ศูนย์ประสานงาน/บริหารจัดการเพื่อยกระดับ เสริมศักยภาพของธุรกิจท้องถิ่นพร้อมกับการสร้างแพลตฟอร์มและกลไกการทำงานร่วมกัน มุ่งสู่ผลสัมฤทธิ์ทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การสร้างและพัฒนากลไกการยกระดับผู้ประกอบการ Local Enterprise ผ่านการพัฒนากลไกการสร้าง New Engine Platform ที่มีเป้าหมายในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือสร้างกระบวนการทำงานแบบเสริมพลังพร้อมทั้งการสานประโยชน์ร่วมกันระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการ Local Enterprise-มหาวิทยาลัย- นักวิจัย-นักวิชาการ-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแหล่งทุนในการสนับสนุนทุนวิจัย โดยในปี 2563 หน่วยประสานงานนั้นมุ่งเน้นในการสร้างกลไกกการทำงานผ่านการทำงาน 2 รูปแบบ ได้แก่ การทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยพัฒนาพื้นที่ จำนวน 15 แห่งซึ่งมีการทำงานร่วมกับ Local Enterprise 317 กลุ่ม และการทำงานยกระดับและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ Local Enterprise จำนวน 100 กลุ่ม หน่วยงานบพท. ได้สนับสนุนทุนภายใต้กรอบวิจัย Local Enterprise ปี 2563 ขึ้นเป็นปีแรก โดยมีวัตถุประสงค์ให้เกิดการยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน ผ่านการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีการใช้ต้นทุนในพื้นที่ อาทิ ทรัพยากรพื้นถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น จากเดิมขึ้น ร้อยละ 10 และเกิดโครงสร้างการกระจายรายได้สู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในห่วงโซ่คุณค่าโดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรต้นน้ำซึ่งเป็นคนในชุมชน เพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 10 เช่นเดียวกัน มุ่งเน้นให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ ผ่านกลไกการดำเนินงาน 2 รูปแบบด้วยกัน กล่าวคือ รูปแบบที่ 1 เป็นกลไกการขับเคลื่อนจากมหาวิทยาลัยในพื้นที่ด้วยการใช้ฐานความรู้ งานวิจัย นวัตกรรมและบุคลากรที่มหาวิทายาลัยมีอยู่ เข้าหนุนเสริม เชื่อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง อำนวยความสะดวกให้เกิดการสานประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เกิดวัฒนธรรมการทำงานแบบเกื้อกูลอย่างมีธรรมภิบาลการค้า อีกทั้งก่อให้เกิดการพัฒนาระบบ กลไกการบริหารจัดการงานวิจัยของมหาวิทยาลัยให้แก้ไขปัญหาสำคัญอย่างปัญหาที่เกิดขึ้นกับธุรกิจชุมชนในพื้นที่ได้ อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ที่มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ รวมถึงเกิดการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มหาวิทยาลัยมีอยู่ไปใช้ประโยชน์โดยคนในชุมชน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงและการจัดการปัญหาในพื้นที่ด้วยคนในพื้นที่เอง อันจะเป็นการสร้างความยั่งยืนในพื้นที่ด้วยการพึ่งพาตนเองของชุมชน หน่วยจัดการกลางได้ถอดบทเรียนการบริหารจัดการชุดโครงการที่แตกต่างกันออกเป็น 3 ระดับ ตามความสามารถในการจัดการงานวิจัยให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้า OKR 2 ข้อ ระดับที่ 1 การบริหารจัดการงานวิจัยด้วยการหนุนเสริมให้กลุ่ม Local Enterprise เป้าหมายสามารถดำเนินธุรกิจด้วยการขายผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากกระบวนการวิจัยในตลาดที่แท้จริงจากการซื้อผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ระดับที่ 2 การบริหารจัดการงานวิจัยที่มีการสร้างช่องทางจำหน่ายใหม่ เพื่อให้เกิดการขายผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นในโครงการให้กับผู้บริโภคทั่วไปซึ่งอาจเป็นหรือไม่เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จึงถือว่าเป็นการขายในตลาดที่ไม่ใช่ตลาดจริงหรือเรียกว่าตลาดเทียม ระดับที่ 3 เป็นชุดโครงการวิจัยที่มีการบริหารจัดการงานวิจัยที่ยังไม่สามารถบรรลุตามเป้าหมายได้ จากผลการประเมินที่มองในเรื่องการตลาดเป็นสำคัญ สามารถแบ่งเกณฑ์การประเมินของมหาวิทยาลัยที่ได้รับทุนกรอบการวิจัย Local Enterprise ปี 2563 สามารถแบ่งเป็น 3 แบบ คือ 1. การบริหารจัดการชุดโครงการที่เกิดผลสัมฤทธิ์จากการขายในตลาดจริง จำนวน 5 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 2. การบริหารจัดการชุดโครงการที่เกิดผลสัมฤทธิ์จากการขายในตลาดเทียม จำนวน 2 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติและมหาวิทยาลัยราชมงคลกรุงเทพ และ 3. การบริหารจัดการชุดโครงการที่ไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ จำนวน 8 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชมงคลพระนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยราชมงคลตะวันนออก มหาวิทยาลัยราชมงคลรัตนโกสินทร์ มหาวิทยาลัยราชมงคลอีสาน มหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี และมหาวิทยาลัยพะเยา รูปแบบที่ 2 เป็นการดำเนินงานวิจัยผ่านกลไกการจัดการจากหน่วยจัดการกลางภายใต้การบริหารจัดการของ ผศ.ดร. บัณฑิต อินณวงศ์ ซึ่งเน้นการค้นหาเครื่องมือสำคัญเปรียบเสมือนคานงัดอุปสรรคที่เกิดขึ้นในห่วงโซ่ธุรกิจท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการวิจัยในปีนี้ โดยการทำงานทางหน่วยประสานงานมุ่งเน้นการทำงาน ภายใต้ 2 หลักคิด คือ 1. การจัดการ Ego-system มุ่งเน้นการจัดการผู้ประกอบการตั้งแต่การวิเคราะห์ศักยภาพ เงินลงทุน ความสามารถการประกอบการธุรกิจแบบองค์รวมโดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์และสืบค้นปัญหาตน สู่การวางแผนธุรกิจที่เหมาะสม (Business Soul) โดยใช้เครื่องมือ Wow Project และคอร์สเงินงอกเงยเดอะซีรีย์ และ 2. การจัดการ Eco-system โดยใช้เครื่องมือในการจัดการห่วงโซ่คุณค่าใหม่ (New Network Value Chain) และ 3. การสร้างต้นแบบอาชีพให้กับผู้ประกอบการ Local Enterprise นวัตกรรมการดำเนินงานของหน่วยประสานงานนั้น สำหรับส่วนที่มีการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยพัฒนาพื้นที่นั้น สามารถแบ่งกลุ่มการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัย ได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ กลุ่ม Gold กลุ่ม Silver และกลุ่ม Bronze ซึ่งสามารถถอดรูปแบบการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยพัฒนาพื้นที่เพื่อสร้างรูปแบบของหน่วยประสานงานของ บพท. ได้ และสำหรับส่วนที่ทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ Local Enterprise พบว่า การปรับกระบวนการโดยการเครื่องมือ Wow Project และคอร์สเงินงอกเงยเดอะซีรีย์ นั้นสามารถสร้างภาวะการตื่นรู้ และการตระหนักรู้ทั้งในด้านบริบทองค์รวมของธุรกิจ และการจัดการด้านการเงินให้กับผู้ประกอบการ Local Enterprise จนกระทั่งนำไปสู่การสร้างสรรค์เครื่องมือ และรูปแบบคอร์สสำหรับการปรับ mindset และเสริมทักษะการจัดการการเงินให้กับผู้ประกอบการในปี 2564 ต่อไป