กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
บทความนี้อธิบายถึงปัจจัยที่มีผลต่อระดับความพึงพอใจในการใช้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะในพื้นที่เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ที่มีรถสองแถวให้บริการประจำทางเพียงประเภทเดียว วัตถุประสงค์ของงานวิจัย เพื่อศึกษาบริบททั่วไปของระบบขนส่งมวลชนสาธารณะในพื้นที่ศึกษา และเพื่อนำเสนอแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งมวลชนสาธารณะในพื้นที่ศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้แบบจำลอง Binary Logistic Regression เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้รถสองแถวในเขตเทศบาล และศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเพื่อเลือกระบบขนส่งในปัจจุบันและระบบขนส่งด้วยรถบัสเล็กที่สมมติเหตุการณ์ขึ้นด้วยเทคนิคการเก็บข้อมูลแบบเหตุการณ์สมมติ ผลการศึกษาความพึงพอใจพบว่า แบบจำลองมีความเหมาะสม Likelihood Ratio Test มีค่า Chi-Square = 44.536 โดยมีค่า p-value =.0132 < .05 และค่า ?2 = .2723 ตัวแปรที่มีนัยสำคัญที่เป็นปัจจัยที่มีผลต่อระดับความพึงพอใจในการใช้บริการรถสองแถวในเทศบาลนครนครนครศรีธรรมราช ได้แก่ สถานภาพ (X3) รายได้ครอบครัวเฉลี่ยต่อเดือน (X8) จำนวนรถจักรยานยนต์ในครัวเรือน (X14) ไม่มียานพาหนะส่วนตัว (X17) และค่าใช้จ่ายในการเดินทางรวม (X37) ผลการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเพื่อเลือกระบบขนส่งในปัจจุบันและระบบขนส่งด้วยรถเมล์เล็กที่สมมติเหตุการณ์ขึ้น พบว่าค่า LL(0) มีขนาดน้อยกว่า LL(?) และ ?2 = 0.2253 แสดงว่าแบบจำลองมีความเหมาะสม ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจได้แก่ ที่อยู่ (X5) จำนวนสมาชิกในครอบครัว (X7) รายได้ครอบครัวเฉลี่ยต่อเดือน (X8) จำนวนรถเก๋งที่ครอบครองครัวเรือน (X12) ระดับการให้บริการของรถบัสเล็ก (LOS) เส้นทางให้บริการของรถบัสเล็ก (Route) และค่าโดยสารรถบัสเล็ก (Fare) โดยจำนวนรถยนต์ในครัวเรือนมีอิทธิพลสูงสุดในการเลือกเดินทางด้วยระบบปัจจุบัน และตัวแปรเส้นทางเดินรถบัสเล็กมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกรถบัสเล็กสูงสุด ข้อเสนอแนะการจัดการระบบขนส่งสาธารณะ ภาครัฐควรมีการตรวจสอบสภาพรถสองแถวประจำปีและอบรมให้ความรู้การให้บริการแก่ผู้ขับขี่รถสองแถว ภาครัฐควรมีนโยบายที่ชัดเจนในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะร่วมกับภาคเอกชน เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้มงวดและจับกุมผู้ขับขี่รถสองแถวที่ยอมให้มีการโหนท้าย และควรเพิ่มทางเลือกการให้บริการรถบัสเล็กบนเส้นทางหลักในเขตเมือง