การพัฒนาต้นแบบการเรียนรู้และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืนโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มุ่งหวัง สร้างต้นแบบการเรียนรู้และนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นจากภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างนวัตกรชาวบ้านเพื่อเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาชุมชน เสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชนในการเรียนรู้และปรับใช้นวัตกรรมเพื่อนำความรู้ไปใช้ในการเปลี่ยนแปลงและจัดการปัญหาในชุมชน สร้างแผนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นที่สามารถเชื่อมต่อกับแผนพัฒนาจังหวัด ได้ต้นแบบการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและข้อสังเคราะห์ในการขยายผลระดับพื้นที่และนโยบาย เพิ่มขีดความสามารถของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาโครงการวิจัยที่สร้างผลกระทบสูงเพื่อสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ พื้นที่เป้าหมาย 39 ตำบล 28 อำเภอ 6 จังหวัด ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผลการวิจัย การสร้างต้นแบบการเรียนรู้และนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นจากภูมิปัญญาท้องถิ่น สามารถสร้างได้ 40 ชุมชน แบ่งเป็นต้นแบบการเรียนรู้ของการใช้นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาต้นน้ำ เรียกว่า ชุมชนนวัตกรรมบนฐานการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อผลผลิตของชุมชนบนฐานทรัพยากร การนำนวัตกรรมเข้าไปเป็นการแก้ปัญหาผลผลิตตกต่ำ การแก้ปัญหาโรคพืช โรคสัตว์ การปรับปรุงดิน การปรับปรุงพันธ์ข้าว พบว่าเป็นชุมชนที่มีวัตถุดิบพื้นที่เป็น ข้าว พริก กรุงเขมา ( หมาน้อย) สมุนไพร และโค และต้นแบบการเรียนรู้ของการใช้นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหากลางน้ำ ปลายน้ำ เรียกว่า ชุมชนนวัตกรรมบนฐานการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนบนฐานทรัพยากร การนำนวัตกรรมเข้าไปเป็นการแก้ปัญหาสินค้าราคาตกต่ำ ของเสียในกระบวนการผลิต การลดระยะเวลาในการทำงาน การควบคุมมาตรฐาน การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า การเปลี่ยนตราสินค้าและบรรจุภัณฑ์ ให้สินค้าดูทันสมัย ขนส่งง่าย สินค้าไม่เสียหาย รวมทั้งการจำหน่ายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ การสร้าง เพจ การสร้างเรื่องราวให้สินค้าดูน่าสนใจ และเป็นการขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น พบว่าเป็นชุมชนที่มีวัตถุดิบพื้นที่ เป็น หมากเม่า พริก เห็ดชนิดต่าง ๆ สมุนไพร กรุงเขมา(หมาน้อย) ผัก ข้าว มะม่วง เครื่องปั้นดินเผา เครื่องนอน เฟอร์นิเจอร์หวาย ไวนิลเก่า และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การสร้างนวัตกร สามารถสร้างนวัตกรชาวบ้าน ได้จำนวน 130 คน จาก 39 ตำบล มีหน้าที่เป็นศูนย์กลางการพัฒนาชุมชน เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง การถ่ายทอดเทคโนโลยี เกิดนวัตกรรมจำนวน 95 นวัตกรรม แบ่งเป็นนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ จำนวน 37 นวัตกรรม นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ จำนวน 38 นวัตกรรม และนวัตกรรมกระบวนการ จำนวน 20 นวัตกรรม มีแผนพัฒนาชุมชน 40 แผน ดำเนินงานให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด สู่การพัฒนาต่อไป เกิดแผนต้นแบบพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานจำนวน 1 แผน สามารถยกระดับรายได้เศรษฐกิจของชุมชนมากกว่า 15% ผลตอบแทนจากการลงทุน ( ROI ) มีค่าเท่ากับ 34.89% หมายความว่าชุดโครงการได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนกลับ 34.89% ซึ่งถือว่าผลตอบแทนที่ดีด้วยระยะเวลาการประเมินตามเวลาสัญญาให้ทุน และอยู่ในสภาวะโรคระบาดที่ยอดจำหน่ายไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในแต่ละโครงการ เช่น โครงการการท่องเที่ยว ก็ไม่สามารถมีรายได้จากการท่องเที่ยวได้เนื่องจาก มาตรการการป้องกันโรคระบาด ทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางเข้าพื้นที่ท่องเที่ยวได้ แต่ก็สร้างการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยว ได้ด้วยแอพพิเคชั่นที่นำมาใช้ได้ รอสถานการณ์ดีขึ้นคาดว่าน่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นในอนาคต ผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน SROI ที่ได้จากชุดโครงการวิจัย ได้ค่า 0.64 แสดงว่าการลงทุนในเงิน 1 บาทของเงินทุนจะได้รับผลตอบแทนทางสังคม 0.64 บาท ถึงแม้ผลตอบแทนที่ได้มาน้อยกว่าเงินลงทุนไป แต่ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีของโครงการในอนาคตเนื่องจากการเก็บข้อมูลเก็บเพียงระยะเวลาตามสัญญา ดังนั้นในอนาคต อีก 3 ปี 5 ปีผลตอบแทนทางสังคมที่เกิดจากการดำเนินโครงการวิจัยนี้คาดว่าจะมีผลตอบแทนที่มากขึ้นกว่ามูลค่าเงินที่ลงทุนไป ฉะนั้นจึงต้องมีการเก็บรวมรวบเพื่อการวิเคราะห์ในระยะ 3 ปี 5 ปี อีกครั้ง ถึงจะเป็นผลที่ชัดเจนว่าเงินลงทุน ที่ลงทุนภายใต้ชุดโครงการ ก่อให้เกิดผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุนเท่ากับเท่าไร