และความยั่งยืน