กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาน้ำมันกานพลูรูปแบบไมโครอิมัลชัน และนาโนอิมัลชัน โดยศึกษาอิทธิพลของสารลดแรงตึงผิวและสารลดแรงตึงผิวร่วมด้วยวิธีการสร้างเฟสไดอะแกรมไตรภาคเทียมโดยวิธีการไทเทรต จากนั้นนำไปทดสอบระยะเวลาการสลบและระยะเวลาการฟื้นสลบในปลาคาร์พ ปลาทอง ปลาม้าลาย ปลานิล และปลาดุก โดยแบ่งกลุ่มปลาทดลองออกเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มที่ 1 ได้รับน้ำมันกานพลูที่ทำละลายด้วยเอทานอลบริสุทธิ์ กลุ่มที่ 2 ได้รับน้ำมันกานพลูในรูปแบบไมโครอิมัลชัน และกลุ่มที่ 3 ได้รับน้ำมันกานพลูในรูปแบบนาโนอิมัลชัน ผลการศึกษาพบว่าน้ำมันกานพลูรูปแบบไมโครอิมัลชันที่เหมาะสมคือ สูตรที่ 1 ประกอบด้วยน้ำมันกานพลู ทวีน 20และเอทานอลบริสุทธิ์ในอัตราส่วน 2:1 (ขนาดอนุภาคเฉลี่ยคือ 11.61?0.06 นาโนเมตร) สูตรที่ 2 ประกอบด้วยน้ำมันกานพลู ทวีน 20และไอโซโพรพานอลในอัตราส่วน 2:1 (ขนาดอนุภาคเฉลี่ยคือ 19.35?0.02 นาโนเมตร) ส่วนน้ำมันกานพลูรูปแบบนาโนอิมัลชันที่เหมาะสมคือ สูตรที่ 1 ประกอบด้วยน้ำมันกานพลู 5% ของทวีน 20 และน้ำกลั่น (ขนาดอนุภาคเฉลี่ยคือ 128.97?13.03 นาโนเมตร) สูตรที่ 2 ประกอบด้วยน้ำมันกานพลู ทวีน 10% ของทวีน 20 และน้ำกลั่น (ขนาดอนุภาคเฉลี่ยคือ 175.70?18.98นาโนเมตร) ส่วนระยะเวลาเหนี่ยวนำการสลบเฉลี่ยพบว่าน้ำมันกานพลูรูปแบบไมโครอิมัลชัน และน้ำมันกานพลูรูปแบบนาโนอิมัลชันมีสั้นกว่ากลุ่มที่ได้รับน้ำมันกานพลูที่ทำละลายด้วยเอทานอลบริสุทธิ์ (p<0.05) นอกจากนี้ยังพบว่าในกลุ่มที่ได้รับสาร MS-222 มีระดับฮอร์โมนคลอติซอลและระดับกลูโคสในเลือดสูงกว่ากลุ่มที่ที่ถูกทำสลบด้วยน้ำมันกานพลู น้ำมันกานพลูรูปแบบไมโครอิมัลชันและน้ำมันกานพลูรูปแบบนาโนอิมัลชัน (p<0.05) อย่างไรก็ตามไม่พบความแตกต่างทางสถิติของจำนวนเม็ดเลือดขาวและระดับแลคเตทในเลือด สรุปได้ว่าไมโครอิมัลชันและนาโนอิมัลชันของน้ำมันกานพลูที่ได้มีประสิทธิภาพ ทำให้ระยะเวลาเหนี่ยวนำการสลบน้อยลงกว่าน้ำมันกานพลูและช่วยลดระดับฮอร์โมนคลอติซอลในเลือดและระดับกลูโคสในเลือด