การผลิตโอลิโกเปปไทด์ที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพจากกากงาดำหมักชีวภาพ สำหรับใช้เป็นสารประกอบมูลค่าสูงในผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนัก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
กากงาดำ เป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้มูลค่าต่ำที่เหลือจากการสกัดน้ำมันงาด้วยวิธีสกัดเย็น แต่เนื่องจากกากงาดำยังมีโปรตีนเหลือในปริมาณสูง โดยเฉพาะกรดอะมิโนจำเป็นที่ไม่ค่อยพบในพืชชนิดอื่น ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย การศึกษาวิจัยโครงการนี้จะศึกษากระบวนการผลิตโอลิโกเปปไทด์ที่เหมาะสม โดยใช้เทคโนโลยีเชื้อบริสุทธิ์ และเทคโนโลยีเอนไซม์โดยเปรียบเทียบชนิดของเชื้อจุลินทรีย์ 3 ชนิด คือ Bacillus subtilis, Rhizopus Oligosporus และ Aspergillus Oryzae เทียบกับการใช้เอนไซม์ทางการค้า 2 ชนิด คือ Alcalase และ Flavozyme ผลผลิตโอลิโกเปปไทด์จะถูกนำมาแยกเป็น 3 ส่วน คือ >10, 3-10 และ 10 kDa : 3-10 kDa : <3 kDa อยู่ที่ร้อยละ 85 : 14 :1 เมื่อทำการทดสอบบคุณสมบัติทางชีวภาพของโอลิโกเปปไทด์ขนาดต่างๆ พบว่า โอลิโกเปปไทด์ขนาด <3 kDa แสดงฤทธิ์ต้านทานอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ลดความดันโลหิต ฤทธิ์ต้านเบาหวาน ได้ดีกว่าโอลิโกเปปไทด์ขนาดอื่นๆ ทั้งนี้เมื่อนำโอลิโกเปปไทด์ไปวิเคราะห์ลำดับของกรดอะมิโนและชนิดของโปรตีน ด้วยเทคนิค LC-MS/MS พบว่า โอลิโกเปปไทด์ส่วนใหญ่ มาจาก 11S globulin seed storage protein และ Peroxygenase อย่างไรก็ตาม ไม่พบว่า โอลิโกเปปไทด์ทั้งสามขนาดมีฤทธิ์ยับยั้ง ?-amylase และ ?-glucosidase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เกี่ยวกับการย่อยแป้ง และไม่พบว่ามีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งตับชนิด HepG2, เซลล์ไตจากตัวอ่อนมนุษย์ ชนิด Hex293 และเซลล์มะเร็งปอดของมนุษย์แบบเซลล์ไม่เล็ก ชนิด A549 งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงฤทธิ์ทางชีวภาพจากเปปไทด์ที่มีอยู่ในกากงาดำหลังสกัดเย็น ซึ่งสามารถใช้ในการพัฒนาส่วนประกอบฟังก์ชันที่ประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารเสริมได้ในอนาคต