การพัฒนาเครื่องมือสื่อสารการตลาดสื่อดิจิทัลของการท่องเที่ยวประวัติศาสตร์เชิง สาระบันเทิงของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน สิงห์ทองชัยบุรี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจความต้องการด้านเนื้อหาและการเปิดรับเครื่องมือสื่อสารการตลาดผ่านสื่อดิจิทัลของกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมาย 2) พัฒนาเครื่องมือสื่อสารการตลาดดิจิทัลการท่องเที่ยวประวัติศาสตร์เชิงสาระบันเทิงของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน สิงห์ทองชัยบุรี และ 3) ประเมินประสิทธิผลของเครื่องมือสื่อสารการตลาดผ่านสื่อดิจิทัล ใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา โดยมีกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ในกลุ่มจังหวัด สิงห์ทองชัยบุรี รวม 89 คน เข้าร่วมโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาเครื่องมือสื่อสารการตลาดผ่านสื่อดิจิทัล ขั้นการสำรวจความต้องการด้านเนื้อหาและการเปิดรับเครื่องมือสื่อสารการตลาดผ่านสื่อดิจิทัลของกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมาย ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างนักท่องเที่ยวที่มีประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัด สิงห์ทองชัยบุรี จำนวน 400 คน ขั้นการประเมินประสิทธิผลของเครื่องมือสื่อสารการตลาดผ่านสื่อดิจิทัลใช้แบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 8 คน ได้แก่ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญภาคเอกชน และ ตัวแทนจากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาของกลุ่มจังหวัด สิงห์ทองชัยบุรี และ ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างนักท่องเที่ยวที่มีประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัด สิงห์ทองชัยบุรี จำนวน 200 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา โดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ตลอดจนการวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงอนุมาน โดยการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัย คือ 1) การสำรวจความต้องการด้านเนื้อหาและการเปิดรับเครื่องมือสื่อสารการตลาดผ่านสื่อดิจิทัลของกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมาย พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความต้องการเนื้อหาเกี่ยวกับจุดชมวิวหรือถ่ายภาพในแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์มากที่สุด รองลงมา คือ เนื้อหาเกี่ยวกับการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์นั้น ๆ โดยรูปแบบการนำเสนอในลักษณะการรีวิวโดยนักท่องเที่ยวมีความต้องการมากที่สุด รองลงมา คือ การนำเสนอในรูปแบบวิดีโอแนะนำการท่องเที่ยว และ มีการเปิดรับเครื่องมือสื่อสารการตลาดผ่านสื่อดิจิทัล คือ โปรแกรมค้นหากูเกิลมากที่สุด รองลงมา คือ วิดีโอออนไลน์ 2) ขั้นการพัฒนาเครื่องมือสื่อสารการตลาดผ่านสื่อดิจิทัล พบว่า ผู้เข้าอบรมทั้ง 4 จังหวัดประเมินว่ามีความรู้และความเข้าใจเพิ่มขึ้นภายหลังการอบรมในระดับมาก และ มากที่สุด โดยได้พัฒนาการตลาดผ่านวิดีโอหรือวิดีโอออนไลน์ ชุดการท่องเที่ยวตามรอยประวัติศาสตร์เสด็จประพาสต้นในหลวงรัชกาลที่ 5 เส้นทาง สิงห์ทองชัยบุรี ด้วยรูปแบบการเล่าเรื่องเชิงสาระบันเทิงผ่านการรีวิวการท่องเที่ยวผสมผสานการให้ข้อมูลความรู้ทางประวัติศาสตร์จากผู้รู้ในแต่ละพื้นที่เป็นเครื่องมือต้นแบบ รวมทั้งมีการเผยแพร่ผ่านช่องทางช่องทางเพจเฟซบุ๊ก เว็บไซต์ และ ช่องยูทูป 3) การประเมินประสิทธิผลของเครื่องมือสื่อสารการตลาดผ่านสื่อดิจิทัลครั้งที่ 1 พบว่า ในภาพรวมด้านเนื้อหา ความถูกต้อง เทคนิค วิธีการเล่าเรื่องและช่องทางการสื่อสารของวิดีโอออนไลน์มีความเหมาะสมสำหรับกลุ่มเป้าหมาย ส่วนการประเมินประสิทธิผลครั้งที่ 2 พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อเนื้อหาและช่องทางการเผยแพร่เครื่องมือสื่อสารการตลาดผ่านสื่อดิจิทัลภาพรวมในระดับมากที่สุด โดยเนื้อหาและรูปแบบการนำเสนอวิดีโอออนไลน์ที่สามารถให้ความรู้และความบันเทิงควบคู่กัน และ ช่องทางยูทูปสิงห์ทองชัยบุรี มีระดับความพึงพอใจมากที่สุด ส่วนการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความพึงพอใจต่อเครื่องมือสื่อสารการตลาดผ่านสื่อดิจิทัลกับเส้นทางผู้บริโภค พบว่า มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .01) ในระดับค่อนข้างสูงทุกตัวแปร โดยขั้นการรู้จักและจดจำ มีความสัมพันธ์กับความพึงพอใจต่อเครื่องมือสื่อสารการตลาดผ่านสื่อดิจิทัลมากที่สุด