การประเมินมาตรการของการป้องกันและควบคุมเชื้อมัยโคพลาสมาในฟาร์มสุกรในประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
สัญญาเลขที่ GRB_APS_๒๖_๕๕_๓๑_๐๓ ชื่อโครงการวิจัย การประเมินมาตรการของการป้องกันและควบคุมเชื้อมัยโคพลาสมาในฟาร์มสุกรใน ประเทศไทย Evaluation of routine control and preventive strategies of Mycoplasma Spp. in Thai pig farms ชื่อผู้วิจัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ณุวีร์ ประภัสระกูล1 ศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร. รุ่งโรจน์ ธนาวงษ์นุเวช2 สัตวแพทย์หญิง เมตตา เมฆานนท์1 สัตวแพทย์หญิง พัชรี ทองคำคูน3 ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยประจำปี 2554 จำนวนเงิน 1,500,000 บาท ระยะเวลาทำการวิจัย 2 ปี ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2554 ถึง 1 ตุลาคม 2555 บทคัดย่อ วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้เพื่อประเมินรูปแบบการดื้อยาของเชื้อมัยโคพลาสมา ที่แยกได้จากสุกรที่อายุแตกต่างกัน และ แสดงรูปแบบลายนิ้วมือดีเอนเอของเชื้อที่มีการระบาดในฟาร์มและช่วงเลาที่ศึกษา เชื้อ Mycoplasma spp. จำนวน 209 เชื้อ แบ่งเป็น M. hyosynoviae, M. hyopneumoniae, และ M. hyorhinis จำนวน 13, 26, และ 170 เชื้อตามลำดับ ประเมินค่าความไวรับด้วยวิธี broth microdilution ต่อยาต้านจุลชีพ 6 ชนิด ได้แก่ doxycycline, tiamulin, valnemulin, tylosin, enrofloxacin และ lincomycin ทำการประเมินความหลากหลายทางพันธุกรรมด้วยวิธี pulsed field gel electrophoresis เลือกเชื้อตัวแทนจากทุกกลุ่มตามความแตกต่างของพื้นที่ และช่วงอายุสุกร วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของประวัติการใช้ยา รูปแบบการดื้อยา และรูปแบบลายนิ้วมือดีเอนเอ ในห้องปฏิบัติการยาต้านจุลชีพที่มีประสิทธิภาพสูงสุด tiamulin และ valnemulin รองลงมาคือ doxycycline และ lincomycin ส่วนเชื้อมัยโคพลาสมาดื้อต่อ enrofloxacin และ tylosin ในระดับสูง (ประมาณ 40 %) และรูปแบบการดื้อยาไม่สัมพันธ์กับสูตรการให้ยาต้านจุลชีพในฟาร์ม พบรูปแบบลายนิ้วมือดีเอนเอตั้งแต่ 4 รูปแบบขึ้นไป เชื้อ M. hyopneumoniae สายพันธุ์ A และ M. hyosynoviae สายพันธุ์ B เป็นสายพันธุ์หลักที่มีการระบาดในพื้นที่ที่ศึกษาประเทศไทย ส่วนเชื้อ M. hyorhinis มีความหลายหลายสูงแต่ไม่มีความจำเพาะในพื้นที่ที่สำรวจ เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มสุกรขุน/สุกรอนุบาล และระหว่างการเก็บตัวอย่างต่างช่วงเวลา รูปแบบการให้ยาต้านจุลชีพในระบบการผลิตสุกรของประเทศไทยไม่มีความสัมพันธ์กับรูปแบบการดื้อยา และไม่มีผลต่อการเร่งอัตราการดื้อยาในช่วงเวลาที่สำรวจ การศึกษานี้จึงเป็นข้อมูลแย้งที่สำคัญว่าเชื้อดื้อยาที่ระบาดในมนุษย์อาจไม่ได้มีสาเหตุจากการจัดการทางปศุสัตว์ แต่อาจเป็นเพียงการแสดงออกพื้นฐานของสายพันธุกรรมดั้งเดิมของเชื้อมัยโคพลาสมาในช่วงเวลาปัจจุบัน และสายพันธุ์ที่มีการระบาดในประเทศไทยมีความแข็งแรงมากพอที่จะคงอัตตลักษณ์หรือแบบแผนการแสดงออกในช่วงเวลาที่ศึกษา 1 ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทร. 0-2218-9581 Email: Nuvee.P@chula.ac.th 2 ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทร. 0-2218-9615 3 สถาบันสุขภาพสัตว์ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บางเขน กรุงเทพฯ 10900 โทร 0-2579-8908-14