กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบจัดการทรัพยากรมนุษย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพตลาดแรงงานของกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก และเพื่อกำจัดความไม่สมมาตรทางข้อมูลข่าวสารระหว่างสถานประกอบการและสถาบันการศึกษาโดยการใช้ระบบจัดการทรัพยากรมนุษย์เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร ขั้นตอนในการศึกษาแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1)การสร้างแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์เพื่อพิสูจน์ข้อสันนิษฐานว่าการปรับปรุงเทคโนโลยีในการจับคู่ระหว่างอุปสงค์และอุปทานแรงงาน จะส่งผลให้จำนวนแรงงานว่างงานมีแนวโน้มลดลงและสถานประกอบการเปิดรับสมัครงานเพิ่มมากขึ้น 2) การพัฒนาระบบจัดการทรัพยากรมนุษย์ เพื่อใช้เป็นแพลตฟอร์มในการประมวลผลการจับคู่ระหว่างตำแหน่งงานและหลักสูตรการศึกษาผ่านทักษะแรงงาน และ 3) การศึกษาการยอมรับในเทคโนโลยีของผู้ดูแลสถานประกอบการและผู้ดูแลหลักสูตรการศึกษาในการใช้งานระบบ ด้วยการใช้แบบสอบถามและดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยแบบจำลองสมการถดถอยโลจิสติกผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการปรับปรุงประสิทธิภาพของเทคโนโลยีการจับคู่ ส่งผลให้มูลค่าตำแหน่งงานว่างและมูลค่าที่แรงงานได้รับจากการจ้างงานเพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นเหตุให้แรงงานว่างงานมีความต้องการที่จะได้รับการจ้างงานและสถานประกอบการมีแนวโน้มในการเปิดตำแหน่งงานว่างเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้ ระบบจัดการทรัพยากรมนุษย์จึงถูกพัฒนาขึ้นในรูปแบบเว็บแอปพลิเคชัน (WebApplication) โดยใช้ภาษา Javascript เป็นหลัก รวมถึงมีการประยุกต์ใช้ React Library และ NodeJS เป็นสถาปัตยกรรมระบบในส่วนงานหน้าบ้าน (Frontend) และงานหลังบ้าน (Backend) และระบบจัดการฐานข้อมูล SQL Server ในการจัดเก็บข้อมูล โดยใช้เครื่องมือ เช่น GitLab และPOSTMAN ในการสร้างฟังก์ชันการใช้งานระบบและการประมวลผลการจับคู่ที่สมบูรณ์แบบให้แก่สถานประกอบการ หลักสูตรการศึกษา และเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบ ภายหลังจากการพัฒนาต้นแบบระบบเสร็จสิ้น ได้มีการเปิดโอกาสให้ผู้ดูแลสถานประกอบการจำนวน 401 คนและผู้ดูแลหลักสูตรการศึกษาจำนวน 409 คน ทดลองใช้งานระบบและร่วมประเมินผลการใช้งานด้วยแบบสอบถาม ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถาม พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ดูแลสถานประกอบการใช้งานระบบคือระยะเวลาในการสมัครเข้าใช้งาน ความสะดวกในการเข้าใช้งานระบบผ่านเว็บแอปพลิเคชัน และจำนวนบริษัทคู่แข่งที่มีการใช้งานระบบ สำหรับปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ดูแลสถานศึกษาใช้งานระบบนั้นประกอบไปด้วย จำนวนนิสิตชั้นปีสุดท้ายในหลักสูตร จำนวนความร่วมมือระหว่างหลักสูตรการศึกษากับสถานประกอบการ จำนวนหลักสูตรที่มีความคล้ายคลึงกัน การคาดการณ์ระยะเวลาที่บัณฑิตจะได้รับการบรรจุงานภายหลังสำเร็จการศึกษา และความสะดวกในการเข้าใช้งานระบบผ่านเว็บแอปพลิเคชัน ในส่วนของข้อเสนอแนะเชิงนโยบายนั้น หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องควรใช้ระบบจัดการทรัพยากรมนุษย์ในการเพิ่มประสิทธิภาพของตลาดแรงงาน ติดตามการเคลื่อนไหวของตลาดแรงงานตามช่วงเวลาที่เกิดขึ้นจริง และวางแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานในพื้นท
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. Final development version of the deliverable demonstrated in operational
มีระบบต้นแบบการจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่สามารถประมวลผลความสำเร็จ/ความล้มเหลวในการจับคู่ระหว่างตำแหน่งงานกับหลักสูตร และสามารถสร้างปัจจัยป้อนกลับให้สถานประกอบการ สถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้
มีแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีการจับคู่ระหว่างตำแหน่งงานกับแรงงานว่างงาน แต่ยังไม่มีการพัฒนาระบบจัดการแรงงานว่างงานที่ไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานอย่างเป็นรูปธรรม
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. refinement of project and/or solution and, if needed, retesting in relevant environment with relevant stakeholders
ผู้ประกอบการสามารถส่งข้อมูลความต้องการกำลังคนในปัจจุบันและในอนาคต เพื่อให้สถาบันการศึกษาผลิตบัณฑิตตรงกับความต้องการ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการอาจมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการออกแบบหลักสูตรทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้บัณฑิตมีทักษะเฉพาะที่ตรงความต้องการของผู้ประกอบการแต่ละราย
สถาบันการศึกษาผลิตบัณฑิตไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานและผู้ประกอบการไม่มีช่องทางส่งข้อมูลความต้องการแรงงานต่อสถาบันการศึกษา ผลกระทบที่ตามมาคือบัณฑิตจบใหม่ตกงานเป็นจำนวนมาก