มข.โคบาลอาสารักษาวัวลัมปี สกิน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) เป็นโรคอุบัติใหม่ในสัตว์ของไทยชนิดโคเนื้อ โคนม และกระบือ มีสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสก่อให้เกิดปัญหาผลกระทบทางเศรษฐกิจมูลค่าสูงในสัตว์ป่วยติดเชื้อเป็นวงกว้าง โครงการการวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการควบคุม ป้องกันและรักษาวัวลัมปีสกิน ฝึกโคบาลอาสาหมู่บ้าน โดยบูรณาการความร่วมมือเผยแพร่องค์ความรู้ อบรม ประชุมเสวนาวิชาการ และประชุมกลุ่มย่อยเชิงลึกในพื้นที่ระดับตำบล จำนวน 62 แห่ง เกษตรกรผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 4,467 คน เก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์สุ่มโดยวิธีการสุ่มเชิงโควต้าเพื่อประเมินระดับความรู้โรคระบาดลัมปีสกิน ความพึงพอใจของการเข้าร่วมอบรม และผลกระทบลัมปีกินต่อสุขภาพและการผลิตสัตว์ การสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมเกษตรกรเปรียบเทียบระหว่างก่อน-หลังการอบรม จำนวน 380 ชุด พบว่า ระดับความรู้ด้านการควบคุม ป้องกันและรักษาวัวลัมปีสกินของผู้นำชุมชนและเกษตรกรก่อน(7.2 คะแนน)เปรียบเทียบกับหลัง(8.9 คะแนน)การอบรมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง(P<0.01) ระดับความพึงพอใจอยู่ในเกณฑ์มากที่สุด สถานการณ์ระบาดของโรคลัมปีสกินในฝูงโคเนื้อและโคนมของเกษตรกร จำนวน 22,855 ตัว มีอัตราป่วยติดเชื้อของฝูงเฉลี่ยร้อยละ 26.9 และอัตราการตายของฝูงเฉลี่ยร้อยละ 2.2 โรคลัมปีสกินส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ป่วยรุนแรงและอัตราการตายในลูกโค(3.9-4.3%)มากกว่าโคเจริญวัย(1.2-1.6%) การวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงที่สัมพันธ์กับการป่วยติดเชื้อลัมปีสกิน พบว่า ชนิดและสายพันธุ์โคมีความแตกต่างกัน(P<0.01) เปรียบเทียบกับโคพื้นเมืองไทยแล้วโคเนื้อลูกผสมฮินดูบราซิลเสี่ยงติดเชื้อลัมปีสกินมากกว่า 3.3 เท่า (OR = 3.36, P<0.01) รองลงมาคือโคนมสายพันธุ์ผสมโฮลสไตน์ฟรีเซียนมากกว่า 1.2 เท่า (OR = 1.26, P<0.01) และโคเนื้อลูกผสมบราห์มันมากกว่า 1.2 เท่า (OR = 1.21, P<0.01) ตามลำดับ แต่โคเนื้อลูกผสมชาโลเลส์เป็นสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าโคพื้นเมือง (OR = 0.75, P<0.01) ปัจจัยเสี่ยงด้านช่วงวัยและอายุที่สัมพันธ์กับการป่วยติดเชื้อลัมปีสกินมีความแตกต่างกัน(P<0.01) โคทุกช่วงวัยมีโอกาสป่วยติดเชื้อลัมปีสกินน้อยกว่าแม่โค โอกาสติดเชื้อน้อยที่สุดคือ ลูกโคเพศเมีย (OR = 0.75, P<0.01) ถัดมาคือโคพ่อพันธุ์ (OR = 0.76, P<0.01) โคสาว (OR = 0.78, P<0.01) และลูกโคเพศผู้ (OR = 0.87, P<0.01) ตามลำดับ การระบาดลัมปีสกินสัตว์ป่วยติดเชื้อส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการผลิตสัตว์อย่างรุนแรง เช่น ซูบผอม แท้งลูก น้ำนมลด แผลเป็นตามผิวหนัง พิการ ตาย ฯลฯ ซึ่งส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจของฟาร์มทางตรงโดยมีมูลค่าความสูญเสียจากการตาย คัดทิ้ง ค่ายารักษาในโคเนื้อประมาณ 80,875 บาทต่อฟาร์ม และโคนมประมาณ 101,507 บาทต่อฟาร์ม ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการควบคุม ปองกันและรักษาวัวลัมปีสกินเพื่อลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจคำสำคัญ: ลัมปีสกิน, โค, ผลกระทบทางเศรษฐกิจ, ปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อ