ระบบจราจรอัจฉริยะสำหรับเมืองสงขลาน่าอยู่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เทศบาลนครสงขลาเป็นศูนย์กลางความเจริญแห่งหนึ่งของภาคใต้ เป็นเมืองศูนย์กลางความเจริญรองจากเมืองมหานคร ทำให้พบว่าเมืองต้องประสบกับปัญหาด้านการจราจร ปัญหาอุบัติเหตุและมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งต้องการหาทางบริหารจัดการบรรเทาปัญหาลงไป งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) การผลักดันกลไกนโยบาย จัดกระบวนการมีส่วนร่วม และการพัฒนาบุคลากรของรัฐ ด้านการจราจรอัจฉริยะในเทศบาลนครสงขลา 2) การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และพัฒนาระบบจราจรอัจฉริยะที่เหมาะสมกับเทศบาลนครสงขลา และ 3) การลดผลกระทบที่เกิดขึ้นทางเศรษฐศาสตร์จากปัญหาด้านการจราจร โดยมีกรอบแนวคิดที่ต้องการให้เกิดบริการระบบจราจรที่สามารถลดมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ และลดปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมได้ ผลผลิตจากงานวิจัย ประกอบด้วย ผลการสำรวจและวิเคราะห์ความต้องการการเดินทาง โดยภาพรวมของความต้องการการเดินทางในเขตเทศบาลนครสงขลานั้น จะมีความต้องการเดินทางภายในพื้นที่เทศบาลเองประมาณร้อยละ 60 และมีความต้องการเดินทางจากภายนอกเข้ามาในเขตเทศบาลนครสงขลา ประมาณร้อยละ 40 เมื่อแยกพิจารณาภายในเขตเทศบาลนครสงขลาก่อน จะพบว่า ชุมชนวชิราเป็นพื้นที่ที่กำเนิดและดึงดูดการเดินทางมากที่สุด เนื่องจากเป็นย่านการค้า ธุรกิจ และที่พักอาศัย สำหรับการเดินทางเข้า – ออกพื้นที่เทศบาลนครสงขลานั้น ปริมาณจราจรส่วนใหญ่จะมาจากอำเภอหาดใหญ่ ประมาณร้อยละ 26 ในส่วนการเดินทางผ่านพื้นที่เทศบาลนครสงขลาไปยังพื้นที่อื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ 4.51 ซึ่งจะสัญจรผ่านการข้ามแพขนานยนต์เป็นหลัก ด้านรูปแบบยานพาหนะหลักที่ใช้ คือ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 69.86 และมีรายได้เฉลี่ย 10,001 – 20,000 บาท และเกือบร้อยละ 44 มีรายได้น้อยกว่า 10,000 บาท ผลการสำรวจและวิเคราะห์ปริมาณจราจรบริเวณทางแยก พบว่าระดับการให้บริการของทางแยกในช่วงเวลา 07.30 – 08.30 น. อยู่ในระดับการบริการในระดับ F เนื่องจากมีปริมาณความต้องการเดินทางสูง ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในบริเวณตอนกลางและตอนล่างของเทศบาลนครสงขลา เนื่องจากเป็นแหล่งชุมชน สถานศึกษา และสถานที่ราชการ ส่วนการปล่อยค่ามลพิษพบว่า มีความสอดคล้องกับความล่าช้า และเวลาที่สูญเสียไปในการรอบริเวณทางแยก ซึ่งทางแยก 3 ลำดับแรกที่มีปริมาณมลภาวะสูงสุด คือ แยกเก้าเส้ง แยกสำโรง และแยกทหารไทย ตามลำดับผลการสำรวจความเร็วเฉลี่ย พบว่า ความเร็วเฉลี่ยสูงสุด 53 กม./ชม. และความเร็วเฉลี่ยต่ำสุดที่ 30 กม./ชม. โดยบริเวณที่ความเร็วเฉลี่ยต่ำสุดอยู่บริเวณถนนก่อนถึงทางแยกทหารไทย ถนนก่อนเข้าทางแยกโรงเรียนอนุบาล และถนนที่อยู่ระหว่างทางแยกเก้าเส้งและทางแยกสำโรง ผลการสำรวจและวิเคราะห์ผลกระทบจากการจราจรต่อค่า PM2.5 พบว่า จากความสัมพันธ์เชิงเส้นนั้นลมเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดค่า PM2.5 ในเทศบาลนครสงขลา ส่วนการเพิ่มปริมาณรถเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มค่า PM2.5 ผลการสำรวจและวิเคราะห์สภาพปัญหาด้านการจราจร ความปลอดภัยทางถนน และรถโดยสารสาธารณะ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดปัญหาจราจรมากที่สุดคือ การเพิ่มขึ้นของรถจักรยานยนต์และการเพิ่มขึ้นของรถยนต์ส่วนบุคคล สำหรับปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดปัญหาการขนส่งสาธารณะ คือ พนักงานจอดรถไม่ตรงป้ายและไม่ทราบเวลาการมาถึงของรถสาธารณะที่ต้องการ ด้านปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดปัญหาความปลอดภัยทางถนน พบว่า การไม่ข้ามถนนตรงตำแหน่งทางม้าลายหรือสะพานลอย เป็นปัญหามากที่สุด รองลงมาคือ สภาพผิวถนนในเขตเทศบาลนครสงขลา และปัจจัยสุดท้ายที่กลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยน้อยที่สุด คือ การดื่มแอลกอฮอล์ ความล้า/ความง่วง และจำนวนช่องจราจรที่กว้างหรือแคบเกินไป ผลการสำรวจและวิเคราะห์โครงการนำร่องระบบจราจรอัจฉริยะ พบว่า โครงการ 3 ลำดับแรกที่ประชาชนเห็นด้วยและยอมรับ ได้แก่ โครงการพัฒนาระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ โครงการตรวจจับความเร็วรถในเมือง และโครงการชุดทางข้ามหน้าโรงเรียนอัจฉริยะ ตามลำดับแนวทางยุทธศาสตร์ระบบจราจรอัจฉริยะ ประกอบด้วย การพัฒนาระบบจัดการจราจร การพัฒนาระบบ ITS เพื่อป้องกันและลดจำนวนอุบัติเหตุ และการส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะและยานยนต์ไฟฟ้า ผู้วิจัยได้กำหนดกรอบเวลาการพัฒนาจากการใช้งบประมาณน้อยที่สุดก่อน คือ การปรับรอบเวลาและสัญญาณไฟให้เหมาะสมกับปริมาณจราจรและรูปแบบทางแยก ถัดจากนั้นคือการขยายพื้นที่โครงการนำร่องระบบสัญญาณทางข้ามอัตโนมัติให้ทั่วพื้นที่เทศบาลนครสงขลา การเปลี่ยนระบบสัญญาณไฟจราจรเป็นแบบระบบอัตโนมัติที่ปรับรอบเวลาตามปริมาณจราจร การนำแอพพลิเคชันมาจัดการพื้นที่จอดรถ ระบบ GPS tracking ของรถโดยสารสาธารณะ ระบบป้าย VMS และการติดตั้งสถานีประจุไฟฟ้ารถ EV โครงการนำร่อง จำนวน 2 โครงการ คือ สัญญาณไฟจราจรทางข้ามอัตโนมัติ และระบบ GPS tracking สำหรับติดตามยานพาหนะ ผู้วิจัยได้คัดกรองโครงการนำร่องที่ผ่านการวิเคราะห์ กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยโครงการนำร่อง 1 สัญญาณไฟจราจรทางข้ามอัตโนมัติ ผู้วิจัยได้สำรวจรายละเอียดปริมาณคนข้าม ปริมาณรถ เวลาในการรอข้ามถนน และสภาพกายภาพของถนน ของโรงเรียนในเขตเทศบาล พบว่า โรงเรียนแจ้งวิทยาถูกจัดลำดับความสำคัญในลำดับแรกที่สมควรติดตั้งโครงการนำร่อง สัญญาณไฟจราจรทางข้ามอัตโนมัติ ส่วนโครงการนำร่อง 2 ระบบ GPS tracking สำหรับติดตามยานพาหนะ เป็นการพัฒนาแอพพลิเคชันด้วย Opensource Traccar ที่ช่วยแสดงตำแหน่งยานพาหนะที่ได้ติดตั้งเครื่อง GPS ภายในยานพาหนะ ซึ่งเป็นได้ทั้งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และโทรศัพท์มือถือที่ได้ติดตั้งแอพพลิเคชันไว้ โดยระบบสามารถแสดงตำแหน่งยานพาหนะได้แบบทันกาล พร้อมทั้งรายงานถึงรายละเอียดการเดินทางของยานพาหนะดังกล่าวได้ในเชิงนโยบายนั้นสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคใต้ตอนล่าง (DEPA) ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา ได้นำเสนอการพัฒนา สงขลาเมืองอัจฉริยะ ในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดสงขลา สุดท้ายผลกระทบจากโครงการได้มีส่วนลดผลกระทบทางบเศรษฐศาสตร์จากปัญหาด้านการจราจรในด้านเวลาการรอคอย สูงสุดร้อยละ 30 และมีความมั่นใจในความปลอดภัยทางถนนเพิ่มขึ้น ซึ่งถ้าในอนาคตมีการดำเนินการระบบจราจรอัจฉริยะ ย่อมจะช่วยลดความเสียหายทางเศรษฐศาสตร์จากปัญหาจราจรได้มากกว่านี้อย่างแน่นอน