การคัดเบื้องแรกเพื่อทดสอบคุณสมบัติต้านความอ้วนจากสมุนไพรไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ยาลดความอ้วนที่เป็นสารเคมีบริสุทธิ์และมีจำหน่ายในร้ายขายยาแผนปัจจุบันมักจะแสดงผลข้างเคียงที่รุนแรง ดังนั้นจึงมีความต้องการใช้ยาจากการแพทย์ทางเลือกที่มีผลข้างเคียงน้อยที่สุดซึ่งรวมถึงการแพทย์พื้นบ้านและการรักษาด้วยสมุนไพร ในการค้นหาสมุนไพรที่มีฤทธิต่อความอ้วนอาจต้องตรวจสอบพืชจำนวนมากชนิดซึ่งจะต้องผ่านกระบวนการคัดกรองเบื้องต้นที่เหมาะสม งานวิจัยนี้มีเป้าหมายในการจัดตั้งกระบวนการทางห้องปฏิบัติการเพื่อคัดกรองสมุนไพรเป้าหมายซึ่งมีฤทธิ์ดี และมีการประเมินผลการต่อต้านโรคอ้วนอีกด้วย ลำดับแรกเป็นกระบวนการทดสอบโดยใช้ปฏิกิริยาการยับยั้งเอนไซม์ไลเปสจากตับอ่อนของสุกร (PPL) ในระดับหลอดทดลองซึ่งได้ให้ผลเป็นที่น่าพอใจ โดยทดสอบกับกลุ่มของสารสกัดจากสมุนไพรจำนวนหนึ่ง ส่วนการคัดกรองในระดับเซลล์ทำโดยใช้เซลล์ของหนูถีบจักร 2 เชื้อสาย ได้แก่ L929 ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีความไวต่อการกระตุ้นของอินซูลินจึงไม่ต้องมีการชักนำให้เป็นเซลล์ไขมัน และใช้การตรวจสอบภายใต้กระบวนการวิเคราะห์ด้วยภาพถ่าย อีกเซลล์เชื้อสายคือ 3T3-L1 ซึ่งมีความไวน้อยกว่า จึงต้องการการชักนำโดยใช้อินซูลิน และใช้กระบวนการวิเคราะห์ด้วยสเป็คโตรโฟโตมิเตอร์ ผลเป็นที่น่าสังเกตว่า L929 ซึ่งใช้เพื่อหลีกเลี่ยงปฏิกิริยาอันไม่พึงประสงค์ระหว่างกันของสารออกฤทธิ์จากสมุนไพรที่อาจจะมีต่ออินซูลิน ในขณะที่ 3T3-L1 แสดงถึงความสามารถมากกว่าในการสะสมเม็ดไขมันในไซโตพลาสซึมของเซลล์และจึงสามารถตรวจวัดเชิงปริมาณได้ชัดเจนกว่า สำหรับกระบวนการคัดกรองใน แบบจำลองระดับสิ่งมีชีวิตใช้หนอนตัวกลมชนิด Caenorhabditis elegans ซึ่งพบว่าใช้ในการทดสอบสารสกัดสมุนไพรได้อย่างต่อเนื่องดี แต่ติดขัดในกระบวนการประเมินผลการสะสมไขมันในร่างกายด้วยกระบวนการย้อมสี ซูดานแบล็ค บี และสีออยล์เร็ด โอ และส่องดูใต้กล้องจุลทรรศน์ ในงานวิจัยนี้ได้ทำการทดสอบสารสกัดจำนวน 63 ชนิดจากสมุนไพรไทยและจีน 34 สปีชียส์และเปรียบเทียบกับสารบริสุทธิ์ 2 ชนิด คือ ออร์ลิสเตท และเอล-คาร์นิทีน ซึ่งใช้เป็นส่วนผสมออกฤทธิ์สำคัญในยาแผนปัจจุบันหลายขนาน สารสกัดหลายชนิดแสดงการลดการแสดงออกของยีน PPAR? ซึ่งเป็นยีนสำคัญที่ควบคุมการสะสมไขมันของเซลล์ ซึ่งจะไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มยีนอีก 4 กลุ่มซึ่งยีนบางตัวได้มีการประเมินการแสดงออกในระดับเซลล์ในงานวิจัยนี้ด้วย ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มยีนความคุมการเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ไขมัน กลุ่มยีนควบคุมการนำกลูโคสเข้าสู่เซลล์ กลุ่มยีนควบคุมเมแทบอลิซึมของไขมัน และกลุ่มยีนควบคุมออกซิเดชันของกรดไขมัน ผลจากการวิจัยนี้เป็นการแสดงให้เห็นความมีประสิทธิภาพของวิธีการคัดกรองการออกฤทธิ์ในระดับหลอดทดลองและในระดับเซลล์ แต่ในแบบจำลองระดับสิ่งมีชีวิตยังจะต้องมีการใช้เทคนิคที่ก้าวหน้าขึ้นต่อไป