ครอบครัวข้ามชาติและการปรับตัวของชุมชนอีสาน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ การแต่งงานข้ามชาติระหว่างผู้หญิงอีสานกับสามีชาวต่างชาติอย่างกว้างขวางในสังคมอีสานจากอดีตถึงปัจจุบันส่งผลกระทบชุมชนและระบบครอบครัวในสังคมอีสานหลายด้าน ได้แก่ วิถีชีวิตความเป็นอยู่เศรษฐกิจครอบครัวและชุมชนโดยรอบ สุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุ แรงงานและการย้ายถิ่น ภาษาและวัฒนธรรมท้องถิ่น รวมถึงด้านการปกครองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย ผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมเหล่านี้ประเทศไทยจึงต้องการองค์ความรู้และการวิจัยแบบบูรณาการที่เป็นปัจจุบันเกี่ยวกับครอบครัวข้ามชาติในชุมชนอีสาน ดังนั้นชุดโครงการวิจัย “ครอบครัวข้ามชาติและการปรับตัวของชุมชนอีสาน” (Trans-National Families and Adaptive Isan Community) จึงเป็นชุดวิจัยที่มุ่งสร้าง องค์ความรู้แบบองค์รวม กอปรกับสร้างผลงานวิจัยที่สามารถนำไปสู่การสร้างฐานข้อมูลการเฝ้าระวังปัญหาการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาสังคมอีสานภายใต้บริบทความหลากหลายของครอบครัวข้ามชาติในปัจจุบันและอนาคต ชุดโครงการนี้ประกอบด้วยโครงการวิจัยย่อย 5 โครงการ โดยการบูรณาการสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ได้แก่ (1) คลังสถิติข้อมูลครอบครัวข้ามชาติในภาคอีสาน (2) เศรษฐกิจครัวเรือนและชุมชนที่มีการอยู่อาศัยของครอบครัวข้ามชาติ (3) สังคมสูงวัยและการดูแลในบริบทครอบครัวและชุมชนข้ามชาติ (4) ระบบการใช้บริการสุขภาพและการบริโภคด้านสุขภาพในครอบครัวข้ามชาติ และ (5) ภาษาและวัฒนธรรมเพื่อการปรับตัวในบริบทครอบครัวและชุมชนข้ามชาติ มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมและสังเคราะห์สถิติมหภาคของครอบครัวข้ามชาติในภาคอีสานและรายงานข้อมูลปัจจุบันต่อรัฐบาล สร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาการปรับตัวของสมาชิกในครอบครัวและชุมชนด้านภาษาวัฒนธรรมและผลกระทบต่อชุมชนด้านเศรษฐกิจสุขภาพและผู้สูงอายุในชุมชนอีสาน ทั้งในมิติในประเทศไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมุ่งพัฒนานวัตกรรมจากงานวิจัยเพื่อเผยแพร่ให้เกิดความรู้ความเข้าใจการแก้ไขปัญหาอันสืบเนื่องจากความแตกต่าง ด้านค่านิยมสังคมและวัฒนธรรมของครอบครัวข้ามชาติเพื่อสร้างสังคมอีสานให้เป็นสังคมแบบปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ชุดโครงการวิจัยนี้ยังมุ่งที่จะนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายด้านครอบครัวข้ามชาติและการปรับตัวของชุมชนอีสาน ต่อหน่วยงานภาครัฐทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศอย่างเป็นพลวัต การใช้ชีวิตในถิ่นบ้านเกิดของภรรยาซึ่งมีบริบททางวัฒนธรรม ภาษา สภาพทางสังคมและเศรษฐกิจ และกฎระเบียบต่างๆ แตกต่างจากสังคมตะวันตก ทำให้ครอบครัวข้ามชาติต้องมีการเรียนรู้และปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมของชุมชนอีสาน ซึ่งเป็นกระบวนการการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นตลอดชีวิตในขณะเดียวกันการปรากฏตัวของครอบครัวเหล่านี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อชุมชนและระบบครอบครัวในสังคมอีสานปัจจุบันหลายด้านเช่นกัน อาทิ ด้านชีวิตความเป็นอยู่ ด้านเศรษฐกิจครอบครัว-ชุมชน วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ด้านสุขภาพและผู้สูงวัย ด้านแรงงานและการย้ายถิ่น ด้านการศึกษาและภาษา การปกครองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมทั้งการเผยแพร่วัฒนธรรมและภาพลักษณ์ของประเทศไทย ดังนั้น แผนงานวิจัยนี้จึงให้ความสำคัญ กับการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ ผลกระทบด้านต่างๆ ที่กล่าวแล้วเพื่อนำไปสู่การพัฒนาและเผยแพร่ข้อเสนอต่อแนวทางปฏิบัติที่เอื้อให้ครอบครัวข้ามชาติและชุมชนที่มีครอบครัวเหล่านี้อาศัยอยู่สามารถปรับตัวและอยู่ร่วมกันได้ รวมทั้งสร้างข้อเสนอในเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวข้ามชาติที่นับวันจะเพิ่มจำนวนขึ้น โดยผลการศึกษาที่สำคัญพบว่า โครงการย่อยที่ 1 คลังสถิติข้อมูลครอบครัวข้ามชาติในภาคอีสาน ผลการรวบรวมข้อมูลสถิติทุติยภูมิพบว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2553 - 2563 ในอำเภอเมืองจะมีสัดส่วนของคู่สมรสข้ามชาติมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับอำเภออื่น ๆ เช่น ในอำเภอเมืองขอนแก่น โดยเฉลี่ยปีละประมาณ 79 คู่ และในอำเภอเมืองอุดรธานี โดยเฉลี่ยมีปีละประมาณ 90 คู่ ส่วนใหญ่เป็นการจดทะเบียนระหว่างผู้หญิงไทยกับชายต่างชาติจากประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ โดยสัญชาติของคู่สมรสสามลำดับแรกได้แก่ (1) อังกฤษ จำนวน 452 คน (2) อเมริกัน จำนวน 273 คน (3) ออสเตรเลีย จำนวน 228 คน การศึกษาเชิงสำรวจพบว่าผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นหญิง ร้อยละ 98.5 ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 41-50 ปี คิดเป็นร้อยละ 43.9 โดยส่วนใหญ่จบการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรีร้อยละ 42.7 อยู่ในประเทศไทยน้อยกว่า 1 เดือนต่อปี คิดเป็นร้อยละ 45.5 รายได้ต่อปีของผู้ให้ข้อมูลต่ำกว่า 500,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 56.6 เคยแต่งงานหรืออยู่กินกับผู้อื่นมาก่อน คิดเป็นร้อยละ 55.3 ในจำนวนนี้มีลูกติดจากความสัมพันธ์ในอดีต คิดเป็นร้อยละ 62.5 การอยู่อาศัยในประเทศไทยส่วนใหญ่ระบุว่าอยู่อาศัย บ้านเดี่ยว คิดเป็นร้อยละ 72.0 โดยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ร้อยละ 46.3 ในด้านรายได้ต่อปีคำนวณเฉพาะที่เปิดเผยพบว่าคู่รักชาวต่างชาติที่มีรายได้มากกว่า 2,000,000 บาทต่อปี คิดเป็นร้อยละ 22.7 โดยทั้งหมดอาศัยและทำงานอยู่ในต่างประเทศมากกว่าประเทศไทย โครงการย่อยที่ 2 เศรษฐกิจครัวเรือนและชุมชนที่มีการอยู่อาศัยของครอบครัวข้ามชาติ ผลการศึกษาพบว่า ครอบครัวข้ามชาติมีลักษณะการอยู่อาศัยของสมาชิกในสามลักษณะ คือ การอยู่ร่วมกันในประเทศไทยของคู่สมรสชาวไทยและชาวต่างชาติ ภรรยาชาวไทยอยู่อาศัยเพียงลำพังในประเทศไทย และการย้ายถิ่นไปอยู่ร่วมกันในประเทศปลายทางของหญิงไทยที่แต่งงานกับชายชาวต่างชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นแบบแผนความสัมพันธ์ในครอบครัวของคู่แต่งงานข้ามชาติในสองรูปแบบ คือ ความสัมพันธ์ในครอบครัวของคู่แต่งงานข้ามวัฒนธรรมที่อาศัยอยู่ต่างพื้นที่ และความสัมพันธ์ในครอบครัวของคู่แต่งงานข้ามวัฒนธรรมที่อาศัยอยู่ด้วยกัน โดยทั้งสองกลุ่มล้วนแต่มีการสนับสนุนหรือให้การช่วยเหลือครอบครัวในประเทศต้นทางของฝ่ายหญิงในหลายลักษณะ เกิดการขยายตัวของทุนในรูปแบบต่างๆ ทั้งที่อยู่ในรูปของเงิน ที่ดิน และทรัพย์สินต่างๆ อาทิ รถ บ้าน ที่ดิน กิจการร้านอาหาร เป็นต้น ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมของหญิงไทยและครอบครัวเป็นอย่างมาก สถานะทางเศรษฐกิจครัวเรือนและชุมชนที่มีการอยู่อาศัยของครอบครัวข้ามชาติ พบว่า ในภาพรวมครอบครัวในชุมชนส่วนใหญ่มีรายได้เฉลี่ยต่อปี 100,001 - 500,000 บาท ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน ทั้งยังพบว่าครัวเรือนในชุมชนที่มีการอยู่อาศัยของครอบครัวข้ามชาติมีส่วนร่วมในการจัดการทุนและทรัพยากรของชุมชนในระดับปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 47.00 โดยมีส่วนร่วมในการจัดการทุนวัฒนธรรมมากที่สุด โครงการย่อยที่ 3 สังคมสูงวัย และการดูแลในบริบทครอบครัวและชุมชนข้ามชาติ ผลการศึกษาพบว่าความรับผิดชอบต่องานดูแลไม่ได้ทำให้ผู้หญิงตกอยู่ในสถานะที่เป็นรองเสมอไป ในบางบริบทหน้าที่ของการเป็นผู้ดูแลเอื้อให้ผู้หญิงสามารถจัดการและต่อรองการแบ่งงานและการจัดการทรัพยากรของครัวเรือน รวมทั้งสร้างผลกระทบต่อกิจกรรมของสามีในปริมณฑลสาธารณะ แรงจูงใจและการใช้ชีวิตในครอบครัวข้ามชาติเชื่อมโยงกับการให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมตะวันตก วัฒนธรรมท้องถิ่น และการโหยหาชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติที่ไม่สามารถหาได้ในสังคมตะวันตก ความหลากหลายของการใช้ชีวิตและการจัดการงานดูแลสัมพันธ์กับมิติเพศภาวะ เชื้อชาติ และชนชั้น รวมทั้งเงื่อนไขทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ สังคม และคุณลักษณะระดับปัจเจกของผู้ที่อยู่ภายใต้ความสัมพันธ์นี้ โครงการย่อยที่ 4 ระบบการใช้บริการสุขภาพและการบริโภคด้านสุขภาพในครอบครัวข้ามชาติผลการศึกษาพบว่า การใช้บริการสุขภาพของครอบครัวข้ามชาติ มักเป็นการเลือกใช้บริการจากสถานรักษาพยาบาลของเอกชนเป็นส่วนใหญ่ โดยมีเงื่อนไขสำคัญในการตัดสินใจเลือกใช้บริการสุขภาพอยู่สองส่วนสำคัญ ได้แก่ (1) เงื่อนไขภายใน ได้แก่ ประสบการณ์ส่วนตัวของคนภายในครอบครัวโดยเฉพาะชาวต่างชาติ เงื่อนไขทางเศรษฐกิจภายในครอบครัว การประเมินความเจ็บป่วยเบื้องต้น ความพึงพอใจต่อบริการที่ได้รับในกรณีที่เคยเข้ารับบริการมาก่อน และความคิด ความเชื่อของคนภายในครอบครัวอันเกี่ยวเนื่องกับการรักษาพยาบาล และ (2) เงื่อนไขภายนอก ได้แก่ คำแนะนำหรือคำบอกเล่าของบุคคลแวดล้อมโดยเฉพาะกลุ่มของเพื่อนและญาติที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ การประชาสัมพันธ์ของสถานรักษาพยาบาลผ่านสื่อ รวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลของสถานพยาบาลที่มีความชัดเจนในรายละเอียดอันจะนำไปสู่ความเชื่อมั่นของผู้รับบริการ นอกจากนี้ภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลยังเป็นเงื่อนไขสำคัญในการตัดสินใจของครอบครัวข้ามชาติที่มีศักยภาพในการจ่ายค่ารักษาพยาบาล โครงการย่อยที่ 5 ภาษาและวัฒนธรรมเพื่อการปรับตัวของครอบครัวและชุมชนข้ามชาติ ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าครอบครัวข้ามชาติเลือกใช้ภาษาอังกฤษและภาษาของสามีเป็นภาษากลางในการสื่อสารกับครอบครัวและชุมชน ปัญหาของการสื่อสารต่างวัฒนธรรมระหว่างคู่สมรสที่สำคัญ คือ ทักษะภาษา ความตระหนักรู้ถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรม ทั้งสองประเด็นนี้สัมพันธ์กับการเลือกตั้งถิ่นฐาน พื้นที่อาศัย รูปแบบวิถีชีวิตของครอบครัวข้ามชาติ และการเงิน ส่วนประเด็นทางภาษาศาสตร์พบว่าครอบครัวข้ามชาติมีรูปแบบการสื่อสารเฉพาะแตกต่างจากครอบครัวอีสาน ได้แก่ การมีทักษะทางภาษาภาวะหลายภาษา การเป็นผู้พูดหลายภาษา การสลับและการปนภาษา การเลือกใช้ภาษาและอวัจนภาษา จนกลายเป็นอัตลักษณ์ภาษาของครอบครัวข้ามชาติในบริบทสังคมวัฒนธรรมอีสาน สามีชาวต่างชาติไม่มีทักษะภาษาไทยเพียงพอที่จะสื่อสารด้วยตนเองในชีวิตประจำวัน ภรรยาชาวอีสานจะทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสื่อสารระหว่างครอบครัวกับญาติชาวไทยและกับชุมชนแวดล้อม และยังขาดข้อมูลความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันในประเด็นสำคัญของการอยู่อาศัยในสังคมวัฒนธรรมอีสานหรือวัฒนธรรมไทย ดังนั้นประเทศไทยจึงควรมีการเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลสำคัญเพื่อให้ครอบครัวข้ามชาติได้เตรียมความพร้อมการอยู่อาศัยในบริบทสังคมวัฒนธรรมไทย ทั้งในด้านทักษะภาษา ความเข้าใจวัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเชื่อ และวิถีปฏิบัติแบบคนไทย