Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

โครงการสำรวจข้อมูลความต้องการและการขาดแคลนแรงงานของสถานประกอบการ ปี 2563

สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน พ.ศ. 2563

บทคัดย่อ

การดำเนินการโครงการสำรวจข้อมูลความต้องการและการขาดแคลนแรงงานของสถานประกอบการ ปี 2563 สรุปสาระสำคัญดังนี้ สถานการณ์โลกปัจจุบันมุ่งเน้นการพัฒนาสู่ยุคเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีและความรู้เป็นฐานในการพัฒนา ประกอบกับปัจจุบันยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนาประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ทันกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลก รัฐบาลจึงมีนโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจในเชิงพื้นที่ อาทิ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) 10 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ตาก ตราด สระแก้ว นราธิวาส สงขลา เชียงราย นครพนม มุกดาหาร และหนองคาย และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เพิ่มการลงทุนในประเทศ พัฒนากำลังคนให้สามารถก้าวทันเทคโนโลยีในปัจจุบัน และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การวางแผนการผลิตและพัฒนากำลังคนที่ถูกต้อง เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีข้อมูลความต้องการแรงงานเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน ดังนั้น เพื่อให้มีข้อมูลความต้องการในเชิงพื้นที่เป้าหมายที่สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ และนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนผลิตกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และจังหวัดซึ่งเป็นตัวแทนพื้นที่ที่มีแรงงานจำนวนมาก จำนวน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ สมุทรปราการ นครราชสีมา และนครศรีธรรมราช 2.1 การกำหนดแนวทาง วิธีการสำรวจข้อมูล กลุ่มเป้าหมายและแบบสำรวจข้อมูล 1) วิธีการสำรวจเพื่อให้ได้ข้อมูลที่สามารถตอบปัญหาการสำรวจได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ครบถ้วนและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยกำหนดวิธีการดำเนินการสำรวจข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed Methods Survey Design) ระหว่างการสำรวจเชิงปริมาณ (Quantitative Survey) และสำรวจเชิงคุณภาพ (Qualitative Survey) เพื่อให้ได้ผลการสำรวจที่รัดกุม ครบถ้วน สามารถตอบวัตถุประสงค์ของการศึกษาได้ชัดเจน โดยใช้จุดแข็งของงานสำรวจเชิงปริมาณจากข้อมูลเชิงสถิติที่รวบรวมและแปลผลมาจากแบบสอบถาม และสนับสนุนด้วยข้อมูลการพรรณนาอธิบายเชิงคุณภาพ (Descriptive approach) โดยประเด็นที่สนใจในการศึกษาครั้งนี้ คือ การสำรวจความคิดเห็นของสถานประกอบการเกี่ยวกับทิศทางความต้องการและการขาดแคลนแรงงาน สมรรถนะของแรงงานที่ต้องการ และผลกระทบของการจ้างงานจากเหตุที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ในพื้นที่เป้าหมาย 2) การเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เชิงปริมาณ ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถาม โดยสุ่มตัวอย่างสถานประกอบการในพื้นที่เป้าหมาย 18 จังหวัด 3 เขตพื้นที่ จำนวนไม่น้อยกว่า 17,200 ราย กระจายตาม 18 จังหวัดเป้าหมาย ตามสัดส่วนของสถานประกอบการแต่ละจังหวัด โดยกลุ่มเป้าหมายที่สำรวจ เป็นกลุ่มประเภทกิจการที่สำคัญ 49 ประเภทหรือมากกว่า ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม (ประเทศไทย) ปี 2552 (TSIC-2009) เชิงคุณภาพ ดำเนินการสัมภาษณ์ (Interview) สถานประกอบการและภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ในพื้นที่ 18 จังหวัด จำนวนไม่น้อยกว่า 90 ราย ประกอบด้วย 1. สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป 2. ภาคีเครือข่ายภาครัฐ เช่น สถาบันการศึกษา (วิทยาลัยเทคนิค มหาวิทยาลัย) แรงงานจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด พาณิชย์จังหวัด ท่องเที่ยวจังหวัด เป็นต้น และ 3. ภาคีเครือข่ายภาคเอกชน เช่น สภาอุตสาหกรรมจังหวัด หอการค้าจังหวัด สมาคมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายของแต่ละจังหวัด 2.2 ผลการสำรวจความต้องการและการขาดแคลนแรงงานของสถานประกอบการ 1) ผลการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสำรวจข้อมูลของสถานประกอบการในพื้นที่ 18 จังหวัด 3 เขตพื้นที่ ประกอบด้วย 1. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) 10 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ตาก ตราด สระแก้ว นราธิวาส สงขลา เชียงราย นครพนม มุกดาหาร และหนองคาย 2. เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง และ 3. จังหวัดซึ่งเป็นตัวแทนพื้นที่ที่มีแรงงานจำนวนมาก จำนวน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ สมุทรปราการ นครราชสีมา และนครศรีธรรมราช โดยมีผลสรุปดังนี้ การสำรวจข้อมูลของสถานประกอบการ จำนวน 1,482 แห่ง โดยจำแนกตามประเภทกิจการ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ประกอบกิจการประเภทกิจกรรมบริการด้านอื่น ๆ ได้แก่ กิจกรรมขององค์การสมาชิก การซ่อมคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ การสำรวจข้อมูลของสถานประกอบการส่วนใหญ่เป็นสถานประกอบการรายย่อย (Micro) โดยสถานประกอบการตัวอย่างเกือบครึ่งหนึ่งเปิดมาแล้วมากกว่า 10 ปี ความต้องการและขาดแคลนแรงงานของสถานประกอบการโดยส่วนใหญ่ พบว่ามีแรงงานที่เพียงพอต่อความต้องการ ร้อยละ 93.4 เมื่อพิจารณาตามเขตพื้นที่จะเห็นได้ว่าเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีความต้องการแรงงานมากที่สุด ส่วนความต้องการจ้างแรงงานในอนาคตของสถานประกอบการในปี 2564 พบว่าจากจำนวนสถานประกอบการที่รายงานว่าแรงงานไม่เพียงพอ/ไม่ตรงกับความต้องการ 1,482 แห่ง นั้น มีสถานประกอบการที่ต้องการจ้างแรงงาน จำนวน 1,278 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 86.2 ซึ่งมีความต้องการแรงงานเพศชาย ร้อยละ 71.4 และเพศหญิง ร้อยละ 28.6 นอกจากนี้มีความต้องการแรงงานในกลุ่มอายุระหว่าง 20 - 25 ปี มากที่สุด ในส่วนของระดับการศึกษา พบว่า ส่วนใหญ่ต้องการแรงงานในระดับมัธยมศึกษา ร้อยละ 33.2 มีความต้องการแรงงานที่ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ ร้อยละ 61.3 โดยมีความต้องการแรงงานไทย ร้อยละ 90 และต้องการแรงงานต่างด้าว ร้อยละ 14.6 2) ผลการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจากการสำรวจข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยมีรายละเอียดใน 3 เขตพื้นที่ ซึ่งแต่ละพื้นที่แบ่งตามประเภทของกลุ่มตัวอย่างดังนี้ ก) เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) สถานประกอบการ ปัญหาด้านแรงงานที่สำคัญและจำเป็นต้องแก้ไขและพัฒนาอย่างเร่งด่วน คือ สถานประกอบการมีข้อจำกัดเรื่องฐานเงินเดือนทำให้หาแรงงานที่มีทักษะเฉพาะได้ยาก ปัญหาด้านขั้นตอนการแจ้งเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว ในส่วนของข้อเสนอแนะสำหรับประเด็นที่จำเป็นต้องมีการแก้ไขและพัฒนาอย่างเร่งด่วน คือ การสนับสนุนการพัฒนาทักษะแรงงาน การสนับสนุนให้สถาบันการศึกษาทำ MOU กับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อเพิ่มทักษะแรงงาน เครือข่ายภาครัฐ ปัญหาด้านแรงงานที่สำคัญและจำเป็นต้องแก้ไขและพัฒนาอย่างเร่งด่วน คือ ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 และการหดตัวของเศรษฐกิจส่งผลให้มีปัญหาขาดแคลนแรงงานต่างชาติในอาชีพที่แรงงานไทยให้ความสนใจน้อย ในส่วนของข้อเสนอแนะสำหรับประเด็นที่จำเป็นต้องมีการแก้ไขและพัฒนาอย่างเร่งด่วน คือ การควบคุมอัตราการเพิ่มเงินเดือนอย่างเหมาะสม การแก้ไขปัญหาความต้องการแรงงานไม่สอดคล้องกันในด้านจำนวนและทักษะ เครือข่ายภาคเอกชน ปัญหาด้านแรงงานที่สำคัญและจำเป็นต้องแก้ไขและพัฒนาอย่างเร่งด่วน คือ ปัญหาการขาดแคลนแรงงานและทักษะในสายอาชีพที่แรงงานไทยให้ความสนใจน้อย ในส่วนของข้อเสนอแนะสำหรับประเด็นที่จำเป็นต้องมีการแก้ไขและพัฒนาอย่างเร่งด่วน คือ การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจริงจัง ข) เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สถานประกอบการ ปัญหาด้านแรงงานที่สำคัญและจำเป็นต้องแก้ไขและพัฒนาอย่างเร่งด่วน คือ แรงงานไทยมีอัตราการลาออกสูงทำให้ความต้องการแรงงานสูงขึ้น ในส่วนของข้อเสนอแนะสำหรับประเด็นที่จำเป็นต้องมีการแก้ไขและพัฒนาอย่างเร่งด่วน คือ การปรับอัตราค่าจ้างให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ เครือข่ายภาครัฐ ปัญหาด้านแรงงานที่สำคัญและจำเป็นต้องแก้ไขและพัฒนาอย่างเร่งด่วน คือ การนำเข้าแรงงานในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 ในส่วนของข้อเสนอแนะสำหรับประเด็นที่จำเป็นต้องมีการแก้ไขและพัฒนาอย่างเร่งด่วน คือ การลดเวลาและขั้นตอนการดำเนินการรับแรงงานต่างชาติเข้ามาในประเทศ ปรับปรุงระบบการศึกษาที่ผลิตแรงงานออกมาไม่ตรงกับความต้องการของตลาด รวมถึงสนับสนุนให้แรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบ ทบทวนประสิทธิภาพการทำงานของแรงงาน และมีการอบรมแรงงานให้เกิดคุณภาพ เครือข่ายภาคเอกชน ปัญหาด้านแรงงานที่สำคัญและจำเป็นต้องแก้ไขและพัฒนาอย่างเร่งด่วน คือ ปัญหาโครงสร้างการผลิตบุคลากรที่ผลิตแรงงานไม่ตรงกับความต้องการของตลาด ในส่วนของข้อเสนอแนะสำหรับประเด็นที่จำเป็นต้องมีการแก้ไขและพัฒนาอย่างเร่งด่วน คือ ผลักดันให้แรงงานต่างชาติอยู่ในระบบการจ้างงานที่ถูกต้องและสนับสนุนการ Reskill ค) จังหวัดซึ่งเป็นตัวแทนพื้นที่ที่มีแรงงานจำนวนมาก สถานประกอบการ ปัญหาด้านแรงงานที่สำคัญและจำเป็นต้องแก้ไขและพัฒนาอย่างเร่งด่วน คือ ปัญหาด้านพฤติกรรมและทัศนคติของแรงงานในปัจจุบัน ส่งผลให้หาแรงงานทำงานได้ยากและมีอัตราการเข้าและลาออกจากงานสูง ในส่วนของข้อเสนอแนะสำหรับประเด็นที่จำเป็นต้องมีการแก้ไขและพัฒนาอย่างเร่งด่วน คือ ปลูกฝังและสนับสนุนให้แรงงานรักการทำงาน ประกอบอาชีพสุจริต ใฝ่เรียนรู้งาน เครือข่ายภาครัฐ ปัญหาด้านแรงงานที่สำคัญและจำเป็นต้องแก้ไขและพัฒนาอย่างเร่งด่วน คือ ค่าจ้างแรงงานภาครัฐต่ำกว่าภาคเอกชน แรงงานปรับตัวไม่ทันความต้องการของตลาด และขาดแคลนแรงงานเนื่องจากทักษะไม่ตรงกับตำแหน่งงานว่าง ในส่วนของข้อเสนอแนะสำหรับประเด็นที่จำเป็นต้องมีการแก้ไขและพัฒนาอย่างเร่งด่วน คือ ในระดับพื้นที่ใช้กลไกการมีคณะทำงานระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อจัดสรรแรงงาน มีการตรวจสอบและควบคุมการรับแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศ เครือข่ายภาคเอกชน ปัญหาด้านแรงงานที่สำคัญและจำเป็นต้องแก้ไขและพัฒนาอย่างเร่งด่วน คือ ขาดแคลนแรงงานไทยและต่างชาติในภาคการผลิตและบริการ ในส่วนของข้อเสนอแนะสำหรับประเด็นที่จำเป็นต้องมีการแก้ไขและพัฒนาอย่างเร่งด่วน คือ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการในการพัฒนาทักษะแรงงาน และภาครัฐควรอำนวยความสะดวกให้กับสถานศึกษาเอกชนในการอนุญาตแรงงานต่างชาติทำงานในสถานศึกษาได้ 2.3 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 1) ภาวะเศรษฐกิจและตลาดแรงงานในภาพรวม สภาวะเศรษฐกิจโลกในปี 2564 ยังคงเผชิญกับผลกระทบของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (Covid-19) ที่ส่งผลต่อระดับการจ้างงาน รายได้ ผู้กำหนดนโยบายจะต้องตั้งเป้าหมายที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและตลาดแรงงานในปี 2564 ขึ้นอยู่กับปัจจัยทั้งในด้านมาตรการเยียวยาของภาครัฐ ผู้กำหนดนโยบายจะต้องตระหนักถึงประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญในการฟื้นฟูประเทศในปี 2564 โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้ - ในปี 2564 ยังต้องมีการใช้นโยบายเศรษฐกิจมหภาค เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการว่างงานและการสูญเสียรายได้ที่เกิดจากการแพร่ระบาด มาตรการทางการเงินมีความสำคัญในการช่วยเหลือภาคครัวเรือนและธุรกิจ ต้องมีการพัฒนาหน่วยงานให้มีความเข้มแข็งโดยเฉพาะการปรับปรุงมาตรการการคุ้มครองทางสังคมเพื่อความเข้มแข็งของแรงงานในอนาคต - การดำเนินการระหว่างประเทศในการสนับสนุนประเทศที่มีรายได้ต่ำและรายได้ปานกลางยังเป็นเรื่องสำคัญ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดจะยิ่งสร้างปัญหาความยากจนในประเทศในระยะยาว ความเหลื่อมล้ำในการฟื้นฟูระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศที่กำลังพัฒนา ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกในภาพรวม รวมไปถึงการสนับสนุนด้านการเงินและการจ้างงานเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน - การแพร่ระบาดของ COVID-19 มีผลกระทบที่ร้ายแรงต่อกลุ่มประชากรและกลุ่มธุรกิจที่มีความเปราะบาง ภาครัฐต้องมีการออกมาตรการและนโยบายที่มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือประชากรกลุ่มนี้โดยเฉพาะ - นโยบายเยียวยาและกลยุทธ์ในการฟื้นฟูของภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบรุนแรงและมีความเสี่ยงที่จะใช้ระยะเวลานานในการฟื้นฟู และยังให้ความสำคัญแก่ภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตได้เร็วและมีศักยภาพในการเพิ่มระดับการจ้างงาน ภาครัฐต้องมีมาตรการในการช่วยเหลือภาคธุรกิจ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย รวมถึงช่วยเหลือกลุ่มแรงงานที่ต้องการหางาน - ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างและสภาวะทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้กำหนดนโยบายควรใช้การเปลี่ยนแปลงเป็นตัวเร่งในการพัฒนาและสร้างกลยุทธ์ผ่านการสื่อสารและบูรณาการระหว่างหน่วยงานและองค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตลาดแรงงาน เพื่อก่อให้เกิดการร่วมมือที่เสริมสร้างเศรษฐกิจที่มีความเสมอภาคและยั่งยืนในอนาคต 2) ข้อเสนอแนะในเชิงปริมาณ - นโยบายในระยะสั้น ให้ความสำคัญกับการเยียวยา การรักษาสถานภาพการทำงานและความมั่นคงด้านการเงิน เพื่อรองรับผลกระทบของ COVID-19 ที่ทำให้ความต้องการจ้างแรงงานลดลงเหลือเพียงร้อยละ 7.4 ของสถานประกอบการทั้งหมด จำเป็นต้องตั้งเป้าหมายรายปีซึ่งกำหนดให้ปี 2564 ไว้ที่ร้อยละ 10 โดยกำหนดให้ครอบคลุมทุกพื้นที่และอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษ ดังนี้ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานด้านแรงงานภาครัฐ จัดหางานระยะสั้นในหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการว่างงาน จัดตั้งศูนย์ประสานแรงงานเฉพาะกิจในทุกจังหวัด การผ่อนคลายนโยบายรัฐเพื่อสนับสนุนการจ้างงาน มีการอบรมอาชีพระยะสั้น - นโยบายในระยะยาว การจัดการด้านวิสัยทัศน์ใหม่ด้านการบริหารแรงงานทั้งระบบจะเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยให้ความสำคัญกับการวางแผนล่วงหน้าเป็นฉากทัศน์ที่ชัดเจน ในขณะที่การแก้ปัญหาและสวัสดิการแรงงานให้นำเข้าสู่ platform ทางเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต้องมีตัวชี้วัดที่สำคัญ 2 ปัจจัย คือ 1) ร้อยละของความต้องการจ้างแรงงานในสถานประกอบการเมื่อเทียบกับจำนวนตัวอย่างมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร 2) ร้อยละของความต้องการจ้างแรงงานในระดับที่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจในระยะยาว ทั้งนี้เป้าหมายในระยะยาวต้องสอดคล้องกับการพัฒนาศักยภาพของแรงงานและสร้างกลไกการจับคู่คนให้ตรงกับงานในอนาคตอย่างเป็นระบบ 3) ข้อเสนอด้าน Ecosystem การบริหารข้อมูลจากการสำรวจแรงงาน สามารถแบ่งออกเป็น 4 แนวทาง ดังนี้ แนวทางที่ 1 พัฒนา Platform การรับรู้ข้อมูลสถานการณ์แรงงานของภาครัฐ ข้อมูลที่ถูกต้องและต้นทุนต่ำที่สุดโดยอยู่ภายใต้การดำเนินการของภาครัฐที่จะเสนอผลประโยชน์ตอบแทนแก่แรงงานและ/หรือสถานประกอบการ ซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลผ่านทาง Google form ทั้งนี้ผู้ให้ข้อมูลจะได้รับประโยชน์เป็น E-Voucher นอกจากนี้ควรมีการจัดทำรายงานภาวการณ์จ้างงานรายเดือน และการจัดทำ Consensus ด้านแรงงาน ซึ่งจะช่วยให้การบริหารงานข้อมูลด้านแรงงานมีความแม่นยำและเป็นระบบอย่างต่อเนื่อง แนวทางที่ 2 สร้าง Platform ความร่วมมือภาคีเครือข่ายแรงงาน โดยใช้กลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีการสำรวจอย่างต่อเนื่อง อาทิ สำนักงานสถิติแห่งชาติ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ซึ่งมีการสำรวจข้อมูลอย่างเป็นทางการและต่อเนื่อง แนวทางที่ 3 สร้าง platform การแก้ปัญหาแรงงานของรัฐ การให้ความรู้เกี่ยวกับงานจำเป็นต้องดำเนินการต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างทักษะพื้นฐานให้กับแรงงาน ซึ่งประกอบด้วย ทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทักษะการเรียนรู้ข้ามศาสตร์ และทักษะด้านการเงิน นอกจากนี้การสร้างระบบพัฒนาฝีมือแรงงานและระบบการจับคู่คนให้ตรงกับงานโดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่จะช่วยลดช่องว่างของทักษะ (Skill Gap) ระหว่างทักษะที่นายจ้างต้องการและทักษะที่มีของแรงงาน แนวทางที่ 4 พัฒนา Platform ด้านสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน การวางแผนทางการเงินและการทำงานในอนาคตซึ่งจะเป็นสิ่งที่สร้างความมั่นคงให้กับแรงงาน นอกเหนือจากงานที่สร้างรายได้แล้ว แรงงานยังต้องการทำงานที่มีคุณค่า (Decent Work) เพื่อสร้างความภาคภูมิใจ การได้รับการยอมรับ การมีโอกาสในการพัฒนา รวมทั้งการมีเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Path) ที่ชัดเจน 4) ข้อเสนอแนะเชิงพื้นที่ ก) พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) นโยบายการวางแผนกำลังแรงงาน ต้องมีการจัดตั้งหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานหลักด้านการวางแผนกำหนดแนวทางและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ส่งผลให้กำลังแรงงานในตลาดแรงงานมีแนวโน้มลดลง แรงงานต้องเร่งพัฒนาทักษะความชำนาญที่หลากหลาย การจัดทำฐานข้อมูลแรงงาน การนำเทคโนโลยีการประมวลข้อมูลจำนวนมาก ทั้งฐานข้อมูลส่วนบุคคล ปริมาณและคุณภาพ ความถนัด ประสบการณ์ ทักษะ การว่างงาน การเปลี่ยนงาน การมีงานทำ สาขาอาชีพ ฯลฯ จะสามารถทำแผนที่แรงงานที่มีการวิเคราะห์การประมวลผลแบบทันที ทำให้การแก้ปัญหาและการวางแผนด้านแรงงานได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น การยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน เพื่อจูงใจให้มีแรงงานฝีมือเข้ามาเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่เพื่อจูงใจให้แรงงานมีหลักประกันสังคมที่มั่นคง ข) พื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) นโยบายการวางแผนกำลังแรงงาน ด้านการวางแผนกำลังคนและการวิเคราะห์ตลาด แรงงานในพื้นที่ SEZ จะต้องกำหนดมาตรฐานอาชีพ มาตรฐานด้านสาธารณสุข และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน การบริการด้านแรงงานในพื้นที่ของภาครัฐทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าว ควรดำเนินการให้เป็นระบบเดียวกัน เพื่อสะท้อนความสำคัญของพื้นที่ SEZ ที่ไม่มีการเลือกปฏิบัติ การตรวจร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้าน รวดเร็ว ยืดหยุ่น และเท่าเทียม รวมถึงการปฏิบัติต่อแรงงานทุกคนตามมาตรฐานสากล การจัดทำฐานข้อมูลแรงงาน การจัดเก็บข้อมูลแรงงานเชิงพื้นที่ ควรเป็นเป้าหมายที่สำคัญ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นของกระทรวงแรงงานและหน่วยงานเศรษฐกิจทั้งหมดของประเทศ สำหรับการวางแผนเพื่อการพัฒนา การให้ความสำคัญกับวิธีการ รูปแบบ ลักษณะของข้อมูล พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าและการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ด้านแรงงานจะช่วยให้การประเมินและติดตามมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้การขออนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าว การขอรับสวัสดิการประกันสังคม การจดทะเบียนประกันสังคม ต้องนำระบบบันทึกข้อมูลของหน่วยงานในกระทรวงแรงงานเป็นรายเดือน โดยนำเทคโนโลยีด้านการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลในระบบคลาวด์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อช่วยลดต้นทุนในการจัดเก็บข้อมูลในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ การยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน แรงงานส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบ ซึ่งโอกาสและการได้รับสวัสดิการและการคุ้มครองจากภาครัฐมีน้อย อีกทั้งมีรายได้ไม่แน่นอน สิ่งที่รัฐควรส่งเสริม คือจูงใจให้แรงงานนอกระบบมีหลักประกันด้านเงินออมระยะยาว ประกันชีวิตและอุบัติเหตุและด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น การเก็บเงินร้อยละ 1 ทุกครั้งที่มีการรับเงินผ่านบัญชี E-wallet ของแรงงานเพื่อจัดสรรเป็นเงินออม เงินประกันชีวิต โดยที่ภาครัฐอาจจะมีส่วนในการสะสมตามเงื่อนไขต่าง ๆ ที่จะกำหนดขึ้นในอนาคต ค) พื้นที่จังหวัดซึ่งเป็นตัวแทนพื้นที่ที่มีแรงงานจำนวนมาก นโยบายการวางแผนกำลังแรงงาน ในขณะที่เมืองรองไม่สามารถเติบโตทันต่อการเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว อัตราความเป็นเมือง (Urbanization) ของต่างจังหวัดเติบโตช้ามาก ควรจะให้ความสำคัญกับการกระจายรายได้ผ่านการกระจายโครงสร้างพื้นฐานการลงทุนและกระจายอำนาจเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว แรงงานจบใหม่มีโอกาสทำงานได้มากขึ้น การจัดทำฐานข้อมูลแรงงาน ฐานข้อมูลแรงงานในระบบสำหรับจังหวัดที่มีแรงงานจำนวนมากมีการจัดเก็บอย่างเป็นระบบอย่างต่อเนื่อง แต่การนำมาใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์สถานการณ์แรงงานมีน้อยมาก ควรมีการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลแรงงานในระบบให้มากขึ้น การจูงใจให้แรงงานขึ้นทะเบียนโดยได้รับประโยชน์จากการเข้าสู่ระบบทะเบียนแรงงานภาครัฐโดยสมัครใจ รวมทั้งกระตุ้นให้เกิดการปรับปรุงข้อมูลแรงงานทั้งสภาพการจ้างงาน ทักษะ อาชีพ ผ่าน platform ภาครัฐอย่างต่อเนื่อง การยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน ผลกระทบจากการอพยพแรงงานเข้าสู่เมืองใหญ่นั้น ไม่ได้สร้างปัญหาให้กับเฉพาะเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนเมืองเท่านั้น แต่ปัญหาคุณภาพชีวิตทั้งเศรษฐกิจและสังคมในชนบทก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ที่แรงงานวัยทำงานอายุระหว่าง 20 – 50 ปี อพยพไปทำงานในเมืองใหญ่ ชนบทก็จะขาดการพัฒนาสังคม ทำให้เกิดความเสี่ยงด้านสังคมในทุกมิติเรียกว่า ความล้มเหลวด้านการกระจายรายได้และการสร้างงาน นำมาซึ่งปัญหาสังคม และความอ่อนแอของโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ดังนั้น การยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงาน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาชนบท การกระจายโครงสร้างพื้นฐานไปยังเมืองใหญ่ในต่างจังหวัดให้สามารถเชื่อมโยงการส่งต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างไร้รอยต่อ

คำสำคัญ

คำสำคัญKeywordsสถานประกอบการ

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาวิจัยความต้องการแรงงานในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดเชียงราย กาญจนบุรี หนองคาย นครพนม และนราธิวาส ใน5ปีข้างหน้า (พ.ศ.2561-2565)

มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง พ.ศ. 2560

การศึกษาวิจัยความต้องการแรงงานใน 5 เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ใน 5 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2560 - 2564) เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน

นันทพร เมธาคุณวุฒิ มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พ.ศ. 2559

การปรับตัวของแรงงานต่อสภาวะเศรษฐกิจถดถอย กรณีศึกษา แรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำพูน

ภัทรพล แต้มไว มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2554

การพัฒนาขีดความสามารถของแรงงานเพื่อรองรับเข้าสู่การเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดเชียงราย

รัชญา ละมุลตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พ.ศ. 2559

แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพแรงงานรองรับครัวไทยสู่ครัวโลก พ.ศ. 2558-2562

กระทรวงแรงงาน กระกรวงแรงงาน พ.ศ. 2557

ระบบฐานข้อมูลแรงงานและธุรกิจนอกระบบในจังหวัดสงขลา

คมวิทย์ ศิริธร มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา พ.ศ. 2563

โครงการศึกษาวิจัยความต้องการแรงงานในพื้นที่เขตภาคตะวันออก ใน 5 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2561-2565)

ศุภสิทธิ์ เลิศบัวสิน มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2562

ปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมไทย : ผลจากปัจจัยทางด้านอุปสงค์หรือปัจจัยทางด้านอุปทาน?

ชญานี ชวะโนทย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2559

การวิเคราะห์ความต้องการแรงงานในเชิงคุณภาพของสถานประกอบการอุตสาหกรรมในจังหวัดชลบุรีเมื่อมีการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

อังศุธร เถื่อนนาดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2559

วิถีชีวิตแรงงานต่างชาติ ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมที่เข้ามาทำงานในจังหวัดบุรีรัมย์

ประทวน วันนิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2560