การประยุกต์ใช้เทคนิค Stated Preference เพื่อใช้ในการประเมินประสิทธิระบบขนส่งสาธารณะขนาดกลาง กรณีศึกษารถโดยสารประจำทาง และรถตู้โดยสารสาธารณะ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระเบียบวิธีและเทคนิควิธีที่ใช้ประเมินคุณภาพการให้บริการของระบบขนส่งสาธารณะ (2) ศึกษาเทคนิควิธี Stated Preference ในปัจจุบัน เพื่อนำมาปรับปรุงและประยุกต์ใช้ในการประเมินประสิทธิภาพของระบบขนส่งสาธารณะขนาดกลาง (3) ศึกษาความเป็นมา รูปแบบการบริหารจัดการ พฤติกรรมการเลือกใช้บริการ ความพึงพอใจของระบบขนส่งสาธารณะขนาดกลางทั้งสองประเภท (4) เสนอแนะมาตรการและแนวทางในการบริหารจัดการระบบขนส่งสาธารณะขนาดกลางในอนาคต การเก็บรวมรวมข้อมูลใช้การสอบถามประชาชนใน 9 พื้นที่ของกรุงเทพมหานคร โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ (1) กลุ่มผู้ใช้บริการรถโดยสารประจำทาง (2) กลุ่มผู้ใช้บริการรถตู้โดยสารสาธารณะ (3) กลุ่มผู้ใช้บริการทั้งรถโดยสารประจำทางและรถตู้โดยสารสาธารณะ และใช้ข้อมูลกลุ่มละ 500 ชุด ในการสร้างแบบจำลอง stated Preference เพื่อใช้ประเมินประสิทธิภาพของระบบขนส่งสาธารณะขนาดกลาง โดยผ่าน 5 ตัวแปรหลัก ได้แก่ (1) ราคาค่าบริการ (2) เวลาในการเดินทาง (3) ความถี่ในการให้บริการ (4) จำนวนจุดจอด และ (5) ความปลอดภัยในการเดินทาง โดยกลุ่มผู้ใช้บริการรถโดยสารประจำทาง และ กลุ่มผู้ใช้บริการรถตู้โดยสารสาธารณะ พัฒนาแบบจำลองแบบ Logit Model และ Probit Model โดยสร้าง 2 ชุดตัวแปร 8 สถานการณ์ทางเลือก 3 ระยะทาง ในขณะที่กลุ่มผู้ใช้บริการทั้งรถโดยสารประจำทางและรถตู้โดยสารสาธารณะ พัฒนาแบบจำลองแบบ Conditional Logit Model โดยสร้าง 2 ชุดตัวแปร 8 สถานการณ์ทางเลือก 3 ระยะทาง โดยผลการวิจัยภาพรวม สรุปได้ว่า (1) การวิเคราะห์ลักษณะส่วนบุคคลของกลุ่มผู้ใช้บริการทั้งรถโดยสารประจำทางและรถตู้โดยสารสาธารณะ พบว่า มีสัดส่วนเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยมีระดับการศึกษาในระดับปริญญาตรีและมีอาชีพเป็นนักศึกษามากที่สุด มีอายุเฉลี่ยประมาณ 22.14 ปี มีรายได้เฉลี่ยส่วนบุคคลประมาณ 9,617.18 บาท/เดือน และรายได้เฉลี่ยครัวเรือนประมาณ 46,465.35 บาท/เดือน มีการครอบครองรถยนต์ส่วนตัวเฉลี่ย 1.47 คัน/ครัวเรือน โดยมีความถี่ในการใช้บริการรถโดยสารประจำทาง ประมาณ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ เหตุผลในเลือกใช้ คือ ราคาค่าบริการที่เหมาะสม และหากมีรถโดยสารประจำทางที่มีประสิทธิภาพและตรงตามความต้องการมีโอกาสจะใช้จำนวน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 93.9 ส่วนความถี่ในการใช้บริการรถตู้โดยสารสาธารณะ ประมาณ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ เหตุผลในเลือกใช้ คือ ความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง และหากมีรถตู้โดยสารสาธารณะที่มีประสิทธิภาพและตรงตามความต้องการมีโอกาสจะใช้จำนวน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 93.1 (2) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมในการเดินทางในปัจจุบันของกลุ่มผู้ใช้บริการทั้งรถโดยสารประจำทางและรถตู้โดยสารสาธารณะ พบว่า มีอัตราค่าโดยสารของรถโดยสารประจำทางเฉลี่ย 21.79 บาทต่อเที่ยว เวลาในการเดินทางเฉลี่ย 48.00 นาทีต่อเที่ยว ความถี่ในการให้บริการเฉลี่ย 26.29 นาทีต่อเที่ยว จำนวนจุดจอดเฉลี่ย 8.24 จุดต่อเที่ยว และมีความปลอดภัยในการเดินทางในระดับปานกลาง ส่วนอัตราค่าโดยสารของรถตู้โดยสารสาธารณะเฉลี่ย 37.00 บาทต่อเที่ยว เวลาในการเดินทางเฉลี่ย 40.77 นาทีต่อเที่ยว ความถี่ในการให้บริการเฉลี่ย 25.34 นาทีต่อเที่ยว จำนวนจุดจอดเฉลี่ย 5.46 จุดต่อเที่ยว และมีความปลอดภัยในการเดินทางในระดับปานกลาง (3) การพัฒนาแบบจำลองการตัดสินใจเลือกใช้ระบบขนส่งสาธารณะขนาดกลางในสถานการณ์จำลอง (Stated Preference) แบบ Conditional Logit Model พบว่า ตัวแปรราคาค่าบริการ เวลาในการเดินทาง ความถี่ในการให้บริการ จำนวนจุดจอดและความปลอดภัย ทุกแบบจำลองมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ซึ่งจากแบบจำลองทั้งหมดสามารถอธิบายได้ว่าการเพิ่มขึ้นของราคาค่าบริการ เวลาในการเดินทาง ความถี่ในการให้บริการ จำนวนจุดจอดมีผลทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสจะเลือกใช้ระบบขนส่งสาธารณะขนาดกลางลดลง ในขณะที่การเพิ่มขึ้นของระดับความปลอดภัย มีผลทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสจะตัดสินใจใช้เลือกระบบขนส่งสาธารณะขนาดกลางมากขึ้น การประเมินค่าตัวแปรของแบบจำลอง Ucombine10 เมื่อเทียบระหว่างรถโดยสารประจำทางกับรถตู้โดยสารสาธารณะภายในระยะ 10 กิโลเมตร พบว่า รถโดยสารประจำทางมีประสิทธิภาพสูงกว่า 6.5861 บาท เมื่อประเมินค่า value of time, value of frequency, value of stop, value of safety มีค่าเท่ากับ 0.0773 บาท/นาที 1.4262 บาท/นาที 1.7308 บาท/จุดจอด และ -21.5979 บาท/ระดับ ตามลำดับ ส่วนแบบจำลอง Ucombine15 เมื่อเทียบระหว่างรถโดยสารประจำทางกับรถตู้โดยสารสาธารณะภายในระยะ 15 กิโลเมตร พบว่า รถตู้โดยสารสาธารณะมีประสิทธิภาพสูงกว่า 9.5229 บาท และประเมินค่า value of time, value of frequency, value of stop, value of safety มีค่าเท่ากับ 2.7199 บาท/นาที -1.4503 บาท/นาที 0.5108 บาท/จุดจอด และ -16.1150 บาท/ระดับ ตามลำดับ และแบบจำลอง Ucombine20 เมื่อเทียบระหว่างรถโดยสารประจำทางกับรถตู้โดยสารสาธารณะภายในระยะ 20 กิโลเมตร พบว่า รถตู้โดยสารสาธารณะมีประสิทธิภาพสูงกว่า 18.7502 บาท และประเมินค่า ค่า value of time, value of frequency, value of stop, value of safety มีค่าเท่ากับ -1.7940 บาท/นาที 4.1006 บาท/นาที 0.5045 บาท/จุดจอด และ -13.2227 บาท/ระดับ ตามลำดับ ในขณะที่แบบจำลอง Ucombineall เมื่อเทียบระหว่างรถโดยสารประจำทางกับรถตู้โดยสารสาธารณะภาพรวม พบว่า รถตู้โดยสารสาธารณะมีประสิทธิภาพสูงกว่า 6.8782 บาท เมื่อวิเคราะห์ value of time, value of frequency, value of stop, value of safety มีค่าเท่ากับ 0.4642 บาท/นาที 1.0749 บาท/นาที 0.7459 บาท/จุดจอด และ -14.6156 บาท/ระดับ ตามลำดับ (4) ผลการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจของกลุ่มผู้ใช้บริการทั้งรถโดยสารประจำทางและรถตู้โดยสารสาธารณะ พบว่า ภาพรวมของความเหมาะสมของการให้บริการของรถโดยสารประจำทางทั้งหมด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.0618 (ระดับปานกลาง) โดยมีอัตราค่าโดยสาร อยู่ในระดับมาก ส่วนที่เหลืออยู่ในระดับปานกลาง เมื่อเปรียบเทียบทั้ง 13 ปัจจัยพบว่า 3 ปัจจัยแรกที่ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจสูงสุด ได้แก่ (1) อัตราค่าโดยสาร (2) ความสามารถเชื่อมต่อการเดินทางกับระบบอื่นๆ และ (3) ความสะดวกในการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ตามลำดับ ส่วนภาพรวมของความเหมาะสมของการให้บริการของรถตู้โดยสารทั้งหมด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.2443 (ระดับปานกลาง) โดยมี ความสะดวกในการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ความสบายในการเดินทาง และความรวดเร็วในการเดินทาง อยู่ในระดับมาก ส่วนที่เหลืออยู่ในระดับปานกลาง เมื่อเปรียบเทียบทั้ง 13 ปัจจัยพบว่า 3 ปัจจัยแรกที่ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจสูงสุด ได้แก่ (1) ความรวดเร็วในการเดินทาง (2) ความสะดวกในการเดินทางไปยังที่ต่างๆ และ (3) ความสบายในการเดินทาง ตามลำดับ ส่วนผลการวิเคราะห์การตัดสินใจเลือกใช้บริการรถโดยสารประจำทางและรถตู้โดยสารสาธารณะในปัจจุบัน พบว่า ส่วนใหญ่เลือกการให้บริการของรถโดยสารประจำทางในประเด็น อัตราค่าโดยสาร ความถี่ในการให้บริการ สามารถเชื่อมต่อการเดินทางกับระบบอื่นๆ ยกเว้นในประเด็น ความสะดวกในการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ความสบายในการเดินทาง ความรวดเร็วในการเดินทาง ความปลอดภัยในการเดินทาง ลักษณะและสภาพรถที่ให้บริการ ความยืดหยุ่นในเรื่องเวลาและเส้นทางในการเดินทาง มารยาทในการขับและเก็บค่าโดยสาร เวลาที่ใช้ในการรอรถ ตำแหน่งและจุดจอด ระบบป้ายบอกทางหรือเส้นทางในการให้บริการของรถ ภาพรวมของความเหมาะสมของการให้บริการทั้งหมด กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เลือกการให้บริการของรถตู้โดยสารสาธารณะ