ปัจจัยที่มีผลต่อระดับความพึงพอใจในการใช้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะในเขตเมือง กรณีศึกษาเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทความนี้อธิบายถึงปัจจัยที่มีผลต่อระดับความพึงพอใจในการใช้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะในพื้นที่เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ที่มีรถสองแถวให้บริการประจำทางเพียงประเภทเดียว วัตถุประสงค์ของงานวิจัย เพื่อศึกษาบริบททั่วไปของระบบขนส่งมวลชนสาธารณะในพื้นที่ศึกษา และเพื่อนำเสนอแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งมวลชนสาธารณะในพื้นที่ศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้แบบจำลอง Binary Logistic Regression เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้รถสองแถวในเขตเทศบาล และศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเพื่อเลือกระบบขนส่งในปัจจุบันและระบบขนส่งด้วยรถบัสเล็กที่สมมติเหตุการณ์ขึ้นด้วยเทคนิคการเก็บข้อมูลแบบเหตุการณ์สมมติ ผลการศึกษาความพึงพอใจพบว่า แบบจำลองมีความเหมาะสม Likelihood Ratio Test มีค่า Chi-Square = 44.536 โดยมีค่า p-value =.0132 < .05 และค่า ?2 = .2723 ตัวแปรที่มีนัยสำคัญที่เป็นปัจจัยที่มีผลต่อระดับความพึงพอใจในการใช้บริการรถสองแถวในเทศบาลนครนครนครศรีธรรมราช ได้แก่ สถานภาพ (X3) รายได้ครอบครัวเฉลี่ยต่อเดือน (X8) จำนวนรถจักรยานยนต์ในครัวเรือน (X14) ไม่มียานพาหนะส่วนตัว (X17) และค่าใช้จ่ายในการเดินทางรวม (X37) ผลการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเพื่อเลือกระบบขนส่งในปัจจุบันและระบบขนส่งด้วยรถเมล์เล็กที่สมมติเหตุการณ์ขึ้น พบว่าค่า LL(0) มีขนาดน้อยกว่า LL(?) และ ?2 = 0.2253 แสดงว่าแบบจำลองมีความเหมาะสม ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจได้แก่ ที่อยู่ (X5) จำนวนสมาชิกในครอบครัว (X7) รายได้ครอบครัวเฉลี่ยต่อเดือน (X8) จำนวนรถเก๋งที่ครอบครองครัวเรือน (X12) ระดับการให้บริการของรถบัสเล็ก (LOS) เส้นทางให้บริการของรถบัสเล็ก (Route) และค่าโดยสารรถบัสเล็ก (Fare) โดยจำนวนรถยนต์ในครัวเรือนมีอิทธิพลสูงสุดในการเลือกเดินทางด้วยระบบปัจจุบัน และตัวแปรเส้นทางเดินรถบัสเล็กมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกรถบัสเล็กสูงสุด ข้อเสนอแนะการจัดการระบบขนส่งสาธารณะ ภาครัฐควรมีการตรวจสอบสภาพรถสองแถวประจำปีและอบรมให้ความรู้การให้บริการแก่ผู้ขับขี่รถสองแถว ภาครัฐควรมีนโยบายที่ชัดเจนในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะร่วมกับภาคเอกชน เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้มงวดและจับกุมผู้ขับขี่รถสองแถวที่ยอมให้มีการโหนท้าย และควรเพิ่มทางเลือกการให้บริการรถบัสเล็กบนเส้นทางหลักในเขตเมือง