การนำโปรตีนกาวไหมเพื่อประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
นักวิจัยได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับโปรตีนกาวไหมเซริซินในเชิงลึกเกี่ยวกับการออกฤทธิ์ของโปรตีนกาวไหมต่อความผิดปกติของผิวหนัง ซึ่งในที่นี้ได้ใช้ความผิดปกติของผิวหนังโรคเรื้อนกวางหรือสะเก็ดเงินเป็นต้นแบบในการศึกษา โดยได้ทำการศึกษาในสัตว์ทดลองที่มีความไม่สมดุลของสารก่อการอักเสบซึ่งกระตุ้นให้หนูเกิดสภาวะเรื้อนกวาง พยาธิสภาพที่เห็นได้ชัดคือมีความหนาของผิวหนังที่ผิดปกติอันเนื่องมาจากการแบ่งตัวที่เร็วเกินไปของเซลล์ จากการศึกษาวิจัยพบว่าโปรตีนกาวไหมมีประสิทธิภาพในการรักษาเรื้อนกวางโดยสามารถออกฤทธิ์ผ่านกลไกหลัก 3 กลไกได้แก่ 1) สามารถลดการอักเสบ 2) ทำให้การกระตุ้นการสร้าง keratinocyte ลดลง ซึ่งเป็นกลไกที่แตกต่างจากยามาตรฐาน (calcitriol หรือสเตียรอยด์) 3) ออกฤทธิ์เป็น antioxidant ทำให้สามารถลดการอักเสบได้อีกทางหนึ่ง ทำการยืนยันด้วยลักษณะและโปรตีนที่แสดงออก รวมถึงยืนส์ที่ควบคุมการแสดงออกของโปรตีนนั้น นอกจากนี้เมื่อมีการใช้โปรตีนกาวไหมรักษาความผิดปกติของผิวหนังดังกล่าว จะทำให้โปรตีนโครงสร้างของผิวหนังดีขึ้นโดยเฉพาะ keratin ซึ่งจะเกิดการสร้างสมดุลของโปรตีน keratin ส่งผลให้โครงสร้างของ epidermis กลับเป็นปกติ ผลที่พบแตกต่างจากเซลล์ผิวหนังที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งลักษณะดังกล่าวไม่เคยตรวจพบในยารักษามาตรฐาน (calcitriol) ซึ่งมุ่งเน้นเพียงการทำให้ผิวหนังบางลงเท่านั้น แต่ไม่สามารถลดการอักเสบในระยะยาว อีกทั้งพยาธิสภาพที่ชั้นใต้ผิวหนังยังไม่กลับเข้าสู่สภาวะปกติเมื่อใช้ยารักษามาตรฐานนอกจากนี้ยังมีการศึกษาผลของโปรตีนกาวไหมต่อการรักษาความผิดปกติของเซลล์ตับ โดยพบว่าโปรตีนกาวไหมสามารถกระตุ้นการซ่อมแซมของเซลล์ตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถลดการสะสมของไขมันที่ตับ ผ่านการศึกษาการเปลี่ยนแปลงในระดับ organelle เช่น ไมโตรคอนเดรียที่ตับ พบว่าโปรตีนกาวไหมจะทำให้การสันดาป (metabolism) ของไขมันที่ตับสูงขึ้น ศึกษาโดยใช้ตัวชี้วัด (indicator) ได้แก่ protective marker โดยนักวิจัยพบว่า protective marker เหล่านี้สูงขึ้นในสัตว์ทดลองที่ได้รับโปรตีนกาวไหม อีกทั้งยังสามารถส่งเสริมการ detoxify ของสารพิษในตับได้มากขึ้น ผลการศึกษาดังกล่าวทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของโปรตีนกาวไหมที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องนำมาทดสอบทางคลินิกต่อไป