โครงการศึกษาศักยภาพของเขตเศรษฐกิจพิเศษนครแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัย “การศึกษาศักยภาพของเขตเศรษฐกิจพิเศษนครแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” มีลักษณะเป็นการวิจัยและพัฒนา (R&D) โดยมีวัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อ 1) เพื่อจัดทำฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ ของเขตเศรษฐกิจพิเศษนครแม่สอด จังหวัดตาก จากการใช้ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS) ในการกำหนดแนวทางการพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัย 2) เพื่อศึกษาศักยภาพทางกายภาพ เศรษฐกิจและสังคม ของเขตเศรษฐกิจพิเศษนครแม่สอด จังหวัดตาก 3) เพื่อศึกษาลักษณะรูปแบบการพัฒนา พฤติกรรมและความต้องการทางด้านเศรษฐกิจและที่อยู่อาศัยของประชาชนเขตเศรษฐกิจพิเศษนครแม่สอด จังหวัดตาก 4) เพื่อเปรียบเทียบศักยภาพของเขตเศรษฐกิจพิเศษ นครแม่สอด จังหวัดตาก กับเมืองชายแดนที่เป็นกรณีตัวอย่าง (Best Practice) ในลักษณะเขตเศรษฐกิจข้ามแดน (Cross Border Economic Zone) 4 แห่ง และ 5) เพื่อจัดทำแผนแม่บท (Master Plan) ในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษนครแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ประชากรที่ใช้ในการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ มี 3 กลุ่ม คือ ประชากรที่อยู่ในเขตที่ตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษนครแม่สอด จังหวัดตาก กลุ่มประชากรที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเขตเศรษฐกิจพิเศษนครแม่สอด ใน 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน และกลุ่มประชากรที่นำมาเปรียบเทียบกรณีตัวอย่างจากเขตเศรษฐกิจข้ามแดนใน 4 จังหวัด เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถามจำนวน 5,600 ชุด การสัมภาษณ์จำนวน 80 ราย การสนทนากลุ่ม การศึกษาเอกสาร และการบันทึกภาพด้วยระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ สถิติที่ใช้ได้แก่ ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) สถิติที่ใช้ทดสอบสมมุติฐาน ได้แก่ t-test (Independent Samples) และ F-test (One-way ANOVA) ในกรณีที่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จะทำการตรวจสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 หรือ ระดับความเชื่อมั่น 95% โดยใช้สูตรตามวิธี Least Significant Difference (LSD) ผลการวิจัยพบว่า 1. จากการวิจัยข้อมูลที่ได้จากระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ คือ ทราบข้อมูลเกี่ยวกับ ขอบเขตปกครองอำเภอแม่สอด แผนที่รอยเลื่อนในอำเภอแม่สอด บริเวณน้ำท่วมในอำเภอแม่สอด แผนที่สถานที่ราชการในอำเภอแม่สอดแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอแม่สอด ที่ตั้งโรงพยาบาลในอำเภอแม่สอด จำนวนครัวเรือนในอำเภอแม่สอด เส้นทางน้ำในอำเภอแม่สอด พื้นที่เสี่ยงแผ่นดินถล่มในอำเภอแม่สอด ความหนาแน่นของประชากร ในอำเภอแม่สอด แผนที่แสดงเส้นทางคมนาคมในอำเภอแม่สอด ที่ตั้งโรงเรียนและสถานศึกษาในอำเภอแม่สอด ที่ตั้งสถาบันทางศาสนาในอำเภอแม่สอด เขตชุมชนในอำเภอแม่สอด พื้นที่ที่มีโอกาสเกิดหลุมยุบ แหล่งธรรมชาติทางธรณีวิทยา แผนที่จำแนกเขตป่าสงวน เขตอนุรักษ์ และเขตพัฒนาทรัพยากรแร่ แผนที่ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองแม่สอด แนววางสายเคเบิล กฟผ. อำเภอแม่สอด พื้นที่เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและสนามบินใหม่ ในอำเภอแม่สอด แผนที่การสร้างเส้นทางคมนาคมรอบเมืองแม่สอด แผนที่ที่ตั้งศูนย์ราชการแห่งใหม่ในอำเภอ แม่สอด แผนที่พื้นที่ให้บริการน้ำประปาของ กปภ. ในอำเภอแม่สอด แผนที่พื้นที่ขอปรับปรุงผังเมืองรวมอำเภอแม่สอด ผังวางแผนการใช้ที่ดินของเทศบาลนครแม่สอด แนวการสร้างเส้นทางคมนาคมรอบเมืองแม่สอด พื้นที่ขอปรับปรุงแผนผังเมือง ที่ตั้งศูนย์ราชการแห่งใหม่ พื้นที่เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและสนามบินใหม่ และ แนวคันป้องกันน้ำท่วมในอำเภอแม่สอด 2. ศักยภาพทางด้านกายภาพของอำเภอแม่สอดมีความเหมาะสมในการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัย และระบบสาธารณูปโภค เนื่องจากยังมีพื้นที่ที่ยังสามารถขยายเป็นเมืองใหม่หรือการขยายจากขอบเขตเมืองเดิม และมีท่าเรือกระจายสินค้าไปยังเขตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ 22 จุด จุดผ่านแดนถาวร 1 จุด และ มีโครงการก่อสร้างจุดที่ 2 ในอนาคต ซึ่งเส้นทางข้ามแดนไปยังสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ในอำเภอแม่สอดจะมีความสะดวกมากกว่าตำแหน่งอื่นในทางฝั่งตะวันตกของไทย อำเภอแม่สอดสามารถสร้างรายได้จากศุลกากรได้มากเป็นอันดับ 3 และมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจยังเพิ่มขึ้น แต่ปัจจุบันอุปสรรคจากเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างแม่สอดกับถนนสายหลักในประเทศไทยเพื่อขึ้นสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงเป็นเส้นทาง ระยะยาว ผ่านภูเขาสูงทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ด้านสายการบินมีเส้นทางสายการบินทั้งในประเทศและไปยังสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ แต่ยังคงเป็นสายการบินที่ใช้เครื่องขนาดเล็ก ปัญหาที่พบส่วนใหญ่เป็นปัญหาอุทกภัย ภัยแล้ง และภัยหนาว ที่ครอบคลุมทั้งพื้นที่ และอาจเกิดภัยแล้งเนื่องจากแม่น้ำเมยมีขนาดเล็ก และพื้นที่เขตชุมชนและเมืองเป็นพื้นที่ราบรับน้ำที่มาจากภูเขา แต่ได้มีโครงการแนวคันป้องกันน้ำท่วมที่จะไหลมาจากทางทิศตะวันออก ศักยภาพด้านแหล่งท่องเที่ยว อำเภอแม่สอดมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาซึ่งเป็นป่าอนุรักษ์และอุทยานแห่งชาติทำให้มีแหล่งท่องเที่ยวในลักษณะธรรมชาติมาก นอกจากนี้ยังมีวัฒนธรรมที่หลากหลายทำให้แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมก็มีมากเช่นกัน เช่น วัดไทยวัฒนาราม ที่เป็นศิลปะ ของไทยผสมกับเมียนมาร์ กิจกรรมของชาวเขา เป็นต้น ทำให้เกิดธุรกิจโรงแรม โฮมสเตย์ พื้นที่ตั้งแคมป์ มากขึ้น และมีการไหลของคนต่างชาติต่างภาษาโดยเฉพาะชาวเมียนมาร์ที่เข้ามาเป็นแรงงานหลักในอำเภอแม่สอด 3. จากผลการวิจัยประชาชนที่อยู่ในอำเภออื่น และในอีก 9 จังหวัด ความต้องการหรือหากจำเป็น ที่จะเข้ามาอาศัยอยู่ในอำเภอแม่สอดส่วนใหญ่จะเลือกพื้นที่ที่เป็นเขตเทศบาล แต่ประชาชนในเขตเทศบาล แม่สอดนั้นกลับมีความต้องการที่แตกต่างไปคือต้องการที่อยู่อาศัยในเขตชานเมือง ซึ่งอาจเป็นผลมาจากความแออัด หรือผังเมืองที่มีการกระจุกตัว และปัญหาอุทกภัยที่พบบ่อยครั้ง ด้านความต้องการที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ต้องการบ้านเดี่ยว 1-2 ชั้น ขนาดห้องนอน 3-5 ห้องนอน ห้องน้ำ 1-3 ห้อง เนื่องจากส่วนใหญ่มีลักษณะของสมาชิกครอบครัวเป็น สามี ภรรยา บุตร ซึ่งมีขนาดครอบครัวไม่เกิน 4 คน ส่วนลักษณะที่อยู่อาศัยที่ต้องการให้มีในเขตเทศบาลแม่สอดคือ คอนโด และแฟลต อาคารพาณิชย์อาจเนื่องมาจากข้อจำกัดของพื้นที่ และราคาที่อยู่อาศัยและเป้าหมายในการใช้เป็นที่อยู่อาศัยซึ่งอาจเป็นเพื่อการเรียนการทำงาน และทำธุรกิจเท่านั้น หากเป็นบ้านต้องการบ้านในเขตชานเมือง ความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัย ส่วนใหญ่ประชาชนในพื้นที่วิจัยหลักและวิจัยรองต้องการซื้อแบบเงินผ่อน เงินดาวน์ไม่เกิน 100,000-. บาท อัตราผ่อนไม่เกิน 5,000 -.บาท/เดือน และมีระยะเวลาผ่อน ไม่เกิน 30 ปี ปัจจัยที่ประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่สอดให้ความสำคัญคือราคาที่อยู่อาศัยมากกว่าปัจจัยด้านอื่น ซึ่งขัดแย้งกับความต้องการของประชาชนในต่างอำเภอและต่างพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์หรือที่อยู่อาศัย บุคลากร สิ่งนำเสนอทางกายภาพของที่อยู่อาศัยมากกว่าด้านราคา 4. จากผลการวิจัยอำเภอแม่สอดมีจำนวนประชากรน้อยกว่าพื้นที่เขตเศรษฐกิจข้ามแดนทั้ง 4 เขต ทั้งในภาพระดับอำเภอและระดับจังหวัด ด้านปริมาณสินค้าข้ามแดนอำเภอแม่สอดสามารถสร้างรายได้อันดับ 3 ของประเทศในการสร้างรายได้จากสินค้าข้ามแดน สินค้านำเข้าและส่งออกหรือสินค้าข้ามแดนในแต่ละจุด มีประเภทสินค้าแตกต่างกัน แรงงานที่จะเข้าไปในพื้นที่เขตเศรษฐกิจทั้ง 5 จึงมีลักษณะความสามารถแรงงาน ที่แตกต่างกัน จำนวนนักท่องเที่ยวที่มีมากที่สุดคือเขตเศรษฐกิจข้ามแดนจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นประเด็นหลักในการทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจข้ามแดนของจังหวัดกาญจนบุรี “เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ แหล่งผลิตสินค้าอุตสาหกรรม และประตูสู่การค้าชายแดน และมุ่งพัฒนาสู่คุณภาพชีวิตแบบยั่งยืน” ด้านเขตเศรษฐกิจข้ามแดนจังหวัดสระแก้ว มีจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยลดลง แต่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นอาจเนื่องมาจากการเมืองในเขตชายแดนไทย-กัมพูชา เขตเศรษฐกิจข้ามแดนจังหวัดสงขลา นักท่องเที่ยวมีจำนวนมากเนื่องจากเป็นเส้นทางที่สามารถไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์ได้จึงทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ทางด้าน แม่สอดนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นคนไทยและคนเมียนมาร์ คนต่างชาติอื่นๆ จะพบเห็นได้น้อยอาจเนื่องมาจากผลของการปิดประเทศของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ในช่วงปี พ.ศ.2553-2554 ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดของจังหวัดตากยังคงน้อยกว่าเขตเศรษฐกิจข้ามแดนอื่นๆ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการใช้ประโยชน์พื้นที่ ลักษณะของพื้นที่ เส้นทางคมนาคม และการเมืองภายในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ 5. การจัดทำแผนแม่บท ด้านที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภค หน่วยงานในพื้นที่มีเป้าประสงค์ของการดำเนินงานด้านที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภค มุ่งเน้นที่ความพอเพียงของที่อยู่อาศัยต่อการเปลี่ยนแปลงของจำนวนประชากรในพื้นที่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต พื้นที่โครงการต่างๆ ของอำเภอแม่สอดยังไม่สมบูรณ์บางรายการยังเป็นโครงการรออนุมัติ เช่น การขอใช้พื้นที่ป่า การทำคันป้องกันน้ำท่วม เป็นต้น ซึ่งได้นำโครงการเหล่านี้มาใช้ในการวางแผนแม่บทด้านที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภค อำเภอแม่สอดกำลังดำเนินการด้านการขยายเส้นทางคมนาคมทางบก โดยกรมทางหลวงชนบท ซึ่งทำให้พื้นที่ในอำเภอแม่สอดมีราคาที่ดินสูงอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งในด้านการก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย