ระบบฐานข้อมูลแรงงานและธุรกิจนอกระบบในจังหวัดสงขลา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
แรงงานและธุรกิจนอกระบบมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาโดยเฉพาะในจังหวัดสำคัญ ๆ ในแต่ละภูมิภาค เช่น จังหวัดสงขลาซึ่งเป็นจังหวัดเศรษฐกิจหลักในภาคใต้ และมีแรงงานนอกระบบเป็นจำนวนมากกระจายในแต่ละภาคส่วน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการแรงงานนอกระบบอย่างเป็นรูปธรรมทั้งในมิติของการดูแลคุณภาพชีวิต และการพัฒนาเศรษฐกิจทั้งธุรกิจที่อยู่ในระบบและนอกระบบเพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างมีส่วนร่วมที่แท้จริง ดังนั้นแผนงานวิจัยฉบับนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อ 1) จัดทำฐานข้อมูลแรงงานและธุรกิจนอกระบบในจังหวัดสงขลา 2) จัดทำระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) แสดงตำแหน่งที่ตั้งธุรกิจนอกระบบในจังหวัดสงขลาพร้อมรายงานผลกระทบจากนโยบายเศรษฐกิจรายธุรกิจในแต่ละพื้นที่ 3) ประเมินมูลค่าเศรษฐกิจนอกระบบในจังหวัดสงขลาและพยากรณ์ผลกระทบจากนโยบายเศรษฐกิจในพื้นที่ และ 4) ศึกษาสภาพปัญหาของแรงงานนอกระบบและแนวทางแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งมีแผนในการดำเนินการทั้งสิ้นเป็นเวลา 2 ปี โดยในช่วงปีแรกของการดำเนินการเป็นการมุ่งเน้น การจัดเก็บข้อมูลทั่วไปและข้อมูลในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ตลอดจนข้อมูลการได้รับความช่วยเหลือจากนโยบายของภาครัฐ ทั้งนี้ในการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวผู้วิจัยได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่เป็นแรงงานนอกระบบรวมทั้งสิ้น 200,000 ราย กระจายทั่วทุกอำเภอในจังหวัดสงขลา ได้แก่ อำเภอเมือง สทิงพระ กระแสสินธุ์ จะนะ นาทวี เทพา สะบ้าย้อย ระโนด รัตภูมิ สะเดา หาดใหญ่ นาหม่อม ควนเนียง บางกล่ำ สิงหนคร และคลองหอยโข่งผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า แรงงานนอกระบบส่วนใหญ่ของจังหวัดสงขลามีอายุโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 39 ปี มีรายได้ต่อวันประมาณ 825 บาท/วัน และมีรายจ่ายต่อวันที่ประมาณ 344 อย่างไรก็ตามแม้ว่า ส่วนใหญ่จะมีรายได้มากกว่ารายจ่าย แต่กลับพบว่า ร้อยละ 55 ของแรงงานนอกระบบยังคงมีหนี้สินทั้งที่อยู่ในระบบและนอกระบบ โดยอำเภอที่มีสัดส่วนผู้ที่มีหนี้สินมากกว่าร้อยละ 90 คือ อำเภอรัตภูมิ กระแสสินธุ์ และสทิงพระ ในขณะที่อำเภอสะบ้าย้อย เมือง และระโนด มีสัดส่วนของแรงงานนอกระบบที่มีหนี้สินน้อยกว่าร้อยละ 36 นอกจากกนี้ ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในหมู่แรงงานนอกระบบเองก็มีค่อนข้างสูง เนื่องจากมีสัดส่วนของผู้ที่มีรายได้น้อยกว่าหรือเท่ากับ 300 บาท/เดือน ใกล้เคียงกับผู้ที่มีรายได้มากกว่าหรือเท่ากับ 1,000 บาท/เดือน โดยเฉพาะในอำเภอรัตภูมิ นาหม่อม ควนเนียง สทิงพระ และคลองหอยโข่ง ซึ่งมีผู้ที่รายได้ทั้งสูงและต่ำมาก ๆ ในอำเภอเดียวกันเป็นจำนวนมาก ผลการทดสอบความแตกต่างของรายได้ต่อวันจำแนกตามระดับการศึกษา ความแตกต่างของรายจ่ายต่อวันจำแนกตามระดับการศึกษา ความแตกต่างของชั่วโมงทำงานต่อวันจำแนกตามระดับการศึกษา ล้วนสะท้อนให้เห็นว่ามีความแตกต่างกันโดยเปรียบเทียบ ณ ระดับนัยสำคัญที่ 0.05 แสดงให้เห็นว่า ระดับการศึกษามีผลต่อทั้งรายได้ รายจ่าย และ จำนวนชั่วโมงการทำงานของแรงงานนอกระบบ เช่นเดียวกันกับ อาชีพ และจำนวนรูปแบบเทคโนโลยีที่เคยใช้ ก็ล้วนมีผลต่อรายได้ รายจ่าย และชั่วโมงทำงานเช่นกัน ดังนั้น การพัฒนาคุณภาพชีวิตหรือการเพิ่มรายได้ให้กับของกลุ่มแรงานนอกระบบในจังหวัดสงขลา จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการให้การศึกษา ตลอดจนการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในการทำให้แรงงานนอกระบบมีโอกาสเข้าถึงนโยบายช่วยเหลือของภาครัฐ แหล่งเงินลงทุน ต่อยอดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ทำอยู่ นำไปสู่การเสริมสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้น เกิดเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง