กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบริบทเชิงเนื้อหาของกิจกรรมสาระบันเทิงของแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ 2) ศึกษาความต้องการของนักท่องเที่ยวต่อแอปพลิเคชันกิจกรรมสาระบันเทิงของแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์3) พัฒนาแอปพลิเคชันกิจกรรมสาระบันเทิงของแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และ 4) สร้างแนวทางการพัฒนาแอปพลิเคชันกิจกรรมสาระบันเทิงของแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์โดยพื้นที่ศึกษา คือ กลุ่มภาคกลางตอนบน สิงห์ทองชัยบุรี วิธีการวิจัยเป็นแบบผสมผสาน ประกอบด้วยวิธีวิจัยเชิงปริมาณเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามความต้องการของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวในพื้นที่ จำนวน 400 ชุด จากแบบสอบถามความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ทดลองใช้งานแอปพลิเคชั่น จำนวน 400 ชุด และแบบประเมินประสิทธิภาพของแอปพลิเคชั่นโดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 15 ชุด ส่วนวิธีวิจัยเชิงคุณภาพเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์แบบกึ่งมีโครงสร้างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ จำนวน 60 คนและการอภิปรายกลุ่มย่อยในการประเมินประสิทธิภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 15 คน วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและใช้สถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) บริบทเชิงเนื้อหาของกิจกรรมสาระบันเทิงของแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ได้แก่ ประวัติ ที่ตั้ง ตำนาน/ความเชื่อ ความสำคัญ/จุดเด่น สิ่งสำคัญภายใน ประเพณี/เทศกาล กิจกรรม และภาพประกอบ 2) ความต้องการของนักท่องเที่ยวต่อแอปพลิเคชันกิจกรรมสาระบันเทิงของแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์พบว่า มีความต้องการโดยภาพรวมมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.40 โดยเรียงลำดับจากมากที่สุดสามอันดับ ได้แก่ ด้านรูปแบบ ด้านข้อมูล และด้านการใช้งาน ตามลำดับ 3) การพัฒนาแอปพลิเคชันกิจกรรมสาระบันเทิงของแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ พบว่า ได้ใช้วงจรการพัฒนาระบบ (SDLC) โดยพัฒนาขึ้นในรูปแบบของโมบายแอปพลิเคชั่น ที่สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้ในโทรศัพท์มือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ผลการประเมินประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันจากผู้เชี่ยวชาญ พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยที่ 4.20 โดยข้อที่มีระดับประสิทธิภาพมากที่สุดคือ ใช้งานแอปพลิเคชันง่ายและไม่ซับซ้อนมีค่าเฉลี่ยที่ 4.40 และผลการประเมินความพึงพอใจต่อการใช้งานแอปพลิเคชัน พบว่า ความพึงพอใจรวมทุกข้ออยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.06 โดยข้อที่มีระดับความพึงพอใจมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ ระบบใช้งานแอปพลิเคชันง่ายและไม่ซับซ้อน ความเร็วในการเข้าถึงแอปพลิเคชัน และสะดวกในการใช้งานแอปพลิเคชัน และ 4) แนวทางการพัฒนาแอปพลิเคชันกิจกรรมสาระบันเทิงของแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เสนอว่าควรประยุกต์ใช้วงจรการพัฒนาระบบ (Software Development Life Cycle หรือ SDLC) 5 ขั้นตอน ได้แก่ การวิเคราะห์ระบบ การออกแบบระบบ การพัฒนาระบบ การทดสอบระบบ การประเมินผลและการนำไปใช้งานคำสำคัญ : แอปพลิเคชัน กิจกรรมสาระบันเทิง แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
-
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 9 — 9. actual project solution (s) proven in relevant environment
ได้แนวทางการพัฒนาแอพพลิเคชั่นกิจกรรมสาระบันเทิงของแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของกลุ่มจังหวัดสิงห์ทองชัยบุรี ที่นำเอาดิจิทัลมาเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวก่อให้เกิดการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน และใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นกิจกรรมสาระบันเทิงในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ของจังหวัดอื่นๆ ต่อไป
คณะวิทยาการจัดการได้มีการจัดโครงการสัมมนาเครือข่ายทางการวิจัย ด้านบทบาทนักวิจัยกับการพัฒนาวิสาหกิจ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวชุมชน ในวันที่ 21 มีนาคม 2561 โดยมีการเชิญตัวแทนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนรวมทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องในแผนงานวิจัยเชิงบูรณาการ เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดปัญหา เสนอแนวคิดในการพัฒนาและแก้ปัญหาร่วมกับคณะวิจัย โดยได้หัวข้อโครงการวิจัย คือ การเสนอแนวคิดในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ที่มีปัญหาจากกิจกรรมในแหล่งท่องเที่ยวมักมีรูปแบบเดิม ๆ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ และขาดกิจกรรมสาระบันเทิงที่น่าสนใจ ดังนั้นคณะวิจัยจึงได้จัดทำโครงการวิจัยนี้ขึ้นมาเพื่อหาแนวทางการพัฒนาแอพพลิเคชั่นกิจกรรมสาระบันเทิงของแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ โดยคาดการณ์ว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวได้ทำกิจกรรมท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ผ่านโทรศัพท์มือถือที่สร้างความรู้ประสบการณ์และความสนุกสนานในกิจกรรมสาระบันเทิงที่พกพาได้สะดวก ด้วยการมีส่วนร่วมจากชุมชนที่เป็นเจ้าของแหล่งท่องเที่ยว ก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งภาครัฐ ชุมชน ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ได้มีการประสานงานกับสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดชัยนาทและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานลพบุรี เพื่อดำเนินงานร่วมกัน โดยสนับสนุนงานด้านการประสานงานระหว่างกลุ่มจังหวัดทั้ง 4 จังหวัดและผู้ประกอบการภายในพื้นที่