กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ด้านคือ 1) ศึกษาความยากจนโดยวัดจากรายได้และค่าใช้จ่ายของเกษตรกรชาวนาเปรียบเทียบกับเส้นความยากจน (Poverty Line) ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (2559) 2) ศึกษาพฤติกรรรมทางการเงินบนพื้นฐานทษฎีขั้นตอนการเปลี่ยนเปรงพฤติกรรม (Transtheoretical Model: TTM sinv Stage of Chang Model) ของ Prochaska & DiClemente (1983) และ 3) ศึกษาความแตกต่างค่าเฉลี่ยระดับคะแนนพฤติกรรมทางการเงินจำแนกตามข้อมูลทางการเงิน การวิจัยนี้ทำการศึกษาเกษตรกรชาวนา จังหวัดปทุมธานี การกำหนดขนาดตัวอย่างโดยใช้สูตร Taro Yamane ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 ได้จำนวนตัวอย่างเท่ากับ 380 ตัวอย่าง การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบหลายชั้น (multi stage sampling) แบ่งตามอำเภอและตำบล ในแต่ละตำบลเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบง่าย (simple random sampling) การวิเคราะห์แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1) วิเคราะห์ความยากจนและพฤติกรรมทางการเงิน ใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ 2) วิเคราะห์เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยโดยใช้สถิติ Independent Sample T-Test ผลการศึกษาพบว่า เกษตรกรชาวนาไม่อยู่ในฐานะยากจนส่วนใหญ่มีไม่เงินออม และไม่มีการลงทุน เกษตรกรชาวนามีพฤติกรรมทางการเงินที่ไม่เหมาะสม และนอกจากนั้นยังพบว่า เกษตรกรกลุ่มที่มีเงินออมและมีการลงทุนมีพฤติกรรมทางการเงินแตกต่างกับเกษตรกรกลุ่มที่ไม่มีเงินออมและไม่มีการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 5