การพัฒนาระบบจัดการทรัพยากรมนุษย์ เพื่ออุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบจัดการทรัพยากรมนุษย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพตลาดแรงงานของกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก และเพื่อกำจัดความไม่สมมาตรทางข้อมูลข่าวสารระหว่างสถานประกอบการและสถาบันการศึกษาโดยการใช้ระบบจัดการทรัพยากรมนุษย์เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร ขั้นตอนในการศึกษาแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1)การสร้างแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์เพื่อพิสูจน์ข้อสันนิษฐานว่าการปรับปรุงเทคโนโลยีในการจับคู่ระหว่างอุปสงค์และอุปทานแรงงาน จะส่งผลให้จำนวนแรงงานว่างงานมีแนวโน้มลดลงและสถานประกอบการเปิดรับสมัครงานเพิ่มมากขึ้น 2) การพัฒนาระบบจัดการทรัพยากรมนุษย์ เพื่อใช้เป็นแพลตฟอร์มในการประมวลผลการจับคู่ระหว่างตำแหน่งงานและหลักสูตรการศึกษาผ่านทักษะแรงงาน และ 3) การศึกษาการยอมรับในเทคโนโลยีของผู้ดูแลสถานประกอบการและผู้ดูแลหลักสูตรการศึกษาในการใช้งานระบบ ด้วยการใช้แบบสอบถามและดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยแบบจำลองสมการถดถอยโลจิสติกผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการปรับปรุงประสิทธิภาพของเทคโนโลยีการจับคู่ ส่งผลให้มูลค่าตำแหน่งงานว่างและมูลค่าที่แรงงานได้รับจากการจ้างงานเพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นเหตุให้แรงงานว่างงานมีความต้องการที่จะได้รับการจ้างงานและสถานประกอบการมีแนวโน้มในการเปิดตำแหน่งงานว่างเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้ ระบบจัดการทรัพยากรมนุษย์จึงถูกพัฒนาขึ้นในรูปแบบเว็บแอปพลิเคชัน (WebApplication) โดยใช้ภาษา Javascript เป็นหลัก รวมถึงมีการประยุกต์ใช้ React Library และ NodeJS เป็นสถาปัตยกรรมระบบในส่วนงานหน้าบ้าน (Frontend) และงานหลังบ้าน (Backend) และระบบจัดการฐานข้อมูล SQL Server ในการจัดเก็บข้อมูล โดยใช้เครื่องมือ เช่น GitLab และPOSTMAN ในการสร้างฟังก์ชันการใช้งานระบบและการประมวลผลการจับคู่ที่สมบูรณ์แบบให้แก่สถานประกอบการ หลักสูตรการศึกษา และเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบ ภายหลังจากการพัฒนาต้นแบบระบบเสร็จสิ้น ได้มีการเปิดโอกาสให้ผู้ดูแลสถานประกอบการจำนวน 401 คนและผู้ดูแลหลักสูตรการศึกษาจำนวน 409 คน ทดลองใช้งานระบบและร่วมประเมินผลการใช้งานด้วยแบบสอบถาม ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถาม พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ดูแลสถานประกอบการใช้งานระบบคือระยะเวลาในการสมัครเข้าใช้งาน ความสะดวกในการเข้าใช้งานระบบผ่านเว็บแอปพลิเคชัน และจำนวนบริษัทคู่แข่งที่มีการใช้งานระบบ สำหรับปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ดูแลสถานศึกษาใช้งานระบบนั้นประกอบไปด้วย จำนวนนิสิตชั้นปีสุดท้ายในหลักสูตร จำนวนความร่วมมือระหว่างหลักสูตรการศึกษากับสถานประกอบการ จำนวนหลักสูตรที่มีความคล้ายคลึงกัน การคาดการณ์ระยะเวลาที่บัณฑิตจะได้รับการบรรจุงานภายหลังสำเร็จการศึกษา และความสะดวกในการเข้าใช้งานระบบผ่านเว็บแอปพลิเคชัน ในส่วนของข้อเสนอแนะเชิงนโยบายนั้น หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องควรใช้ระบบจัดการทรัพยากรมนุษย์ในการเพิ่มประสิทธิภาพของตลาดแรงงาน ติดตามการเคลื่อนไหวของตลาดแรงงานตามช่วงเวลาที่เกิดขึ้นจริง และวางแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานในพื้นท