การพัฒนาการขนส่งมวลชนด้วยระบบรางในประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ รายงานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเลือกรูปแบบการเดินทางระหว่างจังหวัดของผู้โดยสารระบบสาธารณะ และผู้เดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อวิเคราะห์การแข่งขันระหว่างการเดินทางด้วยระบบรางและสายการบินต้นทุนต่ำ และเพื่อวิเคราะห์ค่าความเต็มใจที่จะจ่ายสำหรับค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช และอำเภอหาดใหญ่ ถูกเลือกเป็นพื้นที่สำรวจต้นทางโดยมีปลายทางที่กรุงเทพฯ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจเพราะมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (Gross Provincial Products: GPP) และขนาดประชากรสูงที่สุดสามอันดับแรกในภาคใต้ และเป็นจังหวัดที่อยู่บนเส้นทางของรถไฟความเร็วสูง ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างระยะทางกับเวลาในการเดินทางพบว่า การเดินทางโดยรถไฟจะใช้ระยะเวลานานที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับการเดินทางโดยรูปแบบอื่นๆ รถโดยสารและรถไฟมีประสิทธิภาพในการเดินทางมากกว่าเครื่องบินในระยะทางสั้นๆประมาณ 100 กม. ในขณะที่รถยนต์ส่วนบุคคลจะได้เปรียบเครื่องบินที่ระยะทางไม่เกิน 250 กม.จากจุดเริ่มต้น และมีช่องว่างการให้บริการระหว่างเครื่องบินกับรูปแบบการเดินทางอื่นๆ มีขนาดแตกต่างอย่างชัดเจน ผลการศึกษาพฤติกรรมผู้เดินทางระหว่างสุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ พบว่าปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกเดินทางของผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือกเดินทางโดยรถไฟ ได้แก่ ระดับการศึกษา รายได้ครัวเรือน จำนวนสมาชิกในครัวเรือน และความสะดวกสบายของยานพาหนะ ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกเดินทางของผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือกเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางระหว่างจังหวัด ได้แก่ อาชีพ 1 (นักเรียน/นักศึกษา) จำนวนรถยนต์ในครัวเรือน ระยะเวลาในการเดินทาง ความเร็วในการเดินทาง และความสะดวกสบายในการเดินทาง ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกเดินทางของผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือกเดินทางโดยเครื่องบิน ได้แก่ อาชีพ 1 (นักเรียน/นักศึกษา) จำนวนสมาชิกในครัวเรือนที่ทำงานแล้ว ราคาค่าโดยสารต่อรายได้ครัวเรือน และความประหยัดในการเดินทาง และปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกเดินทางของผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือกเดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อาชีพ 2 (ข้าราชการ) อาชีพ 7 (เจ้าของกิจการ) ผลการศึกษาพฤติกรรมผู้เดินทางระหว่างนครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ พบว่าปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกเดินทางของผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือกเดินทางโดยรถไฟ ได้แก่ สถานภาพ อาชีพที่ 1 (นักเรียน/นักศึกษา) อาชีพที่ 3 (ลูกจ้าง) อาชีพที่ 7 (เจ้าของกิจการ) และจำนวนผู้ร่วมเดินทางปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกเดินทางของผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือกเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางระหว่างจังหวัด ได้แก่ อาชีพ 1 (นักเรียน/นักศึกษา) อาชีพ 2 (ข้าราชการ) อาชีพ 3 (ลูกจ้าง) อาชีพ 4 (เจ้าของกิจการ) ระดับการศึกษา ความถี่ในการเดินทาง จำนวนผู้ร่วมเดินทาง ความปลอดภัยในการเดินทาง และความสะดวกสบายในการเดินทาง ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกเดินทางของผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือกเดินทางโดยเครื่องบิน ได้แก่ อาชีพ 1 (นักเรียน/นักศึกษา) อาชีพ 3 (ลูกจ้าง) อาชีพ 4 (เจ้าของกิจการ) และความเร็วในการเดินทาง และปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกเดินทางของผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือกเดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อาชีพ 1 (นักเรียน/นักศึกษา) อาชีพ 2 (ข้าราชการ) ระดับการศึกษา ความถี่ในการเดินทาง และความปลอดภัยในการเดินทาง ผลการศึกษาพฤติกรรมผู้เดินทางระหว่างหาดใหญ่-กรุงเทพฯ พบว่าปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกเดินทางของผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือกเดินทางโดยรถไฟ ได้แก่ อาชีพที่ 1 (นักเรียน/นักศึกษา) อาชีพที่ 2 (ข้าราชการ) อาชีพที่ 7 (เจ้าของกิจการ) และจำนวนผู้ร่วมเดินทาง แบบจำลองรูปแบบการเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางระหว่างจังหวัดและเครื่องบินพบว่าแบบจำลองดังกล่าวนี้ยอมรับสมมติฐานหลัก (Null Hypothesis) หมายความว่า ตัวแปรอิสระในแบบจำลองไม่มีความสัมพันธ์กับตัวแปรตาม และปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกเดินทางของผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือกเดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ ระดับการศึกษา จำนวนรถยนต์ในครัวเรือน ความเร็วในการเดินทาง ความปลอดภัยในการเดินทาง และความสะดวกสบายในการเดินทาง ผลการศึกษาแบบจำลองพบว่าปัจจัยที่สำคัญในการแข่งขันการเลือกรูปแบบการเดินทางระหว่างสายการบินต้นทุนต่ำ – รถไฟรางคู่ และสายการบินต้นทุนต่ำ – รถไฟความเร็วสูง ได้แก่ ราคาค่าโดยสาร รายได้ครัวเรือน จำนวนสมาชิกในครัวเรือน จำนวนสมาชิกในครัวเรือนที่มีงานทำ วัตถุประสงค์ในการเดินทาง จำนวนผู้ร่วมเดินทางในแต่ละครั้ง และจำนวนรถยนต์ในครัวเรือน ผลการศึกษาความเต็มใจที่จะจ่ายค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูงพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในความพึงพอใจความเต็มใจที่จะจ่ายค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูง ได้แก่ ระดับการศึกษา รายได้ครัวเรือน วัตถุประสงค์ในการเดินทาง และ ราคาค่าโดยสารเบื้องต้น ค่าความยืดหยุ่นของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกความเต็มใจที่จะจ่ายค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูง พบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลสูงสุดได้แก่ ระดับรายได้ครัวเรือน และผลจากการวิเคราะห์จะได้ว่าราคาเฉลี่ยความเต็มใจที่จะจ่ายค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูงมีค่าเท่ากับ 1, 337 บาท หรือเท่ากับ 1.37 บาท/กม. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางรางได้แก่ รัฐบาลควรให้ความสำคัญในการก่อสร้างรถไฟรางคู่เป็นอันดับแรก รัฐบาลควรสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรถโดยสารให้บริการในระยะทางไม่เกิน 300 กม. หรือขับขี่ต่อเนื่องไม่เกิน 4 ชั่วโมง ภาครัฐและหน่วยงานท้องถิ่นควรเร่งดำเนินการจัดให้มีระบบขนส่งต่อเนื่องที่มีประสิทธิภาพเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางจากสถานีเข้าสู่ตัวเมือง และรัฐบาลต้องพิจารณาการกำหนดราคาค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูงอย่างระมัดระวัง