การวิจัยและพัฒนาระบบการคัดกรองและนวัตกรรมการปรับความคิดและเปลี่ยนพฤติกรรมการเป็นหนี้ของข้าราชการครู
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
คนไทยมีแนวโน้มเป็นหนี้เร็วขึ้น เป็นหนี้มากขึ้น เป็นหนี้นานขึ้น แม้คนส่วนใหญ่รับรู้ว่า วินัยทางการเงินเป็นสาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินแต่ก็ยังมีพฤติกรรมการใช้จ่ายที่ขาดวินัยทางการเงินจนนำไปสู่ปัญหาหนี้สิน การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ ประการแรกเพื่อพัฒนาโปรแกรมความฉลาดรู้ทางการเงินร่วมกับการสะกิดพฤติกรรมเพื่อลดภาวะเสี่ยงการเป็นหนี้วิกฤต ออกแบบโปรแกรมบนฐานคิดการปรับพฤติกรรมทางปัญญาและหลักการสะกิดพฤติกรรม กลุ่มตัวอย่างคือ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 20 คน ใช้การเลือกแบบเจาะจง ประการที่สองเพื่อพัฒนาเครื่องมือคัดกรองสภาวะเสี่ยงการเป็นหนี้ กลุ่มตัวอย่างคือ ข้าราชการครู จำนวน 200 คน สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน ผลการวิจัยประการแรกพบว่า กระบวนการพัฒนาโปรแกรมฯ เพื่อลดภาวะเสี่ยงการเป็นหนี้วิกฤตประกอบด้วยหลายขั้นตอน เริ่มจากการสังเคราะห์การวิจัยอย่างเป็นระบบเพื่อให้ได้เทคนิควิธีการและตัวแปรเป้าหมายของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเป็นหนี้ซึ่งเทคนิควิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเป็นหนี้ที่สำคัญคือ การสะกิดพฤติกรรม ส่วนตัวแปรเป้าหมายของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเป็นหนี้คือ ความฉลาดรู้ทางการเงิน สำหรับข้อค้นพบเกี่ยวกับการพัฒนาเครื่องมือคัดกรองสภาวะเสี่ยงการเป็นหนี้ชี้ให้เห็นว่า รูปแบบการดำเนินชีวิต การควบคุมตนเองทางการเงิน ความฉลาดรู้ทางการเงิน การวางแผนการใช้จ่าย และความสามารถในการชำระหนี้เป็นตัวบ่งชี้การเกิดสภาวะเสี่ยงต่อการเป็นหนี้วิกฤต ผลผลิตของการวิจัยนี้ทำให้ได้โปรแกรมความฉลาดรู้ทางการเงินร่วมกับการสะกิดพฤติกรรมและเครื่องมือคัดกรองสภาวะเสี่ยงการเป็นหนี้ที่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกอาชีพเพื่อส่งเสริมการรู้เท่าทันการเป็นหนี้และควบคุมการสร้างหนี้