ผลของอนุภาคนาโนไขแข็งบรรจุโทโคฟีรอลจากธรรมชาติต่อการเจริญเติบโตและการตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกันในปลานิล
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อนุภาคนาโนไขแข็งที่บรรจุโทโคฟีรอลธรรมชาติ การวิจัยได้เริ่มต้นโดยการรวบรวมโทโคฟีรอลธรรมชาติ จาก 2 แหล่งหลัก คือน้ำมันงาและวิตามินอี สำหรับน้ำมันงาในประเทศไทยพบว่ามี 3 ชนิด ตามวิธีสกัดที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงต้องทำการทดลองเพื่อหาสารออกฤทธิ์และฤทธิ์ต้านออกซิเดชันของน้ำมันงาทั้ง 3 ชนิด เพื่อคัดเลือกน้ำมันงาชนิดที่ดีที่สุด ผลการทดลองพบว่าน้ำมันงาดิบสกัดโดยวิธีสกัดเย็นเป็นน้ำมันงาชนิดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับใช้ในการทดลองในขั้นตอนต่อไปตลอดทั้งโครงการ จากการศึกษาโดยใช้โครมาโตกราฟฟีความดันสูงพบว่า น้ำมันงามีองค์ประกอบสำคัญ 3 ชนิด ได้แก่ เซซามิน เซซาโมริน และโทโคฟีรอล ในขณะที่วิตามินอีมีองค์ประกอบหลักเพียงโทโคฟีรอล เท่านั้น พบว่าน้ำมันงาและวิตามินอีไม่ละลายน้ำ แต่ละลายได้ในตัวทำละลายขั้วปานกลางและไม่มีขั้ว เช่น ไอโสโพรพิลไมริสเตต, เมทานอล, เอทานอล และเฮกเซน ส่วนไขและสารลดแรงตึงผิว พบว่าน้ำมันงาและวิตามินอีเข้ากันได้ดีกับสารเหล่านี้ เปรียบเทียบระหว่างพาราฟินขาวอ่อน และเซทิลแอลกอฮอล์ พบว่าเซทิลแอลกอฮอล์เป็นสารที่เหมาะสมกว่าในการนำมาเตรียมอนุภาคนาโนไขแข็งของน้ำมันงาและวิตามินอี อย่างไรก็ตามพบว่าเซทิลแอลกอฮอล์มีพิษสูงต่อปลา และในบรรดาไข 4 ชนิดคือ พาราฟินขาวอ่อน ไขผึ้งขาว ไขส้ม และเนยมะม่วง พบว่าไขส้มเป็นไขที่เหมาะสมที่สุดในการนำมาใช้แทนเซทิลแอลกอฮอล์ ยิ่งไปกว่านั้นยังพบว่าไขส้มแสดงความเป็นพิษต่อปลาต่ำมาก สัดส่วนระหว่างน้ำมันงาหรือวิตามินอีต่อไขแข็ง ค่าเฮชแอลบีและปริมาณของสารลดแรงตึงผิวเป็นปัจจัยสำคัญต่อการได้ผลิตภัณฑ์อนุภาคนาโนไขแข็งที่เหมาะสม พบว่าสูตรที่ประกอบด้วยสารลดแรงตึงผิว 2% ที่มีส่วนผสมของทวีน 80 และสแปน 80 ในสัดส่วนที่ได้ค่าเอชแอลบีเท่ากับ 10 และมีสัดส่วนระหว่างน้ำมันงาหรือวิตามินอีต่อไขแข็ง 1:1 จะให้ผลิตภัณฑ์อนุภาคนาโนไขแข็งของน้ำมันงาและวิตามินอีที่เหมาะสมที่สุด การศึกษาด้านความคงตัวพบว่าผลิตภัณฑ์อนุภาคนาโนไขแข็งของน้ำมันงาและวิตามินอีที่พัฒนาได้ ควรเก็บไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิเย็นคงที่เพื่อจะได้มีความคงตัวยาวนานขึ้น